KBANK วอลุ่มทะลัก-บวก 4% รับแผนธุรกิจเด่น-ราคา Laggard แถมอัพไซด์สูง 30%

KBANK วอลุ่มทะลักเฉียด 4 พันล้าน-บวก 4% รับแผนธุรกิจเด่น-ราคา Laggard แถมอัพไซด์สูง 30%


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(1ก.ค.64) ราคาหุ้นธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK   ณ เวลา 15.43 น. อยู่ที่ระดับ 122.50 บาท บวก 4.50 บาท หรือ 3.81% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 3.93 พันล้านบาท ราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าหุ้นทางบัญชีที่ระดับ 190.78 บาท

โดยบริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด (CGS-CIMB) ระบุว่าจากการที่ SET Index หลุดระดับ 1600 จุด ลงมา จากปัจจัยกดันระยะสั้นทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศที่ยังทรงตัวในระดับสูง วันละ 3-4 พันราย และการกระจายวัคซีนยังเป็นไปด้วยความล่าช้า

อีกทั้งการปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ลง โดยเฉพาะ GDP ปีนี้ที่ถูก ปรับลดลงจาก 3.0% เหลือ 1.8% และตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวปรับลดลงจาก 3 ล้านราย เหลือ 7 แสนรายในปีนี้ และการกลับมาชุมนุมทางการเมือง อีกครั้ง นอกจากนี้ Fund flow ที่ไหลออกต่อเนื่อง ส่งผลให้ดัชนีหลังขึ้นไปทำ high ของปีที่ 1642 จุด แล้วก็ปรับลดลงมาต่อเนื่องประมาณ -2.1% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามมองการปรับฐานของตลาดมี limit downside risk ที่ 1550+/- จุด จากการที่สภาพคล่องภายในประเทศยังมีอยู่มาก และผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนก็มีการฟื้นตัวได้ดีในปีนี้บวกกับความหวังการกลับมาเปิดเมืองใน 120 วัน หากการกระจายวัคซีนและ ควบคุมโรคสามารถทำได้ดี

ดังนั้นจึงได้ทำการศึกษาหาบริษัทใน SET100 ที่มีพื้นฐานดีที่ปรับฐานลงมาแรงกว่าตลาดในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาและ กลับมามี upside ส่วนมากแนะนำทยอยสะสม ซึ่งประกอบด้วย

บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC (-8.0% ใน -2W) และมี upside 23% จากราคาเป้าหมายเฉลี่ยของ Bloomberg consensus ที่ 71.50 บาท

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC  (-6.8% ใน -2W) และมี upside 32% จากราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 76.38 บาท

บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC  (-6.6% ใน -2W) และมี upside 9% จากราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 39.50 บาท

บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI (-6.4% ใน -2W) และมี upside 18% จากราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 10.54 บาท

ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK  (- 6.3% ใน -2W) และมี upside 35% จากราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 163.00 บาท

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP (-6% ใน -2W) และมี upside 13% จากราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 63.20 บาท

 

โดยล่าสุด นางสาวศุภนีวรรณ จูตระกูล รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ FSMART ขยายจุดให้บริการเคแบงก์ เซอร์วิส (KBank Service) ด้วยบริการถอนเงินที่ตู้บุญเติมผ่าน K PLUS ได้เป็นครั้งแรก โดยจะเริ่มเปิดให้บริการภายในไตรมาส 3/64 จากเดิมที่ลูกค้าสามารถใช้บริการฝาก-โอนเงิน และยืนยันตัวตน ผ่านตู้บุญเติม ซึ่งหลังจากนี้จะทำให้ลูกค้าได้รับบริการที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น คาดว่าจะมีจำนวนธุรกรรมการถอนเงินที่ตู้บุญเติมไม่ต่ำกว่า 8 ล้านรายการต่อปี

ธนาคารมีความมุ่งมั่นที่จะให้บริการกับลูกค้าได้ทั่วถึงทุกพื้นที่ จึงได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่เป็นแบงกิ้งเอเย่นต์ เพิ่มจุดให้บริการเคแบงก์ เซอร์วิสอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ที่ไม่มีสาขาหรือตู้เอทีเอ็มของธนาคาร เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าทำธุรกรรมได้เหมือนมีสาขาธนาคารอยู่ใกล้บ้าน ปัจจุบันมีจุดให้บริการ เคแบงก์ เซอร์วิส รวมมากกว่า 200,000 จุด ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมได้ทั้งฝาก-โอน-ถอน-ชำระบิล และยืนยันตัวตนสำหรับการสมัครผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง โดยในปี 63 มีปริมาณธุรกรรมรวมกว่า 33 ล้านรายการ

ด้านนายพงษ์ชัย อมตานนท์ ประธานกรรมการบริหาร FSMART กล่าวว่า ความร่วมมือกับ KBANK ในครั้งนี้ จะสนับสนุนให้ บุญเติม บรรลุเป้าหมายเสมือนเป็นสาขาธนาคารในชุมชนได้อย่างแท้จริง เพราะจะทำให้ประชาชนสามารถทำธุรกรรมทางการเงินที่ ตู้บุญเติม ได้จบครบวงจรภายในตู้เดียวทั้งฝาก-โอน-ถอนเงินสด และยืนยันตัวตนในการเปิดบัญชีธนาคาร

การถอนเงินสดผ่านตู้บุญเติมไม่ต้องใช้บัตร โดยลูกค้าเพียงกดทำรายการเลือกบัญชีที่ใช้ถอนเงินและจำนวนเงินที่ต้องการได้บน K PLUS จากนั้นใช้ K PLUS มาสแกน QR Code บนตู้บุญเติมเพื่อรับเงิน โดยสามารถถอนต่ำสุดตั้งแต่ 20 บาท สูงสุดครั้งละไม่เกิน 3,000 บาท และไม่เกิน 20,000 บาท/วัน สามารถถอนได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

ในระยะเริ่มต้นจะมีตู้ถอนเงินสดหรือ Mini ATM ของบุญเติม ให้บริการได้ทันทีราว 200 ตู้ และจะทยอยเพิ่มขึ้น โดยมีเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 10,000 ตู้ให้เร็วที่สุด ประเมินว่าการทำธุรกรรมถอนเงินสดผ่าน Mini ATM ของบุญเติมยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก แม้ตลาดจะมีแนวโน้มการใช้บริการอีเพย์เมนท์มากขึ้น แต่จำนวนธุรกรรมการถอนเงินสดผ่านตู้ ATM ในระบบธนาคารปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 180 ล้านรายการต่อเดือน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับปริมาณเงินสดหมุนเวียนในประเทศ

ดังนั้น หากลูกค้ามาใช้บริการถอนเงินสดที่ Mini ATM ของบุญเติมเพียงแค่ 1% เท่านั้น ซึ่งจะเท่ากับ 1.8-2 ล้านรายการต่อเดือน ซึ่งส่วนแบ่งดังกล่าวมีโอกาสเป็นไปได้สูง เทียบกับบริการรับฝากเงินที่ ตู้บุญเติม ซึ่งปัจจุบันมีการทำธุรกรรม 2 ล้านรายการต่อเดือน หรือราว 10% ของการฝากเงินผ่านตู้อัตโนมัติ CDM ของระบบธนาคาร ที่มีการใช้บริการอยู่ 20 ล้านรายการต่อเดือน

 

Back to top button