ดาวโจนส์ปิดลบหลังสหรัฐฯเผยจีดีพีต่ำกว่าคาด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (29 ก.ค.) หลังจากมีรายงานว่า ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 2 ของสหรัฐขยายตัวในอัตราที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม ดัชนี S&P 500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ดัชนี NASDAQ ปิดในแดนบวกเช่นกัน โดยตลาดได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากบริษัทอัลฟาเบธ และอเมซอน เปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง


สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า ดัชนีเฉลี่ยอุตสหกรรมดาวโจนส์ปิด (29 ก.ค.) ที่ 18,432.24 จุด ลดลง 24.11 จุด หรือ 0.13%, ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 5,162.13 จุด เพิ่มขึ้น 7.15 จุด หรือ 0.14% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,173.60 จุด เพิ่มขึ้น 3.54 จุด หรือ 0.16% ตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลงทั้งสิ้น 0.7% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปรับลง 0.1% และดัชนี NASDAQ เพิ่มขึ้น 1.2%

ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดอ่อนแรงลง หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า จีดีพีเบื้องต้นประจำไตรมาส 2 ขยายตัวเพียง 1.2% ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 2.6% โดยได้รับผลกระทบจากสต็อกสินค้าคงคลังที่ลดต่ำลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2011 นอกจากนี้ ทางกระทรวงยังได้ปรับลดการประมาณการตัวเลขจีดีพีในไตรมาสแรก สู่ระดับ 0.8% หลังจากรายงานก่อนหน้านี้ที่ประมาณการว่าขยายตัว 1.1%

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากบริษัทอเมซอน และอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล อิงค์ เปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยหุ้นอัลฟาเบท พุ่งขึ้น 3.33% ขณะที่หุ้นอเมซอน ปรับตัวขึ้น 0.88%

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของราคาน้ำมัน ซึ่งช่วยหนุนหุ้นบริษัทพลังงานรายใหญ่อย่างเชฟรอน ปรับตัวขึ้น 0.7% แม้ว่าเชฟรอนเปิดเผยตัวเลขขาดทุน 1.47 พันล้านดอลลาร์ หรือ 78 เซนต์/หุ้น ในไตรมาส 2 เทียบกับที่มีกำไรสุทธิ 571 ล้านดอลลาร์ หรือ 30 เซนต์/หุ้นในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ส่วนหุ้นเอ็กซอนโมบิล ร่วงลง 1.3% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรสุทธิ 41 เซนต์/หุ้น เทียบกับระดับ 1 ดอลลาร์/หุ้นในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 64 เซนต์/หุ้น หุ้นยูไนเต็ด พาร์เซิล เซอร์วิส (UPS) ปรับตัวลง 0.6% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรสุทธิ 1.43 ดอลลาร์/หุ้น เทียบกับระดับ 1.35 ดอลลาร์/หุ้นในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 1.43 ดอลลาร์/หุ้น

หุ้นซีร็อกซ์ คอร์ป ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ และเครื่องถ่ายเอกสาร พุ่งขึ้น 3.9% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรสุทธิ 155 ล้านดอลลาร์ หรือ 15 เซนต์/หุ้น และหากไม่นับรายการพิเศษ บริษัทมีกำไร 30 เซนต์/หุ้น โดยสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 25 เซนต์/หุ้น ได้แรงหนุนจากการปรับโครงสร้างในการแยกธุรกิจเครื่องพิมพ์เพื่อลดค่าใช้จ่าย

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีผลต่อภาวะการซื้อขายเมื่อคืนนั้น มหาวิทยาลัยมิชิแกนเปิดเผยผลสำรวจซึ่งระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 90.0 ในเดือนก.ค. จากระดับ 93.5 ในเดือนมิ.ย. และย่ำแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 90.5

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐเป็นการสำรวจความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และการคาดการณ์ในอนาคต โดยดัชนีดังกล่าวเป็นการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภค 500 รายต่อภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งได้แก่ฐานะการเงินส่วนบุคคล, ภาวะเงินเฟ้อ, การว่างงาน, อัตราดอกเบี้ย และนโยบายรัฐบาล

Back to top button