เด้งกลับ!
*เอาแหล่ะ!!..ไหนๆ ดัชนีก็ตีกลับขึ้นมาปิดที่ 654.85 จุด บวกไป 4.92 จุด พร้อมด้วยมูลค่าการซื้อ 1.21 หมื่นล้านบาททั้งที "โมนิก้า" เลยถือโอกาสนี้พุดแต่เรื่องดีๆ เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจชาวหุ้นสักวัน เพราะไม่ต้องการให้นักลงทุนพันธ์แท้หันหลังให้กับตลาดหุ้น จึงขอใช้ที่นาผืนน้อย..อุ๊ย!!..อันที่จริงต้อง..พื้นที่อันน้อยนิดให้เป็นประโยชน์ต่างหาก
*เนื่องจากข้อมูลข่าวสารที่แหล่งข่าวแถวตลาดหลักทรัพย์ฯ โชว์ให้ดูเป็นการส่วนตัว(อย่าคิดลึกนะจ๊ะ) ช่างเลิสหรูอลังการ และเด็ดสาระตี๋เสียจริงๆ "โมนิก้า" ถึงต้องคาบข่าวมาบอกเพื่อนพ้องน้องพี่ "ข่าวหุ้น" ให้รับทราบกันโดยถ้วนหน้า หลังตัวเลขที่ปรากฎเบื้องหน้าฟ้องว่า "ปันผลครึ่งปีแรกเลิศมากๆ" ค่ะ
*ผนวกกับตัวหุ้นปรับตัวลดลงเกินกว่าระดับ 20% นักลงทุนสถาบันเลยมองเป็นโอกาสทองสำหรับการลงทุน จึงเข้ามาเก็บหุ้นไปอีก 1.10 พันล้านบาท ผสมโรงกับแรงซื้อนักลงทุนรายย่อยที่มีเข้าอีก 1.50 พันล้านบาท ส่งผลให้ดัชนีทำท่าจะไหลรุดเด้งกลับขึ้นมาปิดบวกได้อย่างสวยงามนะจ๊ะ
*หากสถานการณ์วันนี้เป็นเหมือนเมื่อวาน "โมนิก้า" รับรองว่า นักลงทุนต่างชาติจะไม่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยอีกต่อไป และจะทำให้หุ้นบลูชิพได้รับความสนใจอีกครั้ง..ส่วนหุ้นขนาดเล็กก็จะกลายเป็นหุ้นขวัญใจนักลงทุนรายย่อยแบบนี้..ไม่มีความจำเป็นต้องหันหลังให้ตลาดหุ้นเลยนะค่ะ
*ทั้งนี้และทั้งนั้นต้องดูกันต่อไปว่า ตลาดหุ้นจะปลอดจากแรงเทขายนักลงทุนต่างชาติได้จริงไหม??..เนื่องจากมีอยู่ปีหนึ่ง นักลงทุนสถาบันในประเทศ และนักลงทุนรายย่อย เคยเป็นกำลังหลักที่ขับเคลื่อนดัชนี "โมนิก้า" ก็ได้แต่หวังว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะหมุนเวียนมาบรรจบอีกครั้ง..สาธุ..สาธุ..สาธุ
*ก่อนจะไปตรงจุดนั้น นักลงทุนทุกคนต้องยอมรับความจริงที่ว่า การดีดตัวขึ้นคราวนี้ ไม่รู้จะนานแค่ไหน??...หลังสภาพทางการเมืองยังไม่มีอะไรดีขึ้น รวมทั้งตัวแปรที่จะทำให้ดัชนีปรับตัวขึ้นอย่างยั่งยืนก็ยังหาไม่เจอ เดี๊ยนถึงต้องการให้ คุณๆ ท่านๆ เพื่อใจไว้บ้างไงหล่ะจ๊ะ
*PTT พลิกบทบาทจากรู้รายกลายเป็นพระเอก(ชั่วคราว) เพราะเป็นแกนหลักที่ทำให้ดัชนีเหินทะยานสวนทางกับตลาดหุ้นต่างประเทสหน้าตาเฉย..หากถามว่า หุ้นปรับตัวขึ้นได้นานแค่ไหน??..คำตอบที่ได้ คือ ขึ้นอยู่กับนักลงทุนสถาบันในประเทศจะหยุดซื้อเมื่อไหร่นะจะบอกให้
*รวมทั้งต้องถามใจตัวเองว่า กล้าพอหรือเปล่า?..หากไม่กล้ากรุณาหลบเข้าข้างทาง ปล่อยให้พวกเก๊าๆ ฉายเดียวก็แล้วกัน เพราะการเด้งขึ้นมาปิดที่ 246 บาท บวกไป 6 บาท
