วัน ศุกร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 12:51:41

เปิดชื่อ 10 หุ้น mai พาเม่าติดดอย

2017-02-16 07:56:00
ผู้เข้าชม : 8,771 ครั้ง


เปิดชื่อ 10 หุ้น mai พาเม่าติดดอย เดือนเดียวราคาทรุดกว่า 5% หลังงบฯไม่สวย-ปัจจัยลบรายล้อม นำโดย DNA-CHOW-TSE-TMI-TMC

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์ mai เดือนมกราคม 2560 โดยเทียบราคาปิด ณ วันที่ 30 ธ.ค.59-31 ม.ค.60 โดยการสำรวจครั้งนี้จะขอนำเสนอหุ้นที่มีการปรับตัวลงเกิน 5% ภายในช่วงเวลาดังกล่าว โดยครั้งนี้มีหุ้นเข้าเกณฑ์ทั้งหมด 10 บจ. ประกอบด้วย DNA,CHOW ,TSE,TMI,TMC,CHEWA,NEWS,AUCT,TSF และTAKUNI

 

 

อันดับที่ 1 บริษัท ดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน) หรือ DNA โดยราคาหุ้นปรับตัวลง 11.28% จากราคา ณ วันที่ 30 ธ.ค.59 อยู่ที่ระดับ 1.33 บาท ลบ 0.15 บาท มาอยู่ที่ 1.18 บาท ณ วันที่ 31 ม.ค.60

โดยราคาหุ้นปรับตัวลงเนื่องจากผลการดำเนินงานช่วงล่าสุดของบริษัทยังขาดทุนสุทธิ ซึ่งช่วง 9 เดือนของปี 59 ขาดทุน 141.12 ล้านบาท ส่งผลให้นักลงทุนไม่มั่นใจในพื้นฐานบริษัท และทำการขายหุ้นออกมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปลายปี 59

 

อันดับที่ 2 บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ CHOW โดยราคาหุ้นปรับตัวลง 10.94% จากราคา ณ วันที่ 30 ธ.ค.59 อยู่ที่ระดับ 6.40 บาท ลบ 0.70 บาท มาอยู่ที่ 5.70 บาท ณ วันที่ 31 ม.ค.60

โดยราคาหุ้นปรับตัวลงจากความกังวลเรื่องการผิดชำระหนี้ตั๋วบี/อี ของบริษัทจดทะเบียนในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจาก CHOW เป็นหนึ่งในบริษัทที่ทำการกู้ตั๋วบี/อี อย่างไรก็ตามบริษัทได้ออกมาชี้แจงว่าบริษัทมีโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง และมีแหล่งเงินกู้จากสถาบันการเงินรองรับการชาระคืนตั๋วแลกเงินที่จะทยอยครบกำหนดตามระยะเวลาได้ทุกฉบับ อีกทั้งที่ผ่านมาบริษัทไม่เคยมีการชำระตั๋วแลกเงินล่าช้าหรือชำระตั๋วแลกเงินไม่ได้ (Default) แต่อย่างใด

 

อันดับที่ 3 บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TSE โดยราคาหุ้นปรับตัวลง 6.56% จากราคา ณ วันที่ 30 ธ.ค.59 อยู่ที่ระดับ 6.10 บาท ลบ 0.40 บาท มาอยู่ที่ 5.70 บาท ณ วันที่ 31 ม.ค.60

โดยราคาหุ้นปรับตัวลงเนื่องจากผลการดำเนินงานช่วงล่าสุดของบริษัทยังไม่เป็นที่น่าประทับใจ ซึ่งผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 393.43 ล้านบาท หรือ 0.22 บาทต่อหุ้น ลดลง 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 406.18 ล้านบาท หรือ 0.22 บาทต่อหุ้น

อย่างไรก็ตามTSE คาดรายได้ปี 60 มีแนวโน้มดีกว่าปีก่อน ตามกำลังผลิตไฟฟ้าที่จะเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) เพิ่ม ขณะที่มุ่งเน้นการมองหาลงทุนโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่นเพิ่มเติม โดยล่าสุดอยู่ระหว่างเจรจา 3-4 โครงการ โดยตั้งเป้าหมายมีกำลังผลิตไฟฟ้าในกลุ่มโรงงาน 20-25 เมกะวัตต์ (MW) ในปีนี้

 

อันดับที่ 4 บริษัท ธีระมงคล อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TMI โดยราคาหุ้นปรับตัวลง 6.38% จากราคา ณ วันที่ 30 ธ.ค.59 อยู่ที่ระดับ 1.41 บาท ลบ 0.09 บาท มาอยู่ที่ 1.32 บาท ณ วันที่ 31 ม.ค.60

โดยราคาหุ้นปรับตัวลงเนื่องจากผลการดำเนินงานช่วงล่าสุดของบริษัทยังขาดทุนสุทธิ ซึ่งผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกมีขาดทุนสุทธิ 5.38 ล้านบาท หรือ 0.008 บาทต่อหุ้น

 

อันดับที่ 5 บริษัท ที.เอ็ม.ซี. อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TMC โดยราคาหุ้นปรับตัวลง 5.67% จากราคา ณ วันที่ 30 ธ.ค.59 อยู่ที่ระดับ 1.94 บาท ลบ 0.11 บาท มาอยู่ที่ 1.83 บาท ณ วันที่ 31 ม.ค.60

โดยราคาหุ้นปรับตัวลงเนื่องจากผลการดำเนินงานช่วงล่าสุดของบริษัทยังขาดทุนสุทธิ ซึ่งผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกมีขาดทุนสุทธิ 78.89 ล้านบาท หรือ 0.22 บาทต่อหุ้น

 

อย่างไรก็ตามราคาหุ้นบางตัวอาจถูกปัจจัยลบส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลงแรง ทั้งนี้นักลงทุนยังสามารถเลือกซื้อหุ้นที่มีราคาถูกเหล่านี้ได้ หากบริษัทนั้นๆ ยังมีผลการดำเนินงานที่ดี และพื้นฐานยังแข็งแกร่ง เพราะหากมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งจะทำให้นักลงทุนเกิดความมั่นใจและกล้าที่จะเข้าลงทุนในหุ้นกลุ่มดังกล่าว ส่งผลให้หุ้นจะมีโอกาสปรับตัวกลับขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว

*ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ การตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน