คึกคัก(อีกครั้ง)โมนิก้าและทีมงาน

*สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ย่อตัว อาจเป็นอะไรที่ทำให้ผู้เล่นบางส่วนรู้สึกตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูกก็จริง แต่ก็มีผู้เล่นบางคนสามารถแปลงเป็นโอกาสในการลงทุนได้แบบชิวๆ “โมนิก้า” ถึงอยากให้บรรดาผู้เล่นระดับหัวแถวเริ่มสำรวจหุ้นนอกกระแสที่เริ่มกระตุกขึ้นอย่างผิดสังเกต น่าจะเป็นทีเด็ดสำหรับการลงทุนรอบใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น จึงต้องรู้จักปรับเปลี่ยนรูปแบบไงล่ะค่ะ


*สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ย่อตัว อาจเป็นอะไรที่ทำให้ผู้เล่นบางส่วนรู้สึกตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูกก็จริง แต่ก็มีผู้เล่นบางคนสามารถแปลงเป็นโอกาสในการลงทุนได้แบบชิวๆ “โมนิก้า” ถึงอยากให้บรรดาผู้เล่นระดับหัวแถวเริ่มสำรวจหุ้นนอกกระแสที่เริ่มกระตุกขึ้นอย่างผิดสังเกต น่าจะเป็นทีเด็ดสำหรับการลงทุนรอบใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น จึงต้องรู้จักปรับเปลี่ยนรูปแบบไงล่ะค่ะ

*โดยเฉพาะในช่วงที่ดัชนีแกว่งตัวขึ้นๆ ลงๆ “โมนิก้า” มองเป็นช่องทางในการเล่นเก็งกำไรแบบสุดซอย เพราะเมื่อส่องกล้องมองหุ้นเป็นรายตัวจะเห็นว่า หุ้นหน้าเก่าๆ เริ่มขึ้นมายึดหัวหาด most gainer อีกแล้ว ขณะที่หุ้นบลูชิพยังคงไต่ระดับขึ้นอย่างช้าๆ ส่งผลให้ภาพรวมของการลงทุนอยู่ในลักษณะ side way เพื่อรอจังหวะเหมาะๆ ในการเทคตัวแบบสุดลิ่มทิ่มประตูเจ้าค่ะ

*ฉะนั้นการที่ดัชนีวิ่งขึ้นมาปิด 1,572.10 จุด บวกไป 8.02 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.98 หมื่นล้านบาท ย่อมต้องหันมามองที่หุ้นขนาดใหญ่เป็นลำดับแรก เพราะมันเป็นการสะท้อนถึงแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันไหลกลับเข้ามาอีกรอบ และหากแรงซื้อยังไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทุกอย่างก็จะเป็นเหมือนกับที่ประมาณการไว้ ซึ่งจะทำให้บรรยากาศการลงทุนคึกคักอีกหลายวันเลยทีเดียวนะจ๊ะ

*เหมือนกับการทะยานขึ้นของแบงก์ชั้นนำอย่าง KBANK กับ KTB มันเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมกระเทียมดองจริงๆ แถมทั้งคู่มีทรงในการขึ้นค่อนข้างดีกว่าแบงก์อื่น “โมนิก้า” จึงขอโฟกัสลักษณะการขึ้นมากเป็นกรณีพิเศษ หลังแบงก์สีเขียววิ่งขึ้นมายืนที่ 189 บาท บวกไป 3 บาท หรือขึ้นไป 1.60%  ด้วยมูลค่า 2.23 พันล้านบาท ทั้งที่กลางเดือน ธ.ค. 58 ยังยืนอยู่ที่ 170 บาท เที่ยวนี้เลยมองยอดเก่า 200 บาทเป็นที่ตั้งไงล่ะค่ะ

*ส่วนรายหลังอาจมีการพักฐานเป็นบางจังหวะ แต่ดูรวมๆ แล้วยังมีเสน่ห์เหลือเกิน “โมนิก้า” ถึงเชื่อว่า นี่เป็นช็อตเคาะขวารัวๆ แบบไม่ต้องเนียมอาย แต่มีข้อควรระวังว่า รอบนี้จะฝ่าแนวต้านเก่าบริเวณที่ระดับ 19.50 บาทไปได้หรือเปล่า? หลังหุ้นทะยานขึ้นมาปิดที่ 18.80 บาท บวกไป 0.40 บาท หรือขึ้นไป 2.20%  ด้วยมูลค่า 1.93 พันล้านบาท มันเป็นช็อตที่ต้องลุ้นสุดตัว หากผ่านไปได้แบบชิวๆ น่าจะขึ้นไปหาแนวต้านถัดไปที่ 21 บาทเจ้าค่ะ