อาจเป็นหนังเรื่องสั้นที่ทำให้บางคนผิดหวังก็ได้..งานนี้ถึงต้องดูกันยาวๆ และตรวจความพร้อมของตัวเองให้ดีเป็นพิเศษ
*เช่นเดียวกับหุ้นกลุ่มแบงก์ "โมนิก้า" เห็นทำท่ายึกยักมาหลายหน แต่สุดท้ายก็ไม่มีแรงหนุนมากพอที่จะดันหุ้นขึ้นถาวร สถานการณ์ที่ดูเหมือนว่าจะดี ก็เลยไม่ดีจริง..เห็นได้จากแบงก์ตราใบโพธิ์ SCB แกว่งตัวไปมาในกรอบ 73-80 บาทมาเป็นเดือน ส่งผลให้นักลงทุนที่มีต้นทุนเกิน 80 บาทหงุดหงุดอย่างหนัก เพราะรอมาตั้งนาน ก็ยังถอนถุนไม่ได้สักทีพะยะค่ะ
*ส่วนหุ้นกลุ่มสื่อสารนั่นพอจะหากำไรเล็กๆ น้อยๆ เข้ากระเป๋าได้บ้าง..โดยไฮไลท์ของงานก็ยังพุ่งเป้าไปที่ ADVANC และ DTAC เหมือนเดิมทุกประการ เพราะเป็นดาวเดนที่ครบเครื่องทุกด้าน..ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่า หากได้กำไร 5-8% ควรปล่อยของออกทันทีนะค่ะ
*งานนี้หากต้องการได้กำไรไปเชยชมจริงๆ "โมนิก้า" ขอแนะนำนักลงทุนให้ไปเล่นเก็งกำไรหุ้นขนาดเล็กดีกว่า เพราะการปรับตัวลงเที่ยวนี้ เกิดจากเหตุผลทางเทคกะนิค ไม่ได้เกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐานแม้แต่น้อย..โดยเฉพาะในรายของ LOXLEY ท้ายสุดก็ต้องมีการรับรู้รายได้จากหวยออนไลน์วันยันค่ำ ราคาหุ้นก็น่าจะปรับตัวขึ้นไปได้เรื่อยๆ.. ยิ่งหุ้นลงมากเท่าไหร่ ยิ่งต้องซื้อมากขึ้นเท่านั้น นะค่ะ
*สำหรับหุ้นข้าวโพดข้าว APURE ปรับตัวขึ้นพรวดเดียว 18% หรือบวกไป 0.25 บาท ก่อนจะมาปิดที่ 1.64 บาท "โมนิก้า" พิเคราะห์อย่างละเอียด ทุกแง่ ทุกมุม คงเป็นเพียงสงครามวันเดียวอีกตามเคย...เนื่องจากประวัติเก่าในอดีตมันเคยเป็นเช่นนั้น วันนี้จะเปลี่ยนไปจากอดีตได้อย่างไรกัน..อิอิอิ
*ย้ำกันอีกครั้ง..อย่าลืม!..วันเสาร์ที่ 6 กันยายน 2551 มี งานสัมนาดีๆ ซึ่งจะเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนรายย่อยที่ต้องการพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ในหัวข้อเสวนา
"ฟันธงหุ้นเด่น SML" เวลา 13.00 - 15.00 น. ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทวิชัย ชั้น 3 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งกล่าวเปิดงานสัมมนา โดย คุณภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการ - ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
*ที่สำคัญงานนี้ที่นั่งมีจำนวนจำกัด นักลงทุนรายใดต้องการข้อมูลเชิงลึกไว้เป็นตัวช่วยสำหรับการตัดสินใจลงทุน กรุณารีบโทรมาจับจองที่นั่งด่วน 02-229-2222...ทราบแล้วช่วยบอกต่อๆ กันด้วย..เดี๋ยวจะหาว่า คนสวยมีอะไรดีแล้วไม่บอกนะค่ะ
วันที่ 05 ก.ย. 2551 แสดงข่าวมาแล้ว 2วัน 21ช.ม. 4นาที