ตลาดเริ่มวายโมนิก้าและทีมงาน

*จริงๆ “โมนิก้า” ไม่อยากพาดหัวแบบรุนแรงเช่นนี้ แต่พอเหลือบดูมูลค่าการซื้อขายครึ่งวันเช้าที่มีแค่ 1.40 หมื่นล้านบาท ทั้งที่ปกติทั่วไปมีการซื้อขายในช่วงครึ่งวันเช้าอยู่ที่ระดับ 1.80-2.20 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการตอกย้ำสิ่งที่เดี๊ยนได้พร่ำพรรณนาไว้เมื่อวันก่อนอย่างแจ่มแจ้ง จึงไม่ต้องไปสืบสาวราวเรื่องอะไรให้มากความ เพราะมันเป็นสถานการณ์ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้นะคะ


*จริงๆ “โมนิก้า” ไม่อยากพาดหัวแบบรุนแรงเช่นนี้ แต่พอเหลือบดูมูลค่าการซื้อขายครึ่งวันเช้าที่มีแค่ 1.40 หมื่นล้านบาท ทั้งที่ปกติทั่วไปมีการซื้อขายในช่วงครึ่งวันเช้าอยู่ที่ระดับ 1.80-2.20 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการตอกย้ำสิ่งที่เดี๊ยนได้พร่ำพรรณนาไว้เมื่อวันก่อนอย่างแจ่มแจ้ง จึงไม่ต้องไปสืบสาวราวเรื่องอะไรให้มากความ เพราะมันเป็นสถานการณ์ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้นะคะ

*สาเหตุที่ทำให้เดี๊ยนมั่นใจแบบนั้น ล้วนมาจากจำนวนข่าวดีในแต่ละวันลดลงเรื่อยๆ ขณะที่ข่าวร้ายโผล่ขึ้นมาให้เห็นราวกับดอกเห็ด ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ดำเนินมาไม่ต่ำกว่า 5-6 สัปดาห์ และเป็นต้นเหตุที่ทำให้ดัชนีทิ้งตัวลงจากระดับ 1,600 จุด มาทดสอบแนวรับที่ 1,500 จุด และผลที่ตามมาก็คือ นักลงทุนกลุ่มต่างๆ ชะลอการลงทุน เพื่อรอดูทิศทางของตลาดหุ้นไงหละคะ

*วานนี้ถึงเห็นดัชนีแกว่งตัวไปมาทั้งในแดนบวกและแดนลบ ก่อนจะลงเอ่ยที่ระดับ 1,512.80 จุด ลบไป 1.65 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.27 หมื่นล้านบาท ตรงตามตำราที่ “โมนิก้า” เคยไปศึกษายังต่างประเทศเปะๆ  ย่อมเป็นอีกหนึ่งบทเรียนของผู้เล่นหน้าใหม่ และผู้เล่นหน้าเก่า ที่ต้องอ่านเกมขั้นถัดไปให้ออก ไม่เช่นนั้นอาจพลาดจังหวะสำคัญอะไรบางอย่างไป แล้วจะมาโทษไม่ได้นะคะ

*เรื่องนี้เหมือนกับควันหลงเกี่ยวกับหุ้น PLAT ทุกวันนี้ยังเม้าท์กันว่า บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ ปฏิบัติการณ์โหดเกินไปหรือเปล่า? และดูเหมือนจะไม่ยี่หระกับอาการหุ้นหลุดจอง ชมรมแมงลือถึงขุดเรื่องต่างๆ นานา มาเม้าท์แบบเผาขน ซึ่งบางเรื่องก็พอรับได้ แต่บางเรื่องก็รับไม่ได้ “โมนิก้า” ในฐานะคนดูอยู่ห่างๆ จึงได้แต่รับฟังการด่าลับหลังอย่างเมามัน แต่เดี๊ยนไม่ได้มีอารมณ์ร่วมหรอกค่ะ

*เนื่องจากประเด็นดังกล่าวมีการพาดพิงไปยังบรรดาขาใหญ่ตามซุ้มต่างๆ คือต้นเหตุที่ทำให้หุ้นตัวนี้วายป่วง ไม่ว่าจะเป็น เสี่ย ก. เสี่ย ข. เสี่ย ค. …ฯลฯ ทุกคนต่างด่าอีกฝ่ายเป็นคนทิ้งก่อน ออเดอร์ไม้แรกที่โยนออกมา 4 ล้านหุ้น เลยไม่รู้ว่าเป็นของใคร “โมนิก้า” ถึงอยากให้ทุกคนทำความเข้าใจเรื่องมันนี่เกมอีกสักครั้ง เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนที่สบายตัวมากสุดคือ “บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ” รับเนื้อๆ ทั้งขึ้นทั้งล่อง ดีลหุ้นไอพีโอก็ได้เงิน นำหุ้นเข้าเทรดก็ได้ค่าคอมฯ หุ้นรูดลงหนักแค่ไหน ก็ไม่ใช่ธุระที่ต้องออกมาชี้แจง วานนี้ถึงเห็นหุ้นอ่อนตัวลงมาปิดที่ 6.10 บาท ลบไป 0.35 บาท หรือลงไป 5%  เข้าใจตรงกันนะ…อิอิอิ

