คัด 9 หุ้นเด่นวิ่งแรงได้ใจ! ชู 2 เดือนรับรีเทิร์นเกิน 40%

คัด 9 หุ้นเด่นวิ่งแรงได้ใจ! ชู 2 เดือนรับรีเทิร์นเกิน 40% นำโดย AMANAH, GIFT, SYNEX, TLUXE, UV, SYMC, AMATA, TASCO, ORI,

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์ SET ช่วง 2 เดือนแรกปี 60 โดยเทียบราคาปิด ณ วันที่ 30 ธ.ค.59-28 ก.พ.60 โดยการสำรวจครั้งนี้ขอนำเสนอหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูงเกิน 40 % เท่านั้น เนื่องจากเห็นว่าหุ้นเหล่านี้มีผลตอบแทนโดดเด่นและมีพื้นฐานน่าสนใจมากสุด

ขณะเดียวกันหุ้นกลุ่มนี้ให้ผลตอบแทนสูงกว่าดัชนีตลาดฯ โดยเห็นได้จากการปรับตัวของดัชนีในช่วง 2 เดือน ที่เพิ่มขึ้นเพียง 1.07% โดยเทียบดัชนี ณ วันที่  30 ธ.ค. 59 อยู่ที่ระดับ 1542.94 จุด เพิ่มขึ้น 16.62 จุด มาอยู่ที่ระดับ 1495.72 จุด ณ วันที่ 28 ก.พ.60 โดยหุ้นที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าวมีทั้งหมด 9 ตัว คือ AMANAH, GIFT, SYNEX, TLUXE, UV, SYMC, AMATA, TASCO และ ORI ตามตารางประกอบดังนี้

 

อันดับ 1 บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ AMANAH  ราคาช่วง 2 เดือนแรก ปรับตัวเพิ่มขึ้น 104.44% จากราคา ณ วันที่ 30 ธ.ค. 59 อยู่ที่ระดับ 0.90 บาท บวก 0.94 บาท มาอยู่ที่ 1.84 บาท ณ วันที่ 28 ก.พ.60 ราคาหุ้นที่ปรับตัวแรงส่วนใหญ่มาจากปัจจัยเรื่องผลประกอบการปี 59 พลิกมีกำไร 31.44 ล้านบาท จากปีก่อนขาดทุน 136.41 ล้านบาท เนื่องจากการเร่งรัดติดตามหนี้เพื่อให้เงินกันสำรองหนี้ฯให้ลดลง และรายได้ที่เกิดจากเงินให้สินเชื่อเช่าซื้อที่เริ่มปล่อยใหม่ (ATM เงินด่วน) อย่างไรก็ตามช่วงราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรงมากเกินไป การเข้าลงทุนจึงต้องระมัดระวัง เนื่องจากหุ้นยังอยู่ในช่วงขยายเวลาเกณฑ์ Cash Balance ตั้งแต่ 6 มี.ค.-24 มี.ค.60

 

อันดับ 2 บริษัท แกรททิทูด อินฟินิท จำกัด (มหาชน) หรือ GIFT ราคาช่วง 2 เดือนแรก ปรับตัวเพิ่มขึ้น 52.56% จากราคา ณ วันที่ 30 ธ.ค. 59 อยู่ที่ระดับ 3.90 บาท บวก 2.05 บาท มาอยู่ที่ 5.95 บาท ณ วันที่ 28 ก.พ.60 ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาจากหลายปัจจัย อาทิ ผลประกอบการที่ทำกำไรอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับช่วงดังกล่าวมีปัจจัยกองทุน Templeton เข้าลงทุนเพิ่มทำให้นักลงทุนมั่นใจต่อบริษัทและมีไล่ราคากันอย่างหนาแน่น

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ฯว่า บมจ.ยูเนี่ยน ปิโตรเคมีคอล (UKEM) และบมจ.แกรททิทูด อินฟินิท (GIFT) ทางกองทุน Templeton ซื้อหุ้น GIFT 2.6% (8 ล้านหุ้น) จาก UKEM ประเมินเป็น Sentiment บวกต่อหุ้น GIFT ที่มีกองทุนต่างชาติเข้าลงทุน และเป็นบวกต่อ UKEM (คาดรับรู้เงินสดจากการขายเงินลงทุน) จึงแนะนำ “เก็งกำไร” GIFT และ UKEM

 

อันดับ 3 บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX ราคาช่วง 2 เดือนแรก ปรับตัวเพิ่มขึ้น 51.05% จากราคา ณ วันที่ 30 ธ.ค. 59 อยู่ที่ระดับ 7.15 บาท บวก 3.65 บาท มาอยู่ที่ 10.80 บาท ณ วันที่ 28 ก.พ.60 ราคาปรับตัวขึ้นแรงเนื่องจากพื้นฐานสดใสและเงินปันผลน่าสนใจและนักวิเคราะห์แนะให้เข้าลงทุน

