AJD วิบากกรรมของพระเอกตัวจริง

ศุกร์ที่ผ่านมา นายอมร มีมะโน ซีอีโอใหญ่ของ บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ AJD ตั้งคำถามว่า "ผมควรทำตัวอย่างไร กับเรื่องโกหกที่คนเอามาทุบหุ้นผม"

แฉทุกวันทันเกมหุ้น

 

ศุกร์ที่ผ่านมา นายอมร มีมะโน ซีอีโอใหญ่ของ บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ AJD ตั้งคำถามว่า “ผมควรทำตัวอย่างไร กับเรื่องโกหกที่คนเอามาทุบหุ้นผม”

คำถามดังกล่าว บอกนัยของความวิปริตของอารมณ์ตลาดที่ไร้เหตุผล หลังจากตลาดเปิดการซื้อขายเมื่อเช้าวันศุกร์มาได้ 10 นาที ราคาหุ้นของ AJD ก็ถูกเทกระหน่ำขายรุนแรง ร่วงจากตอนเปิดตลาด 1.73 บาทไปถึงแรงเกือบ 20% โดยไม่มีปี่มีขลุ่ยถึงระดับ 1.38 บาท ก่อนจะปิดตลาดบ่ายที่ระดับ 1.49 บาท

มีคำอธิบายแรงขายแบบ “แพนิก เซลลิ่ง” ของราคา AJD โดยใครก็ไม่รู้ โยงเข้าไปว่า เพราะคนระดับ “ขาใหญ่” ที่มาเล่นหุ้น AJD  มีชื่อว่า สอง วัชระศรีโรจน์ ศิษย์เอกของวัดพระธรรมกาย ดังนั้นเมื่อ ดีเอสไอ ออกมาให้ข่าวว่า “พบหลักฐาน” (ไม่รู้อะไร) ที่ชัดเจนว่ามีคนเอาเงินวัดนี้ ที่รับบริจาคมา มาเล่นซื้อขายหุ้นในตลาด ย่อมเกิดความสั่นคลอนทางลบเป็นลูกโซ่แบบ “เด็ดดอกไม้ สะเทือนถึงดวงดาว”

คิดแบบตรรกะมั่วๆ ก็มีเหตุผล แต่หากใช้ปัญญากันบ้าง จะเข้าใจได้ดีว่า ข้อกล่าวอ้างของ ดีเอสไอ ที่มีสื่อจำนวนมากช่วยกันโหมกระพือ “ไล่ล่าวัดพระธรรมกาย” ถึงที่สุด เลอะเทอะ เหลวไหล และไร้สาระอย่างยิ่งยวด

ที่ว่าเช่นนี้เพราะข้อกล่าวหา “เอาเงินวัดมาเล่นหุ้น” นอกจากโง่สิ้นดีแล้ว คนกล่าวหา มีความรู้เรื่องการเงินติดลบทีเดียว

วัด หรือโบสถ์ในศาสนจักรทุกแห่งทั่วโลก รวมทั้งสำนักคุณไสยสารพัด มีสินค้าหลักที่เป็นจุดขายโดดเด่นคือ “ศรัทธา”  ซึ่งไม่สามารถตีค่าต้นทุนได้ แต่ตีออกมาเป็นมูลค่าทางธุรกรรมได้

การตลาดที่เน้นศรัทธาแบบนี้เรียกว่า  holistic marketing ที่ส่งต่อให้เกิดธุรกรรมทางการเงินในแบบ holistic finance ได้

พระดัง นักบวชดัง อาจารย์ดัง โบสถ์ดัง ปูชนียสถานดัง เรียกเงินทองเข้าพกห่อได้ง่ายมานานกว่า 3,000 ปี ก่อนสมัยประวัติศาสตร์มนุษยชาติด้วยซ้ำ

หลักการง่ายๆ ของ holistic finance คือ แปลงศรัทธาให้เป็นทุนทรัพย์ หรือ เรียกให้เพราะคือ holistic OPM นั่นเอง โดยที่ ศรัทธาวัดต้นทุนไม่ได้ จึงมีค่าต้นทุนในทางบัญชีใกล้กับ 0 แต่สามารถสร้าง “ส่วนเหลื่อม” หรือ พรีเมียมของมูลค่า ได้หลายสิบหลายร้อยเท่า

การระดมทุนทรัพย์โดยมีจุดขายเป็นศรัทธานี้ ดีกว่าตลาดการเงิน ตลาดหุ้น หรือตลาดตราสารหนี้มากน้อยแค่ไหน ตอบได้ว่าดีกว่าหลายร้อยหลายพันเท่า เพราะ Holistic Opm เป็นไปตามหลัก “3ไม่” คือ 1) ไม่ต้องจ่ายปันผลเหมือนระดมทุนขายหุ้น 2) ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเหมือนตราสารหนี้หรือสินเชื่อเงินกู้ หรือบัตรเครดิต 3) ไม่มีใครอ้างเป็นหุ้นส่วน 4) ไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีหน้าที่ต่อกันและกันภายหน้าในธุรกรรมที่เกิดขึ้น แต่ละครั้ง