*อีกหนึ่งกรณีที่ต้องทำความเข้าใจคงเป็นในรายของ DIMET จริงๆ ไม่อยากจะเม้าท์อะไรมาก แต่เผอิญพรายกระซิบดันเหลือบไปเห็นราคาหุ้นลงอย่างต่อเนื่อง “โมนิก้า” จึงขอเม้าท์สักเล็กน้อยก่อนไปยังหุ้นตัวอื่น คิดดูแล้วกัน! จากหุ้นที่เคยวิ่งขึ้นไปเกือบ 20 บาท พร้อมกับมีข่าวเทกโอเว่อร์ แต่ดีลไม่ดันอย่างใจปรารถนา เพราะฝั่งคนที่จะเอาดันไปเล่นเกมหุ้น แทนที่จะให้ความสนใจตัวธุรกิจ พ่อหนุ่มรายนั้นถึงกับหงายเงิบ นับจากนั้นราคาหุ้นก็อ่อนตัวลงมาเรื่อยๆ จนล่าสุดลงมายืนอยู่ที่ 10.40 บาท บวกไป 0.20 บาท ทั้งที่มูลค่ากิจการอยู่ไม่เกิน 3 บาท เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร คุณๆ ท่านๆ คงรู้ๆ กันอยู่นะจ๊ะ

*เช่นเดียวกับในรายของ TLUXE ไม่มีอะไรเป็นแก่นสาร แถมสตอรี่ที่นำมาป่าวประกาศเป็นแค่ลมพัดผ่าน “โมนิก้า” ถึงไม่แปลกใจที่เกมหุ้นเลิกกันเร็วมาก จากหุ้นที่มีราคาค่างวดอยู่แถวๆ 3 บาท เผลอแป๊บเดียวเป็นหุ้นที่มีค่าตัวสูงถึง 13 บาท สุดท้ายไม่มีอะไรมาการันตีความแข็งแกร่งของตัวเลขกำไรในอนาคต หุ้นถึงรูดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปลายเดือนก.พ. ล่าสุดหุ้นลงมายืนอยู่ที่ 5.50 บาท ลบไป 0.50 บาท หรือลงไป 8% ยับเยินกันเป็นแถบแบบนี้..คงทำได้แค่ปลอบใจกันเองเจ้าค่ะ

*ไหนๆ เม้าท์ถึงหุ้นที่มีลักษณะดาวดับขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” ขอเอ่ยถึงหุ้น GC เพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนใจนักเล่นหน้าใหม่ เรื่องของเรื่องมันมีอยู่ว่า หุ้นตัวนี้ไม่ค่อยมีใครเล่น วันดีคืนดีก็มีคนมาจุดกระแส แต่จุดเท่าไหร่ก็ไม่ติดสักที มหกรรมสงครามวันเดียวถึงอุบัติขึ้น “โมนิก้า” จึงค่อนข้างเห็นใจนักเล่นที่ออกของไม่ทัน เพราะไซเคิลรอบใหญ่ของหุ้นอยู่ในลักษณะลาดเอียงลง 45 องศา  นับวันราคาค่างวดจะลดลงเรื่อยๆ ล่าสุดหุ้นลงมาอยู่ที่ 4.32 บาท ลบไป 0.32 บาท หรือลงไป 7% มันไม่ใช่เกมที่จะต้องเข้าไปเสี่ยงเลยนะคะ

*ส่วนคนที่รักความเสี่ยง เดี๊ยนขอให้หันไปดูหุ้น CPR ซึ่งทำอาชีพผลิตยางติดเหล็ก สำหรับใช้เป็นชิ้นส่วนประกอบของรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ หลายปีดีดักไม่เคยโผล่หัวมาให้เห็น จู่ๆ ในช่วง 4-5 สัปดาห์กลับเกิดอาการเปรี้ยวขึ้นมาซะอย่างนั้น เดี๋ยวขึ้นแรง เดี๋ยวลงแรง ไม่มีโพซิชั่นที่ชัดเจน แต่ดูเหมือนจะถูกออกถูกใจพวกเล็กสั้นขยันซอย วานนี้ถึงเห็นหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ 6.20 บาท บวกไป 1.40 บาท หรือขึ้นไป 29% ด้วยมูลค่า 260 ล้านบาท..งานนี้มีคนได้เสียเยอะแน่นอนเจ้าค่ะ

*อีกหนึ่งรายที่เข้าข่ายหุ้นลูกเต๋าคงหนีไม่พ้นหุ้น PHOL  ทีแรกคิดว่า เกมหลอกไปออกของจบลงแล้ว เพราะวันก่อนเพิ่งทุบลงมาซะน่วม พอหันมาดูจะจะอีกที ลูกตาตาของเดี๊ยนแถบจะถลนออกมาเลย ก็พี่ท่านเล่นดันหุ้นปรู๊ดเดียวขึ้นมาปิดที่ 5.65 บาท บวกไป 0.85 บาท หรือขึ้นไป 18% ด้วยมูลค่า 300 ล้านบาท “โมนิก้า” ไม่สามารถหาเหตุผลที่แท้จริงมาอธิบายได้ จึงได้แต่ปล่อยให้ผู้เล่นไปเผชิญชะตากรรมกันเอาเองนะคะ

Back to top button