โดยบริษัทรายงานผลการดำเนินงานประจำปี 59สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.59 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไร 406.93 ล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 358.68 ล้านบาท บริษัทประกาศจ่ายปันผลงวดดำเนินงานวันที่ 1 ก.ค. 2559 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2559 เป็นเงินสดจำนวน 0.26 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ไม่ได้รับสิทธิปันผลในวันที่ 16 มี.ค. 2560 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 12 พ.ค. 2560

บล.ฟินันเซีย ไซรัส  ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า SYNEX ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า Apple ทุกสินค้ายกเว้นสมาร์ทโฟน ทำให้สินค้ากลุ่ม Consumer ครอบคลุมมากขึ้น ปีนี้ SYNEX ถูกแต่งตั้งเป็นตัวแทนแล้ว 4 แบรนด์คือ Apple, D-Link, DJI, และ belkin

ส่วนการตั้งบริษัทร่วมเพื่อทำธุรกิจลิสซิ่ง คาดแล้วเสร็จในไตรมาส1/60 ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 19% สูงกว่าประมาณการของเราที่ +12% เป้าที่ท้าทายนั้นเริ่มเห็นสัญญาณบวกตั้งแต่เดือน ม.ค. ที่ทำยอดขายได้ดีกว่ายอดเฉลี่ยรายเดือนค่อนข้างมาก คาดกำไรปี 60-61 โตเฉลี่ย 18% ต่อปี แนะนำซื้อ ราคาพื้นฐาน 15.50 บาท

 

อันดับ 4 บริษัท ไทยลักซ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TLUXE ราคาช่วง 2 เดือนแรก ปรับตัวเพิ่มขึ้น 50% จากราคา ณ วันที่ 30 ธ.ค. 59 อยู่ที่ระดับ 9.00 บาท บวก 4.50 บาท มาอยู่ที่ 13.50 บาท ณ วันที่ 28 ก.พ.60 ราคาหุ้นปรับตัวแรงจาการเล่นเก็งกำไรทางเทคนิคขาขึ้น  อีกทั้งบริษัทมีมติอนุมัติให้ลงทุนในโรงโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม ที่เมืองเมืองอาโอโมริ (Aomori) ประเทศญี่ปุ่น ยิ่งทำให้นักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรอีกทาง

นอกจากนี้บริษัทรายงานผลการดำเนินงานปี 59 สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.59 (รวมบริษัทย่อย) พลิกมีกำไรสุทธิ 236.98 ล้านบาท จากปีก่อนขาดทุนสุทธิ38.79 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากการรับจ้างผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง ทั้งโรงงานเพชรบุรี และโรงงานสงขลา สามารถผลิตได้มากขึ้นอย่างต่อเนื่องจึงทำให้รายได้จากการรับจ้างผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้น พร้อมกันนี้ยังมีต้นทุนในการขายและค่าใช้จ่ายลดลงอีกด้วย

 

อันดับ 5 บริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UV ราคาช่วง 2 เดือนแรก ปรับตัวเพิ่มขึ้น 50% จากราคา ณ วันที่ 30 ธ.ค. 59 อยู่ที่ระดับ 6.25 บาท บวก 2.55 บาท มาอยู่ที่ 8.80 บาท ณ วันที่ 28 ก.พ.60 ราคาหุ้นปรับตัวแรงเนื่องจากบริษัทรายงานผลการดำเนินงานประจำปี 59 สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.59 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 1,075.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70.49% จากปีก่อนมีกำไร 630.94 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากการขายและการให้บริการและรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น

อีกทั้งนักลงทุนเข้ามาไล่ซื้อหุ้นเพื่อรอรับเงินปันผลช่วงที่ผ่านมา โดยบริษัทประกาศจ่ายปันผลงวดดำเนินงานวันที่ 1 ม.ค.2559 ถึงวันที่ 31 ธ.ค.2559 เป็นเงินสดในอัตราการ 0.20 บาทต่อหุ้น โดยขึ้นเครื่องหมาย XD ไม่ได้รับสิทธิปันผลในวันที่ 8 มี.ค.60 จ่ายเงินปันผลในวันที่ 26 พ.ค.60

ขณะเดียวกันบริษัทตั้งเป้ารายได้รวมปี 60 เติบโตประมาณ 10-15% จากปี 59 ที่มีรายได้รวม 17,315.6 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 75-80% ของรายได้รวม ส่วนในปี 60 บริษัทวางแผนเปิดโครงการแนวราบใหม่ จำนวน 21 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 21,000 ล้านบาท และโครงการคอนโดฯ 4 โครงการ มูลค่า 6 พันล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) รวม 3,276 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 1,706.8 ล้านบาท และโครงการแนวสูง 1,569.2 ล้านบาท ซึ่งรับรู้ในปี 60 ทั้งหมด ยิ่งทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรงในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา

 

ส่วนอันดับ 6-9 คือ  บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SYMC,บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA,บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO และบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ตามลำดับ ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรงส่วนใหญ่มีปัจจัยบวกมาสนับสนุนไม่ว่าจะเป็นผลประกอบการและแผนงานการลงทุนปี 60 ขณะเดียวกันหุ้นส่วนใหญ่เป็นหุ้นพื้นฐานและมีสภาพคล่อง จำทำให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนอย่างคึกคัก

*ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ การตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน