ชง 17 หุ้นเด็ด กลุ่มรับเหมาฯเด่นSET ผันผวน ระวังแรงขายทำกำไร

นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทยยังผันผวนในทิศทางขาขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่ดัชนีปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่องอาจมีแรงขายทำกำไรในระหว่างวัน โดยเฉพาะที่ระดับ 1,480 จุด ขณะที่คาดว่าจะมีแรงขายจากกลุ่มพลังงานขนาดใหญ่กดดันดัชนี การลงทุนเน้นกลุ่มที่กำไรไตรมาส 2/59 มีแนวโน้มดี, กลุ่ม Laggard Play และรับเหมาก่อสร้าง-วัสดุก่อสร้างที่คาดว่าจะปรับตัวขึ้นโดดเด่น

ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์รายงาน เช้านี้ ณ เวลา 9.12 น. ค่าเงินบาทอยู่ที่ 35.15 บาทต่อเหรียญ ด้านตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวอย่างผันผวน ขณะที่นักลงทุนกำลังจับตาดูว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันนี้หรือไม่

นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทยยังผันผวนในทิศทางขาขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่ดัชนีปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่องอาจมีแรงขายทำกำไรในระหว่างวัน โดยเฉพาะที่ระดับ 1,480 จุด ขณะที่คาดว่าจะมีแรงขายจากกลุ่มพลังงานขนาดใหญ่กดดันดัชนี การลงทุนเน้นกลุ่มที่กำไรไตรมาส 2/59 มีแนวโน้มดี, กลุ่ม Laggard Play และรับเหมาก่อสร้าง-วัสดุก่อสร้างที่คาดว่าจะปรับตัวขึ้นโดดเด่น

หุ้นเด่นเลือก ADVANC-INTUCH-LH-QH-CK-SEAFCO-STEC-UNIQ-ITD-SCC-TPIPL-BTS-BEM-BJC-CHG-MAJOR และ MINT

 

บล.ธนชาต ระบุในบทวิเคราะห์ (13 ก.ค.) ว่า SET วันนี้อาจมีแรงขายระยะสั้นที่ 1,480 จุด แต่คาดว่าจะอยู่ในรูปแบบ Sector Rotation เนื่องจาก 1) Liquidity Driven จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มของ ECB และ BOJ 2) Earnings Driven โดยนักวิเคราะห์ (อิง Bloomberg Consensus) มีมุมมองบวกมากขึ้นต่อแนวโน้มกำไร ขณะที่การตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล เป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มรับเหมาฯ วัสดุก่อสร้าง และขนส่งอย่าง CK, STEC, UNIQ, ITD, SCC, TPIPL, BTS และ BEM

แนะนำ “ซื้อ” หุ้นที่ยัง Laggard ตลาดอยู่ และมีประเด็นลงทุนในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้าในช่วงที่คาดว่าจะเกิด Sector Rotation

1) YieldPlays ที่ราคาหุ้นยัง Laggard ตลาด: “ซื้อ” ADVANC และ INTUCH ให้ปันผล 7-8% ปีนี้ รวมถึง LH และ QH คาดปันผล 5-6%

2) Infrastructure Plays: การตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานหนุนการลงทุนภาครัฐฯ ระยะ ยาว “ซื้อ” CK, SEAFCO, STEC และ SCC “เก็งกำไร” TPIPL

3) “ซื้อ” BJC: ปรับเป้าหมายพื้นฐานขึ้นเป็น 50 บาท การซื้อ BIGC เป็นการเติมเต็ม Value-chain ,กำไรเติบโตเด่น 34% ต่อปีช่วง 2016-20

 

บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ (13 ก.ค.) ว่า SET วันนี้จะเริ่มผันผวนหลังดัชนีตลาดหุ้นในภูมิภาคเริ่มไปไม่ไหว โดยแรงกดดันวันนี้จะมาจากแรงขายหุ้นพลังงานใหญ่ โดยวันนี้มองแนวต้านที่ 1,482-1,486 ส่วนแนวรับที่ 1,470-1,465 จุด วันนี้ แนะนำ ซื้อเก็งกำไร CHG, MAJOR และ MINT

 

บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ (13 ก.ค.) เชื่อว่า Fund Flow ต่างชาติจะยังหนุน SET ผันผวนในทิศทางขึ้นต่อเนื่อง แต่จะเผชิญกับแรงขายทำกำไรเป็นระยะๆ เนื่องจากดัชนีตลาดหุ้นเกือบทั่วโลกปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องและยังมีหลายประเทศปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ อาทิ ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และ SET Index ก็ปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบ 1 ปี ท่ามกลางความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ขณะเดียวกันก็ยังไม่มีปัจจัยลบใหม่เข้าสู่ตลาด ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่าดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกจะยังปรับขึ้นต่อเนื่องแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่อาจปรับลงแรง หาก BOE ECB และ BOJ ไม่มีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายหรือเข้าซื้อพันธบัตรเพิ่มตามที่คาดหวังกันไว้

นอกจากนี้ แนวโน้มราคาน้ำมันดิบที่ปรับลงอาจกดดันหุ้นกลุ่มน้ำมัน ดังนั้นเรายังแนะนำ ซื้อในหุ้นกลุ่ม Domestic Play อย่างหุ้นที่ได้ประโยชน์จาก Thailand Future Fund ได้แก่หุ้นในกลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้างซึ่งเป็นกลุ่มที่กำไรยังดีต่อเนื่องและ Laggard ขณะที่หุ้นกลุ่มแบงก์และสินเชื่อรายย่อยจะยังถูกกดดันจากการเข้ามาควบคุมของภาครัฐที่เข้มงวดขึ้น ส่วนกลุ่มสื่อสารน่าจะมีการเข้าเล่นเก็งกำไรต่อเนื่องแม้แนวโน้มกำไรไม่โดดเด่นแต่ราคาหุ้นมี Dowside จำกัดอย่าง JAS สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อยแนะนำปรับพอร์ต โดยเข้าลงทุนในกองทุน REIT และ Infastruture Fund ให้มากขึ้น และเน้นหุ้น Alfa มากกว่าหุ้น Beta

กลยุทธ์การลงทุนวันนี้: Selective BUY/เล่นระหว่างวันเน้นซื้อเมื่ออ่อนตัวเท่านั้น

หุ้นเก็งกำไรระยะสั้น : SCC (laggard, กำไรจะดีต่อเนื่อง รับ Flow และ ได้ประโยชน์จากการปรับลงของราคาน้ำมัน)