มุมปรองดอง
คอลัมน์
วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม 2554 ผู้เข้าชม : 766 คน

พาดหัวข่าวหุ้นธุรกิจฉบับเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา อ่านแล้วรู้สึกขำปนขื่นน่าดู… “ประธานกลต.รับจ๊อบ นำทีมดีลเมกเกอร์ TTA”
ประธาน ก.ล.ต. อะไรกันเนี่ยมารับจ๊อบเป็นดีลเมกเกอร์ อย่างนี้ก็มีด้วยหรือ เออถ้าพ้นวาระในอีก 2 เดือนข้างหน้าก็ว่าไปอย่าง
วิษณุ โชลิตกุล คอลัมน์ข้างล่างผมเปรียบเปรยไปถึง สเตราซ์ คาห์น อดีต ผอ.ไอเอ็มเอฟไปโน่นเลยว่าระดับความฉาวรุนแรงซะกว่าอีก เพราะนั่นเป็นเรื่องกมลสันดอนส่วนตัว แต่นี่เกี่ยวข้องกับหน้าที่การงาน
อันที่จริงข่าวนี้ ข่าวหุ้นธุรกิจก็ตามดมกลิ่นมาสักพักหนึ่งแล้ว ยังได้ความรู้ใหม่มาเลยนะเนี่ยว่า หุ้นโทรีเซนไทยฯ เป็นหุ้นใหญ่ในตลาด มีสินทรัพย์ตั้งกว่า 5 หมื่นล้านบาท
แต่เจ้าของคือตระกูลจันทรทัตกลับถือครองหุ้นแค่กระจิ๊ดเดียว ถือครองอยู่ไม่ถึง 5% หุ้นจดทะเบียน 700 ล้านหุ้น กระจัดกระจายเป็นเบี้ยหัวแตกในตลาดอยู่ถึง 99% มีรายย่อยถือครองอยู่ตั้ง 25,000 ราย
กลายเป็นหุ้นไม่มีเจ้าของ
ราคาหุ้นก็ร่วงเอาๆ เคยขึ้นไปสูงสุดตั้ง 60 บาท ตอนนี้ลงมาอยู่แค่ 22-23 บาท ผู้บริหารเอาแต่ไปเทกโอเวอร์กิจการต่างๆ แต่ผลประกอบการกลับถดถอย
อย่างนี้ถ้าจะมีกลุ่มใหม่เข้ามาบริหารมันก็ควรแก่เหตุอยู่หรอก
แต่ก็นั่นแหละ ความไม่ธรรมดาของเรื่องนี้ก็อยู่ตรงที่มีท่านประธาน ก.ล.ต. เข้ามายุ่งเกี่ยวด้วยแหละ ซึ่งก็สร้างความงุนงงกันไปทั่วว่า ท่านจะเอาชื่อเสียง คุณงามความดีในอดีตมาทิ้งเสียทำไม
ความเป็นจริงเป็นอย่างไร ผมว่าท่านวิจิตร สุพินิจควรเปิดใจเล่าแจ้งแถลงไขสักหน่อยนะครับ ย่อมจะเป็นผลดีกว่าการนิ่งเฉยด้วยประการทั้งปวง เพราะเรื่องนี้ไม่เงียบแน่
มาสะดุดใจกับคำโปรยในหัวข่าวฉบับเดียวกันของข่าวหุ้นเรื่อง “2 ประกันบ่ยั่น CPN ฟ้อง” เข้าอีก โดยเนื้อโปรยกล่าวว่า “คปภ.ยัน เทเวศร์-ไทยเศรษฐกิจฯไม่กระทบฐานะการเงินแกร่ง แม้กลุ่มเซ็นทรัลเล็งฟ้อง กรณีเสื้อแดงวางเพลิง”
เอาเข้าแล้วไหมล่ะ “เสื้อแดงวางเพลิง” ทำเป็นลูกน้องอธิบดีธาริต เพ็งดิษฐ์แห่งกรมสืบสวนคู่ปรปักษ์ทางการเมืองของฝ่ายรัฐบาลไปได้
เวทีเสื้อแดงมันล่มสลายไปตั้งแต่เที่ยงวันวันนั้น ทหารกระชับพื้นที่ซะจนไม่มีมดหนูอะไรเล็ดรอดได้หลังจากนั้น แต่ควันไฟมันพวยพุ่งออกมาจากเซ็นทรัล เวิลด์ตั้งแต่ 4 โมงเย็นเศษ ใครหน้าไหนจะทำ ผลการสอบสวนทางการก็ยังไม่มีบทสรุปเลย
แต่โปรยข่าวของข่าวหุ้นดันสรุปให้ซะแล้ว ในขณะที่ 6 ศพที่วัดปทุมวนารามนั่นแหละชัดแจ๋วเลยว่าใครทำ ดันไม่มีบทสรุป
ช่วงเข้าไต้เข้าไฟ ชิงชัยเลือกตั้งในเวลานี้ ความปรองดองเป็นหัวข้อที่โดนใจประชาชนนะครับว่า หลังเลือกตั้งแล้ว ความปรองดองจะกลับคืนมาได้จริงหรือเปล่า ทุกฝ่ายจะยอมรับในผลเลือกตั้ง ไม่ไปก่อม็อบรังควานอะไรกันอีก
ฝ่ายที่ได้เปรียบก็มักจะชูเรื่อง “เผาบ้านเผาเมือง” เอาไปหาเสียง แต่ผมว่าจะปรองดองกันได้จริงมันต้องปรองดองทั้งสองฝ่ายทั้งสองประเด็นนะครับ
เช่นชูเรื่อง “อย่าให้อันธพาลครองเมือง” ก็ต้องหาทางเยียวยาอีกประเด็นหนึ่งคือ “อย่าให้ฆาตกรครองเมือง” ไปด้วย
หรือถ้าบอกว่า ไม่เอาเรื่องนิรโทษกรรม เพื่อลบล้างความผิดคนคนเดียว แล้วเรื่องความตาย 91 ศพจะทำไง จะโยนความผิดให้เป็นฝีมือหมาฆ่า 91 ศพหมดเลยมันก็เกินไป
ข้อเท็จจริงมี 2 มุม 2 ด้าน มุมปรองดองมันก็ต้องปรองดองทั้ง 2 ด้าน 2 มุม


