จัดพอร์ตลงทุนเดือน ม.ค. รับมือ SET ย่อตัวเน้นกลุ่มหุ้น Outperform พร้อมชู 6 ตัวเด่น

ผู้ชม

26

จัดพอร์ตลงทุนเดือนม.ค.รับมือ SET ย่อตัว เน้นกลุ่มหุ้นOutperform พร้อมชู 6 ตัวเด่น

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ทำการรวบรวมข้อมูลการลงทุนเดือนมกราคมมานำเสนอเพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจเข้าลงทุนให้เข้ากับบรรยากาศการลงทุนมากที่สุด โดยครั้งนี้ได้ทำการรวบรวมข้อมูลจากบทวิเคราะห์หลายแห่งมานำเสนอดังนี้

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ว่า คาดตลาดเดือน ม.ค.60 ย่อก่อนฟื้นตัว ในกรอบรับ 1502/1480 จุด และต้าน 1558/1575 จุด แรงไถ่ถอน LTF และการปรับพอร์ทลงทุนของต่างชาติก่อน Donald Trump เข้ารับตำแหน่ง อาจกดดันตลาดย่อตัวในช่วงแรกก่อนการฟื้นตัวได้ในช่วงถัดไปด้วยแรงหนุนจากภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่อง

ดังนั้นจังหวะตลาดย่อ ถือเป็นโอกาสในการทยอยสะสมหุ้น โดยเน้นกลุ่มที่คาดจะ Outperform ในเดือนนี้ ได้แก่

1) Commodities Play (BRR, KSL, PTTEP, PTT, STPI, IVL, PTL*, SCN*)

2) พลังงานทางเลือก (PSTC, GUNKUL)

3) กลุ่มค้าปลีก (ROBINS, CPALL, SALEE, KAMART)

4) กลุ่มคาดกำไรปี 2017 เด่น  (GUNKUL, PSTC, PYLON, MONO, PLANB, BJC, PACE*) 

สำหรับ Portfolio Top picks JAN 2017 แนะนำ PSTC, STPI, ROBINS, IVL, BJC, BRR ส่วน DARK Horse PTTEP, MONO, PLANB, GUNKUL, SALEE

 

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ภาพรวม SET เดือนมกราคมอาจจะปรับลดลงบ้าง หลังจากที่ราคาหุ้นขยับขึ้นมาจนมี valuations ค่อนข้างสูงส่งผลให้อาจมีแรงเทขายจาการไถ่ถอน LTF ขณะที่ funds flow ในตลาดหุ้นเอเชียอาจถูกกดดันจากการที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งขึ้นต่อก่อนการเข้ารับตำแหน่งของ Donald Trump

แต่อย่างไรก็ตามมองว่านี่เป็นโอกาสดีในการที่จะเข้าซื้อ เนื่องจากคาดว่ากระแสเงินทุนจะไหลกลับเข้ามาในตลาด EM หลังจากที่ตลาดรับรู้ว่านโยบายที่  Trump จะนำมาใช้จริงจะไม่แข็งกร้าวเท่ากับช่วงที่เขาหาเสียง

สำหรับหุ้นเด่นที่เลือกยังเป็นเป็นหุ้นที่เลือกแบบ bottom-up โดยเน้นหุ้นที่ทำธุรกิจในประเทศ ที่ราคาไม่แพง หุ้นเชื่อมโยงนโยบายภาครัฐฯ และหุ้นที่ได้อานิสงส์จากค่าเงินบาทอ่อน ทั้งนี้หุ้นเด่นในเดือนนี้ได้แก่ BCH, MALEE, ROBINS, SCB, SEAFCO, SMT, TKN และ UNIQ

 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นเดือน ม.ค. มีโอกาสสูงที่จะพักฐาน จากแรงขายของ LTF/RMF ที่ครบกำหนดขายได้ และกระแสเงินทุนยังกระจุกอยู่ในตลาด DM โดยเฉพาะสหรัฐและญี่ปุ่น รอพิสูจน์ผลงานของ Trump (รับตำแหน่ง 20 ม.ค.) ดอลลาร์มีทิศทางแข็งค่า Bond yield ของสหรัฐยังอยู่ในระดับสูง ความกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย (ประชุม 2 ก.พ.) ยังอยู่แต่เชื่อไม่ขึ้นเร็วๆนี้

ส่วน ECB และ BOJ ไม่น่ามีมาตรการเพิ่มเติมในเดือนนี้ ระวังราคาน้ำมันในช่วงกลางเดือนที่อาจดันตลาดขึ้นหรือฉุดลงขึ้นกับผลประชุม OPEC และ non-OPEC

สำหรับตลาดที่ผันผวนในเดือนนี้แนะนำ EKH (ราคาพื้นฐาน 8 บาท), GFPT (ราคาพื้นฐาน 17.70 บาท), HMPRO (ราคาพื้นฐาน 12 บาท), KSL (ราคาพื้นฐาน 4.80 บาท), LIT (ราคาพื้นฐาน 14 บาท)  

 

บล.บัวหลวง ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ระยะเดือน ม.ค. คาดมีโอกาสที่จะเกิด January effect เหมือนกับปี 2012-13 และ 2015 ที่ดัชนีหุ้นขึ้นในช่วงเดือน ม.ค.โดยอิงปัจจัยดังนี้

(1) แรงซื้อคืนจากนักลงทุนต่างชาติ โดยแรงขายคาดว่าจะจำกัดอิงสัดส่วนถือครองหุ้นไทยที่ 29% ต่ำสุดในรอบ 5 ปี และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ 32%

(2) ตัวเลขเศรษฐกิจภูมิภาคช่วงต้นปี คาดโมเมนตั้มยังดีต่อเนื่องจากปลายปี (ดัชนีภาคการผลิตโลก)

ส่วนข่าวลบ วิตกเม็ดเงินไถ่ถอนหน่วยลงทุน LTF ที่คาดว่าจะกดดันหุ้นไทยเดือน ม.ค. คาดว่าจะกระทบหุ้นไทยจำกัดเพราะ

(1) เม็ดเงินซื้อ LTF สุทธิปี 2013 คิดเป็นประมาณ 8% ของ NAV หรือเพียง 2 หมื่นกว่าลบ.เท่านั้น และอิงข้อมูลการไถ่ถอนหน่วยฯ ย้อนหลัง 3 ปี พบว่าการขายหน่วยจะกระจายหลายเดือน ไม่ได้กระจุกตัวในเดือน ม.ค.เพียงเดือนเดียว

(2) ระดับผลตอบแทนหุ้นไทยปี 2013 เทียบ ณ.ปัจจุบันเฉลี่ยเพียง 8% ซึ่งไม่ได้ให้ผลตอบแทนสูงเหมือนรอบ ปี 2012 และครบกำหนดปี 2016 ที่ให้ผลตอบแทนถึง 22%