*ก่อนจะเข้าไปดูหุ้นหน้าใหม่ๆ “โมนิก้า” ขอโฟกัสไปที่หุ้น STA อีกสักรอบ หลังทะยานขึ้นมาปิดที่ 23.70 บาท บวกไป 1.50 บาท หรือขึ้นไป 6.80% ด้วยมูลค่า 1.11 พันล้านบาท มันเป็นช็อตเสี่ยงตายที่ต้องทำใจพอสมควร และบังคับให้วันนี้ต้องเดินหน้าขึ้นไปอีก ซึ่งคล้ายคลึงกับสถานการณ์ของหุ้น  SUSCO กระชากขึ้นเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน พร้อมกับทะยานขึ้นมาทำจุดสูงสุดที่ 4.66 บาท ก่อนจะลงเอยที่ระดับ 4.44 บาท บวกไป 0.48 บาท หรือขึ้นไป 12% ด้วยมูลค่า 1.14 พันล้านบาท มันเป็นไฟต์ที่ต้องคิดหนักก่อนลงสนามอีกครั้งนะจ๊ะ

*ส่วนที่ไม่ต้องคิดอะไรมากมาย เพราะเกมถูกเซ็ทมาเป็นเวลานานอย่าง GUNKUL เดี๊ยนมองเป็นหนังเรื่องเก่า เอามาเล่าใหม่ บวกกับได้กุนซือคอยทำหุ้นให้อย่าง เฮีย ช. คอยกำกับการเคาะขวาตลอดเวลา วานนี้ถึงเห็นหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ 6.20 บาท บวกไป 0.50 บาท หรือขึ้นไป 8.80% ด้วยมูลค่า 760 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นเกมที่ยืดเยื้อแน่ๆ เพราะมีข้อสงสัยหลายประการที่ต้องตอบสังคมให้ได้ แต่ในระหว่างที่ความจริงยังไม่ปรากฏ ก็ละเลงกันให้เต็มที่ไปก่อนเลยค่ะ

*เหมือนกับในรายของ UMI กระชากขึ้นมายืนอยู่ที่ 3.78 บาท บวกไป 0.42 บาท หรือขึ้นไป 12.50%  ด้วยมูลค่า 370 ล้านบาท มันเป็นเกมดันหุ้นค่อนข้างชัดเจน แต่เผอิญมีคำอธิบายที่น่าเชื่อถือเข้ามาผสมโรง บวกกับตัวเลขกำไรงวด 9 เดือนของปี 59 ออกมาดีกว่าคาด หุ้นถึงไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ หรือถ้าคิด P/E 20 เท่า บนตัวเลขกำไรต่อหุ้น 0.20 บาท คงต้องไปเจอกันแถว 4 บาทนะจ๊ะ

*ไหนๆ เม้าท์ถึงหุ้นที่สตอรี่ดีๆ “โมนิก้า” ขอย้อนกลับมาดู CHO เพื่อเสนอไว้เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ชอบลุ้นเป็นชีวิตจิตใจ และเหตุผลที่ทำให้มาพูดถึงก็มาจากนโยบายปรับเปลี่ยนรถตู้มาเป็นไมโครบัส ซึ่งมีการกำหนดไว้เป็นวันที่ 1 ก.ค. ที่จะมาถึงในเร็วๆ นี้ และดูเหมือนว่า “เสี่ยจิง” จะเป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเสียด้วยหุ้นถึงวิ่งขึ้นมาปิดที่ 1.91 บาท บวกไป 0.06 บาท หรือขึ้นไป 3.25% แบบนี้..ต้องเล่นตามน้ำแล้วล่ะ

*เม้าท์ถึงตรงจุดนี้ขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” อยากให้แฟนคลับหันไปดู SELIC ของพ่อหนุ่ม “พูดน้อย ต่อยหนัก” สักนิดหนึ่ง เพราะการที่หุ้นวิ่งขึ้นมาปิด 3.30 บาท บวกไป 0.14 บาท หรือขึ้นไป 4.40% มันน่าจะมีมูลเหตุมาจากตัวเลขกำไรออกมาค่อนข้างดี แถมทุกคนต่างรู้ดีว่า ธุรกิจกาวในอุตสาหกรรมต่างๆ มีการใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ย่อมเป็นตัวผลักดันให้หุ้นกระชากขึ้นไปอีกนะคะ

*ส่วนควันหลงเรื่องของหุ้น EIC ยังมีออกมาให้ได้ยินเป็นระยะ โดยทั้งหลายทั้งปวงก็เกี่ยวข้องกับคนที่ชื่อ “บี” มากกว่าคนอื่นๆ ว่ากันว่า ผู้บริหารหนุ่มรายนี้ทิ้งขยะไว้ใต้พรมเยอะแยะไปหมด พอมาเห็นอีกทีก็จำเป็นต้องตัดขายธุรกิจบางอย่างออกไป และต้องเดินเรื่องเจรจากับพันธมิตรทางธุรกิจกันใหม่อีกรอบ “โมนิก้า” ถือเป็นการปิดฉากที่ไม่ค่อยสวยงามสักเท่าไหร่! และชื่อของพ่อหนุ่มรายนี้คงขายไม่ได้อีกนานเลยทีเดียว ส่วนราคาหุ้นในกระดานก็ฟื้นตัวอย่างช้าๆ ก่อนจะมาปิดที่ 0.85 บาท บวกไป 0.02 บาท หลังทุกอย่าง “เคลียร์ชัด จัดเต็ม” นะจะบอกให้

Back to top button