เล็กเซียวหงส์
คอลัมน์
วันศุกร์ที่ 09 มีนาคม 2555 ผู้เข้าชม : 511 คน

หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้นธุรกิจรายวัน กระบอกเสียงอิสระแห่งตลาดทุน ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของประเทศ ฉบับประจำวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ที่ 9-11 มีนาคม พ.ศ.2555 ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาด 1,168.31 จุด บวก 15.15 จุด มูลค่าซื้อขายกว่า 35,757.62 ล้านบาท เกิดคำถามตามมาว่า “ได้เวลาปรับฐานหรือยัง...?” หรือว่า “วิ่งยาวไปพักช่วงสงกรานต์ซะเลย” นับเป็นสมมุติฐานที่น่าขบคิดไม่น้อยทีเดียว “จุดเสี่ยง” อยู่ที่นักลงทุนต่างชาติออกเมื่อไหร่ เพราะนั่นหมายถึงแรงสั่นสะเทือนที่จะเกิดขึ้นกับหุ้นพลังงาน-แบงก์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หุ้น TRUE บทราคามันจะมาเล่นเอาตกใจกันหมด หากดูจากพื้นฐานยังไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ...แต่หุ้น TRUE น่าจับตาอย่างยิ่งหนีไม่พ้น “การแย่งชิงลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ” ช่วงกลางปีนี้ที่เชื่อว่าเข้มข้นกว่าทุกครั้งแน่ เพราะ 2 ค่ายบันเทิง GRAMMY และ RS ประกาศลงสนามด้วย เรียกว่างานนี้ไม่มีใครยอมใครแน่...เพราะหาก GRAMMY ได้ ยอดขายกล่อง One Sky ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแบบไม่ต้องสงสัย
และหาก RS เกิดได้ขึ้นมา ธุรกิจทีวีดาวเทียม เรตติ้งพุ่งกระฉุดทันที...และนั่นหมายถึงหายนะมาเยือน TRUE VISIONS ทันที...ต้องจับตาอย่าได้กระพริบซะทีเดียว
หุ้น KTC ทำท่าติดแคชบาลานซ์เป็นแน่ หลังร้อนแรงเหลือเกิน ทั้งที่บริษัทขาดทุนบักโกรก...และแนวโน้ม KTB อาจขายทิ้งก็เป็นได้...ส่วนใครจะมารับช่วงต่อยังฝุ่นตลบไปหมด เพราะทั้ง BAY-KK-TCAP-CIMBT ติดโผร่วมชิง KTC ช่วงที่ผ่านมา...แต่น่าสนใจว่าภาระหนี้เสียที่ติดตัว KTC และยอดผู้ใช้บัตรเครดิตกับมูลค่าการลงทุนจะคุ้มค่าหรือไม่
หุ้น PJW น้องใหม่ไฟแรงราคาโรยๆ ลงมาบ้าง ถือเป็นเรื่องปกติ เทียบราคาจอง 3.60 บาท เรียกว่ากำไรกันถ้วนหน้าแต่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับใครมีต้นทุนแค่ไหน...ส่วนที่กังวลกันว่าจะเกิดแรงเทขายทำกำไรนั้น...เชื่อว่าด้วยอัตรากำไรเติบโตปีละ 20% แถมมีลูกค้ายักษ์ใหญ่ทั้ง “ปตท.-เอสโซ่”...ที่สำคัญทิศทางรายได้จากธุรกิจยานยนต์ที่เติบโตไม่หยุด...น่าจะเป็นเครื่องการันตีได้ว่าราคา PJW ไม่หลุดลุ่ยไปถึง 3.60 บาทแน่
หุ้น TUF เริ่มหายตกใจกันแล้ว กรณีเพิ่มทุนร่วมหมื่นล้านบาท เพื่อนำไปใช้หนี้และเงินหมุนเวียน...และทำให้ D/E ที่เคยอยู่ที่ 1.4 เท่า ลดลงเหลือ 0.7 เท่า นั่นหมายถึงต้นทุนดอกเบี้ยหายไปปีละกว่า 600-700 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไดลูทชั่นที่จะเกิดขึ้นกว่า 20% เรียกว่า “คุ้มค่า” และราคาหุ้นหลังเพิ่มทุนแบบเลวร้ายสุดไม่น่าหลุด 75 บาทอย่างแน่นอน...!!!???