สวนลอยแห่งบาบิโลเนียนในอดีต วิหารทองคำในรัฐปัญจาบของชาวซิกข์ หินกาบะห์ที่เมกกะของมุสลิม วาติกันของสำนักคาธอลิก วัดเส้าหลินของพุทธมหายานและวัดพระธรรมกายของพุทธหีนยาน ถูกสร้างขึ้นมาให้เห็นความมั่งคั่งที่เป็นรูปธรรม ในรายละเอียดที่ต่างกันออกไป แต่มีฐานรากเดียวกันคือ ขายศรัทธาแก่ลูกค้า ผู้แสวงหาความมั่นคงทางจิตใจอย่างแรงกล้า

ในพิธีกรรมทางพุทธศาสนา การระดมทุนขนาดใหญ่ สามารถทำได้หลากรูป แต่ที่ง่ายสุด และทำกันประจำคือ การทอดผ้าป่า (ปีละหลายครั้ง) และทอดกฐินปีละครั้ง (ไม่นับงานกิจกรรมอื่นๆ ที่เข้าข่าย “วัดครึ่งหนึ่ง กรรมการครึ่งหนึ่ง”)

ตัวอย่างง่ายๆ ที่เป็นรูปธรรม วัดพระธรรมมกายสามารถตั้งกองผ้าป่ากองละ 5,000 บาท เป็นจำนวน 1 ล้านกอง ทำครั้งเดียวก็ได้ 5,000 ล้านบาท

ง่ายๆ อย่างนี้ ไม่มีความจำเป็นต้องหาเงินเพิ่มด้วยการทำอย่างอื่น โดยเฉพาะเอาเงินให้คนมาเล่นหุ้น ที่ใครๆ ก็รู้ดีว่า เป็นขาขึ้นปีละแค่ 4 เดือน เป็นขาลงเสีย 8 เดือน ที่สำคัญ …. ถูกตรวจสอบเส้นทางเงินง่ายสุด

มีแต่คนโง่และบ้าเท่านั้นที่เอาเงินวัดมาเล่นหุ้น

จะตั้งข้อกล่าวหากันทั้งที ไม่รู้ว่า…..เอาส่วนไหนที่ไม่ใช่สมองคิด

แต่ ก็อย่างว่า …. แมงเม่าขี้ตื่นมีเยอะเต็มตลาด ดังนั้น การเทขายแบบ “แพนิก เซลลิ่ง” จนแมงเม่าลืมไปเลยว่า ผลงานปีที่ผ่านมา AJD ทำกำไรสุทธิมากกว่า 300 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนมากกว่า 5,000% ก็มีผลต่อหุ้นอย่าง AJD จังเบอร์ เดือดร้อนให้เสี่ยอมร ต้องอยู่เฉยไม่ได้ กลับมาสวมบท “พระเอกตัวจริง ” ด้วยการออกมาปฏิเสธข่าวลือด้วยน้ำเสียงขึงขังเอาจริงว่า “ข่าวลือตามห้องค้าว่าหุ้น AJD มีความเกี่ยวพันกับวัดพระธรรมกาย บริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวพันใดๆ ทั้งสิ้น ” เพราะว่าการบริหารงานตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมามีการยึดมั่นหลักธรรมาภิบาล จึงขอให้นักลงทุนมั่นใจว่า AJD ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวแต่ประการใด พร้อมเดินหน้าขยายการลงทุนในธุรกิจใหม่ผลักดันรายได้ให้เติบโต และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุน

ไม่เพียงเท่านั้น ยังออกมาให้คำมั่นสัญญาใหม่ว่า ในปี 2560 ทาง AJD (ที่กำลังจะเปลี่ยนชื่อใหม่เอาเคล็ดว่า AJA จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการเดินหน้าธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า และธุรกิจตู้เติมเงินออนไลน์ เอเจเติมสบาย ซึ่งวางเป้าหมายยอดขายที่ 40,000 เครื่อง นอกจากนี้ ยังได้มีการแตกไลน์ธุรกิจใหม่ คือธุรกิจการให้บริการตู้ขายน้ำอัตโนมัติและตู้น้ำลิตร ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงไตรมาส 1/60 นี้ และธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Money) ให้บริการในรูปแบบบัตร และหรือโปรแกรมในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อชำระค่าสินค้า และบริการทั้งแบบออนไลน์ และตามร้านค้าต่างๆ

แถม ยังมีหมัดเด็ดสำคัญ คือปีนี้ กสทช. เตรียมแจกคูปองทีวีดิจิตอลรอบใหม่ AJD ในฐานะผู้นำตลาดกล่อง Set Top Box ครองส่วนแบ่งตลาด (มาร์เก็ตแชร์) อันดับหนึ่งของประเทศไทยจะได้รับประโยชน์ด้วย ไม่มากก็น้อย

ทราบแล้วเปลี่ยน…. จากขาย มาเป็นซื้อกลับด่วน เพราะ ข่าวลือทะแม่งเรื่อง โยงเสี่ยสอง กับวัดพระธรรมกาย จบแล้ว

ที่สำคัญราคาหุ้น AJD ใต้ 1.50 บาทน่ะ… ต่ำเกินพื้นฐานเกินสมควร

พระเอก ยังไงก็จบสวยน่ะ

ไม่เชื่อลองถามเสี่ยยักษ์ วิชัย วัชรพงศ์ ว่า ที่เงียบๆ เมื่อวันศุกร์น่ะ เก็บเข้าพอร์ตเพิ่มไปเท่าไหร่

“อิ อิ อิ”