SET ฟื้นตัว ชง 10 บจ.ดัง เก็งงบ Q1 โตแรง

นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทย (SET) วันนี้มีโอกาสฟื้นตัวตามตลาดต่างประเทศหลังตลาดคลายกังวลต่อสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี ขณะที่แนะนำให้ติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน


ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์รายงาน เช้านี้ ณ เวลา 9.25 น. ค่าเงินบาทอยู่ที่ 34.34 บาทต่อเหรียญ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นในเช้าวันนี้ โดยได้แรงหนุนจากตลาดหุ้นสหรัฐที่ดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งเมื่อคืน เนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์เกาหลีเหนือ หลังจากที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของสหรัฐระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะยังไม่พิจารณาการใช้ปฏิบัติการทางทหารตอบโต้เกาหลีเหนือในขณะนี้

นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทย (SET) วันนี้มีโอกาสฟื้นตัวตามตลาดต่างประเทศหลังตลาดคลายกังวลต่อสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี ขณะที่แนะนำให้ติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน หุ้นเด่นเลือก ERW-SCB-AOT-PTTGC-BANPU-TACC-KKP-BIG-HANA และ TASCO

 

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.กสิกรไทย เปิดเผยถึงตลาดหุ้นไทยเช้านี้ (18 เม.ย.) มีโอกาสที่จะฟื้นตัวขึ้นได้ เช่นเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนบวก อย่างตลาดหุ้นญี่ปุ่นก็กลับมาบวกได้ เนื่องจากนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลลงบ้างกับสถานการณ์ในต่างประเทศ เพราะในแง่ของภูมิศาสตร์ ระหว่างสหรัฐฯ, ซีเรีย, เกาหลีเหนือ โอกาสที่จะเกิดความรุนแรงในขณะนี้เป็นไปได้น้อย คงจะต้องมีการเจรจากันก่อนมากกว่า ดังนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังเป็นเพียงแค่ความตึงเครียดเท่านั้น อย่างไรก็

ส่วนบ้านเราเมื่อวานนี้ตลาดฯได้ปรับตัวลงมากเกินไป และวอลุ่มเทรดก็ไม่สนับสนุนด้วย นักลงทุนบางส่วนยังถือรอดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่บางส่วนที่ขายออกไปซึ่งก็มีโอกาสที่จะกลับมาซื้อคืนได้เหมือนกัน หลังจากคลายกังวลสถานการณ์ดังกล่าว ต่อจากนี้ไปคงจะต้องติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนทั้งในสหรัฐฯ และตลาดบ้านเรา ซึ่งในสัปดาห์นี้มีบริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐฯหลายบริษัททยอยประกาศงบฯออกมา พร้อมให้แนวรับ 1,570 จุด ส่วนแนวต้าน 1,585 จุด

 

บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ (18 เม.ย.) คาด SET กลับมาฟื้นตัว จาก 1) คลายกังวลต่อสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีหลังจากสหรัฐเน้นแก้ปัญหาโดยสันติวิธี และเลือกใช้วิธีการทางทหารเป็นทางเลือกสุดท้าย 2) ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของโลกยังดี โดยล่าสุดจีนประกาศ GDP ไตรมาส 1/17 ขยายตัว 6.9% ดีกว่าที่ตลาดส่วนใหญ่คาดไว้ที่ 6.8% และนับเป็นอัตราการขยายตัวมากที่สุดในรอบกว่า 1 ปี และ 3) ในเชิงกลยุทธ์แนวรับที่ระดับ 1,575 จุด ยังทำงานได้ดีจึงมีโอกาสเกิดเทคนิคอลรีบาวน์ วันนี้หุ้นกลุ่มธนาคาร และ สื่อสารน่าจะเป็นกลุ่มนำตลาด โดยธนาคารมีปัจจัยบวกจากการคาดการณ์งบไตรมาส 1/17 จะออกมาดีหลังจากที่วานนี้ TISCO และ KTC ประกาศงบออกมาดีเกินคาด ขณะที่กลุ่มสื่อสาร เก็งกำไร TOT เปิดเผยรายชื่อผู้ร่วมธุรกิจคลื่น 2300MHz ในวันที่ 20 เม.ย. คาด DTAC และ ADVANC จะเป็น 2 ผู้เล่นหลักที่คาดว่าจะชนะการประมูล ส่วนหุ้นกลุ่มอื่นๆที่ปรับตัวลงวานนี้น่าจะกลับมาฟื้นตัวเช่นกัน แต่ฝ่ายวิจัยเน้นหุ้นที่แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1/17 จะออกมาดีเป็นหลัก อาทิ PTTGC, BANPU, TACC, KKP, BIG,HANA และ TASCO

กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ : Selective Buy หุ้นเก็งกำไรระยะสั้น : SCB (ซื้อ/เป้า 170.00 บาท) คาดกำไรสุทธิเติบโตมากที่สุดในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ จาก Loan growth ที่เพิ่มขึ้นประมาณ 4-6% และ NPL มีแนวโน้มลดลง, AOT (ซื้อ/เป้า 46) คาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/17 ปรับตัวขึ้นทั้งจากไตรมาสก่อน และจากไตรมาสเดียวกันในปีก่อน จากจำนวนผู้โดยสาร (Passenger volume) ปรับตัวขึ้น 8% จกช่วงเดียวกันในปีก่อน ขณะที่จำนวนเที่ยวบิน และรายได้ค่าสัมปทาน ปรับตัวขึ้นจากการรับรู้รายได้จากเปิดใช้ Terminal ใหม่ของสนามบิน ดอนเมืองและภูเก็ต

 

บล.แอพเพิล เวลธ์ ระบุในบทวิเคราะห์ (18 เม.ย.) ว่า GDP ไตรมาส 1/60 ของจีน ดีกว่าคาดการณ์อยู่ที่ระดับ 6.9 % สูงกว่าระดับคาดการณ์ทั้งปีที่ระดับ 6.5 % สะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งส่งผลบวกต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก ขณะที่ปัจจัยความเสี่ยงการปรับขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐในการประชุม พ.ค. เริ่มลดลง หลังจากรายงานภาคอสังหา ฯ และดัชนีภาคการผลิตที่ปรับชะลอตัวลง กลยทธ์การลงทุน ยังวางจุด Filter แนวรับบริเวณ 1,575 +/- จุด หากยืนได้ทิศทางดัชนีคาดมีโอกาสฟื้นตัวไปทดสอบแนวต้าน 1,590 – 1,600 จุด แนะนำซื้อ ERW (ราคาเป้าหมาย 5.40 บาท) คาดการณ์ได้รับผลบวกนักท่องเที่ยวฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 1/60 และการเปิดโรงแรม Hop Inn 8 แห่งในไทย และ 1 แห่งในฟิลิปปินส์

Back to top button