PLANB มายาของกำไรแฉทุกวัน ทันเกมหุ้น

เมื่อวานนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่ราคาหุ้นของบริษัทผู้ผลิตสื่อโฆษณากลางแจ้งและในอาคารอย่าง บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANB วิ่งสวนทางกับกำไรสุทธิที่ลดลง

เมื่อวานนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่ราคาหุ้นของบริษัทผู้ผลิตสื่อโฆษณากลางแจ้งและในอาคารอย่าง บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANB วิ่งสวนทางกับกำไรสุทธิที่ลดลง

แล้วก็ไม่ใช่ครั้งแรกอีกเช่นกันที่บรรดานักวิเคราะห์พากันส่งเสียงเชียร์ให้ซื้อหุ้น PLANB ที่กำไรลด โดยอ้างเหตุผลว่า อดีตไม่ได้บ่งชี้อนาคตที่ยังคงสดใส…ว่ากันเข้าไป ตามหลักฐานที่งัดกันขึ้นมาอธิบาย

ครจะเชื่อหรือไม่ เชิญตามสบาย

ดูจากงบการเงินที่ประกาศออกมา จะเห็นได้ชัดว่า ในไตรมาสสี่ของปี 2559  PLANB มีกำไรสุทธิ ที่ 54 ล้านบาท ลดลงฮวบฮาบเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน  48% และ 56% เทียบกับไตรมาสสาม ยังผลให้งวดสิ้นปี มีกำไรสุทธิแค่ 351.60 ล้านบาท ลดลงมากถึง 12.15% เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิสิ้นปี 2558 ที่ 400.21 ล้านบาท

หากลงลึกในรายละเอียดของงบการเงินรวม (ไม่นับลูกที่มีดกยั้วเยี้ย) จะพบว่า คิดจากรายได้ตลอดทั้งปี PLANB มีรายได้เติบโตอย่างมาก  จาก 2,170.08 ล้านบาท มาเป็น  2,446.19 ล้านบาท แต่ต้นทุนของการให้บริการ ที่เพิ่มขึ้นมาก และ ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เกิดจากการควบรวมกิจการ ก็ทำให้ต้นทุนพุ่งแรงกว่ารายได้ เป็นที่มาของกำไรที่ลดลง

โดยสรุปรวบยอด การปรับตัวลดลงของกำไรสุทธิของ PLANB มีสาเหตุมาจากหลายทางคือ 1) รายได้จากการขายและบริการที่ลดลง 2) อัตราการเช่าใช้สื่อโฆษณาที่ต่ำลง 3) อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง 4) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น

ที่สำคัญคือ การลงทุนเพื่อการเติบโตทางลัดผ่านการควบรวมกิจการ กลับไม่เกิดประโยชน์เพราะการลดลงของการใช้งบโฆษณาโดยเฉพาะในสื่อดิจิตอล หรือ อัตราการใช้สื่อโฆษณา (Utilization rate)  ในช่วงระยะเวลาของการไว้อาลัยฯ 30 วัน ทำให้อัตราการเช่าใช้สื่อโฆษณาโดยรวมลดลงมาอยู่ที่ 52.0%  (ต่ำกว่าทุกสื่อ 59% ในช่วงครึ่งปีแรก 2559) จากระดับปีก่อนที่ 72% (ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการขยายสื่อโฆษณาใหม่และเพิ่มกำลังการผลิตสื่ออย่างต่อเนื่อง) ถือเป็นต้นทุนที่ต้องแบกรับอย่างเลี่ยงไม่พ้น

PLANB20170216

จุดอ่อนข้อนี้แหละที่นักวิเคราะห์มีมุมมองที่ลึกซึ้งกว่านักลงทุนธรรมดาที่มองเห็นว่าจะกลายเป็นจุดได้เปรียบในปีนี้ของ PLANB เพราะว่า เมื่อใดที่ อัตราการใช้สื่อโฆษณา (Utilization rate) กลับมา สู่ระดับปกติ ผลประกอบการของ PLANB  ก็พร้อมจะกลับมาโดดเด่นอีกครั้ง

พูดไปก็พอมีเหตุผลน่ารับฟัง

ปัจจุบัน สื่อโฆษณาของ PLANB ที่เน้นการโตทางลัด มีเครือข่ายครอบคลุมอยู่ในทุกพื้นที่ในกรุงเทพฯ โดยรวมถึงระบบขนส่งมวลชนที่สำคัญทั้งรถโดยสารประจำทางปรับอากาศและระบบรถไฟฟ้า พื้นที่กลางแจ้งที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของกรุงเทพฯ รวมถึงศูนย์การค้าชั้นนำและสถานที่พักผ่อน ตลอดหัวเมืองใหญ่ ทำให้สื่อโฆษณาของบริษัทได้รับการบริโภคจากกลุ่มคนที่หลากหลายทั้งในแง่อายุ รายได้ และรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวัน

ครบวงจรขนาดนี้ ทำให้ สื่อโฆษณาของบริษัทสามารถตอบโจทย์เจ้าของสินค้าและบริการที่ต้องการทำการตลาดเพื่อส่งเสริมการขายในช่วงที่การแข่งขันทางการตลาดที่สูงได้อย่างรอบด้าน

มุมมองนักวิเคราะห์หลายสำนัก ประมวลออกมาถึงอนาคตในเชิงบวกของปี 2560 ที่จะเกิดกับ PLANB …หากไม่เรียกกันว่า เชียร์แขก…โดยชี้ว่า กำไรสุทธิ ของ PLANB คาดว่าจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีนี้เพราะ 3 ปัจจัยคือ

 – อัตราการเช่าใช้สื่อโฆษณาเดิมที่ฟื้นตัวจากการเพิ่มขึ้นของเม็ดเงินโฆษณา

–  การเพิ่มขึ้นของรายได้ที่รับรู้จากโครงการใหม่ในไตรมาส 3/59 (อัตราการเช่าใช้สื่อโฆษณาเพิ่มขึ้น)

–  การเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการรายได้ของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย และ บริษัท พรีเมียร์ลีก (ไทยแลนด์) จำกัด หนุนการเติบโตของกำไรที่ชัดเจนโดดเด่น

ข้อสรุปของนักวิเคราะห์ที่ประเมินว่าปีนี้ PLANB จะโตอย่างโดดเด่นและให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี เหนือ 8.00 บาท แม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่…เพราะเป็นเป้าหมายที่เคยคาดเดามาก่อนในปี 2559 ตอนต้นปี …แล้วก็เดาผิดไปหมด…จึงเป็นราคาเป้าหมายที่นักลงทุนต้องเพ่งพินิจกันใหม่ว่า สมควรเชื่อหรือไม่

เหตุผลหลักก็คือผู้บริหารคนหนุ่มไฟแรงของบริษัทนี้ อย่าง นายปรินทร์ โลจนะโกสินทร์ ซีอีโอ และ นายพินิจสรณ์ ลือชัยขจรพันธ์ กรรมการผู้จัดการ ขี้อายเหลือเกิน ไม่ยอมปรากฏตัวให้ใครอื่นนอกธุรกิจเห็นตัวง่ายนัก

ไม่รู้ว่ากลัวดอกพิกุลจะร่วง หรือ เพราะสาเหตุอื่นๆ ที่เกินคาดเดา

“อิ อิ อิ”