รัชดา 201
คอลัมน์
วันพฤหัสบดีที่ 05 กรกฎาคม 2555 ผู้เข้าชม : 490 คน

งานเข้าอีกรอบสำหรับโรงกลั่นน้ำมันของ BCP ซึ่งเดิมคิดว่าสงสัยจะโดนเยอะ แต่พอสายๆ สถานการณ์ดีขึ้น ดีดลูกคิดดูแล้ว เสียหายไม่มาก แถมยังทำประกันภัยครอบคลุมไว้ทั้งหมด จึงรอดไป... แต่ที่ชวนปวดหัวก็ “ทิพยประกันภัย” นี่แหละ เพราะอุบัติเหตุครั้งนี้ ถือเป็นรอบสองแล้ว ในช่วงเวลาห่างกันไม่มากนัก
ประเด็นเรื่องย้ายโรงกลั่นน้ำมันนั้น เหมือนจะเป็นไปได้ยาก เพราะหากว่ากันตามจริง โรงกลั่นตั้งมาก่อนชุมชน หากจะผิดก็ต้องผิดที่หน่วยงานที่เกี่ยวกับข้อง ไม่บังคับการสร้างแนวกันชน (เช่นเดียวกับนิคมฯมาบตาพุดนั่นแหละ) และหากนำกรณีศึกษาของต่างประเทศมาเทียบ เขาจะเลือกวิธีย้ายชุมชน หรือบางประเทศ เขาก็ย้ายหมู่บ้านออกไปทั้งหมู่บ้าน เพื่อสร้างแนวกันชน “ชุมชน” กับ “โรงงานอุตสาหกรรม” แต่ปัญหาคือ นักการเมืองไทยกลัวจะเสียคะแนน ส่วนตอนนี้เกรงว่า อาจเป็นโอกาสให้กลุ่มเอ็นจีโอออกมาเจื้อยแจ้ว สร้างผลงานหาเงินจากต่างประเทศอีกน่ะสิ
วันก่อน กสิกรไทย (KBANK) ราคาขึ้นไปทำนิวไฮนับจากเข้าตลาดหุ้นที่ 166.50 บาท ส่วนวานนี้ราคาปรับลงมานิดหน่อย เข้าใจว่าเป็นแรงเทขายทำกำไรกันออกมา ขณะที่โบรกฯ มองว่าหุ้นของเสี่ยปั้น จะโดดเด่นในกลุ่มธนาคาร ทั้งสินเชื่อ ค่าธรรมเนียม ต่างดูดีไปหมด ราคาเป้าหมายจึงขยับกันไปกว่า 190-195 บาทแล้ว ใกล้เคียงกับ BBL ส่วน SCB นี่ก็คึกคักไม่หยุด กำไร Q2/55 เห็นว่าอาจแตะเกินหมื่นล้านบาทอีกรอบ ต่อจากไตรมาส 1 จะรวยกันไปไหน!
เป็นอีกข่าวดีสำหรับตลาดหุ้นไทย เมื่อ HSBC เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทย แถมมองว่าผลประกอบการ “บจ.” ในไตรมาส 2 สุดแหล่ม กลุ่มธนาคารดูจะแกร่งสุด แนะนำให้จัดหนักได้ค่ะ ส่วนเงินเฟ้อยังไม่น่าห่วง อัตราดอกเบี้ยเหมาะสมกับเศรษฐกิจไปจนถึงไตรมาส 4 เมื่อฟังกันแบบนี้ ไม่น่ามีเหตุผลอะไรที่ ธปท.จะปรับดอกเบี้ยขึ้นมาอีก และในมุมกลับกัน น่าจะปรับลดด้วยซ้ำ เพื่อช่วยผู้ประกอบการให้มีต้นทุนลดลง
ราคาน้ำมันกลับมาอยู่ในช่วงขาขึ้นอีกครั้ง ทำเอากลุ่มพลังงานกลับมาคึกคัก ครอบครัว PTT เรียงหน้ากระดานทั้ง PTTGC, PTT ส่วน TOP ก็แรงเช่นกัน นัยว่าอาจได้รับประโยชน์จาก BCP ต้องหยุดเดินเครื่องชั่วคราว และโบรกฯ มองว่าปีนี้น่าจะปันผลได้ 3 บาทต่อหุ้น


