สายการบินมะกันแต๋วแตกตีไพ่ใบสุดท้าย…

เห็นมีข่าวจากสหรัฐอเมริกากรณี เดลต้าแอร์ไลนส์ (DL) ยูไนเต็ดแอร์ไลนส์(UA) และ อเมริกันแอร์ไลนส์ (AA) ซึ่งเป็น 3 สายการบินรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานกำกับการบินสหรัฐฯพิจารณาเรื่องควบคุมจำนวนเที่ยวบินของสายการบินสัญชาติอาหรับที่ให้บริการในเส้นทาง ระหว่างเมืองในสหรัฐฯกับเมืองอื่นๆที่ไม่ได้อยู่ในเขตแดนประเทศแม่ของสายการบินเหล่านี้ โดยให้เหตุผลไว้ว่า ผู้ประกอบการชาวอาหรับได้แย่งลูกค้าจากพวกเขาไปหมด

–ตามกระแสโลก–

 

เมื่อสองวันก่อน เห็นมีข่าวจากสหรัฐอเมริกากรณี เดลต้าแอร์ไลนส์ (DL) ยูไนเต็ดแอร์ไลนส์(UA) และ อเมริกันแอร์ไลนส์ (AA) ซึ่งเป็น 3 สายการบินรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานกำกับการบินสหรัฐฯพิจารณาเรื่องควบคุมจำนวนเที่ยวบินของสายการบินสัญชาติอาหรับที่ให้บริการในเส้นทาง ระหว่างเมืองในสหรัฐฯกับเมืองอื่นๆที่ไม่ได้อยู่ในเขตแดนประเทศแม่ของสายการบินเหล่านี้ โดยให้เหตุผลไว้ว่า ผู้ประกอบการชาวอาหรับได้แย่งลูกค้าจากพวกเขาไปหมด

ฟังดูแล้วก็ตลกดีเหมือนกัน เพราะมันแสดงให้เห็นว่า สายการบินมะกันผู้เคยเย่อหยิ่งจองหองต้องมาสิ้นท่าหมดหนทาง จนปัญญาไม่รู้จะเอาตำราทางธุรกิจเล่มไหนมาต่อกรกับสายการบินระดับ 5 ดาว อย่าง เอมิเรตส์ (EK) เอติแหด (EY) และ กาตาร์แอร์เวส์ (QR) ด้วยตัวเองแล้ว เลยต้องวอนขอรัฐบาลแม่ให้เข้ามาช่วยสกัดแข้งขาของคู่แข่ง ที่นับวันยิ่งได้รับความนิยมจากผู้โดยสารมากขึ้นจนเหมือนจะกุมส่วนแบ่งตลาดของเส้นทางบินที่เกี่ยวข้องได้เกือบทั้งหมดแล้ว

การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ เปรียบเสมือนว่า ทั้ง DL, UA และ AA มีเจตนาจะบังคับให้ผู้ใช้บริการต้องมาบินกับสายการบินตนเอง ทั้งที่จริงๆมันก็เห็นกันทนโท่อยู่แล้วว่า คนเขาชอบและไม่ชอบสายการบินอะไรกัน โดยจากประสบการณ์ส่วนตัว ที่เคยใช้บริการจากสายการบินเหล่านี้มาหลายครั้งหลายหน สามารถบอกได้เลยว่า แบรนด์ของสหรัฐฯคือตัวเลือกสุดท้ายเสมอเวลาจองตั๋ว เพราะทุกอย่างที่เกี่ยวกับสายการบินเหล่านี้ (ตั้งแต่เช็คอิน ถึงตอนอยู่บนเครื่อง จนไปถึงได้รับกระเป๋า) มันช่างล้าสมัยและไร้ซึ่งมนต์เสน่ห์จนเหลือที่จะทน

อีกอย่างหนึ่งคือ ไม่รู้อะไรมาทำให้พวกเขามั่นใจว่า วิธีการนี้จะสามารถทำให้มีผู้โดยสารมาใช้บริการของสายการบินมากขึ้นขนาดนั้น อย่างในเส้นทาง ระหว่าง สนามบินนิวยอร์กเจเอฟเค (สหรัฐฯ) และ สนามบินมิลาโนมัลเปนซา (อิตาลี) นอกจากจะมี EK, DL และ AA เข้าไปทำการแข่งขันกันแล้ว ยังมีสายการบินอื่นอีกหลายรายที่มีเครื่องบินทันสมัยกว่า บริการดีกว่า และอาหารดีกว่าสายการบินจากสหรัฐฯ เช่น เวอร์จิ้นแอตแลนติก เตอร์กิชแอร์ไลน์ และ สวิสแอร์ ดังนั้นการเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจจะเป็นความพยายามที่สูญเปล่า ก็เป็นได้

และนอกเหนือไปจากเส้นทางดังกล่าวแล้ว ยังมีเส้นทางจากอีกหลายเมืองในยุโรปที่สายการบินชาติอาหรับเข้าไปร่วมปาดหน้าเค้กด้วย แล้วเกิดเป็นประเด็นแบบนี้ขึ้นมา ซึ่งแทนที่สายการบินจากสหรัฐฯจะหันมาตั้งหน้าตั้งตาปรับปรุงคุณภาพในการให้บริการของตัวเองเพื่อให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งรายอื่นๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ พวกเขากลับคิดใช้ยุทธวิธีนอกตำรา ซึ่งดูแล้วไม่สอดคล้องกับวิธีการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนเอาซะเลย อีกทั้งยังเปรียบเสมือนเป็นการลิดรอนโอกาสของผู้โดยสาร จากการได้รับสิ่งที่ดีกว่า สำหรับเงินที่พวกเขาต้องจ่ายไปอีกด้วย

ผลลัพธ์ของการตีไพ่ใบสุดท้ายในครั้งนี้จะออกมาเป็นอย่างไร ก็ต้องมารอดูกันนั่นแหละ