ชง 14 หุ้นเด่น จับตาเทรนด์หุ้นขนาดกลางปัจจัยในประเทศกดดัน SET อ่อนแอกว่าคาด

นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทย อ่อนแอกว่าคาดการณ์ไว้ โดยประเด็นการเมืองในประเทศ และเศรษฐกิจไทยชะลอตัวยังเป็นปัจจัยกดดัน จับตาการเคลื่อนไหวของหุ้นขนาดกลาง และรอขายทำกำไรในช่วงที่เริ่มทำ Window Dressing

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้านี้ ณ เวลา 9.19 น. ค่าเงินบาทอยู่ที่ 32.52/54 บาทต่อเหรียญ ด้านตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวลงในช่วงเช้าวันนี้ตามทิศทางของตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดลบเมื่อคืน ขณะเดียวกันนักลงทุนกำลังจับตาดูดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนมี.ค.ของจีนจาก HSBC

นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทย อ่อนแอกว่าคาดการณ์ไว้ โดยประเด็นการเมืองในประเทศ และเศรษฐกิจไทยชะลอตัวยังเป็นปัจจัยกดดัน จับตาการเคลื่อนไหวของหุ้นขนาดกลาง และรอขายทำกำไรในช่วงที่เริ่มทำ Window Dressing หุ้นเด่นเลือก CBG-SCC-ADVANC-BJCHI-ITD-KTB-IFEC-AIT-SALEE-AOT-CENTEL-MINT-DEMCO และ PLANB

 

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ (24 มี.ค.) คงมุมมองการลงทุนเป็น “กลาง” วันที่ 3 ทั้งนี้ ให้นักลงทุนติดตามการเคลื่อนไหวของหุ้นขนาดกลางที่เป็น High Beta อย่าง ITD / TPIPL ร่วมกับการเคลื่อนไหวของ Derivatives Warrant ที่มีหลักทรัพย์อ้างอิงดังกล่าว เพราะหากราคาหุ้นขนาดกลางเริ่มทรงตัวได้ เหมือนเช่นหุ้นขนาดใหญ่ อย่าง PTT / AOT / KBANK / ADVANC ย่อมทำให้ภาพการลงทุนในวันนี้แกว่งในกรอบแคบมากยิ่งขึ้น แนวรับ 1,510/15–1,530/35 จุด

อย่างไรก็ตาม มูลค่าการซื้อขายที่เบาบาง ไม่ถึง 5 หมื่นล้านบาท/วัน ย่อมเป็นสัญญาณถึงความเปราะบางของจิตวิทยาการลงทุน และความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งนำไปสู่ความผันผวนของภาพรวม SET INDEX แม้ว่าปัจจัยพื้นฐานการลงทุนทั้งในและต่างประเทศเป็นกลาง รวมถึงปัจจัยพื้นฐานของหุ้นรายตัวที่มีความผันผวนสูง

ขณะที่กระแสเงินทุนต่างชาติต่อการลงทุนในไทยกลับเป็นกลาง แม้ว่า SET INDEX ณ ปัจจุบันจะไม่ถูก ไม่แพง เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 1ปี Forward PER ของตลาดหุ้นไทย ด้วยกรอบ 1SD +/- แต่ความน่าสนใจของการลงทุนในตลาดหุ้นไทยไม่ชัดเจน ทำให้นักลงทุนกลุ่มนี้เลือกลงทุนเป็นรายหลักทรัพย์มากกว่าจะมองภาพรวมของตลาดหุ้นไทย ทำให้ยอดซื้อสุทธิไม่โดดเด่น แต่แรงกดดันจากการลดน้ำหนักของนักลงทุนกลุ่มนี้ก็เป็นไปอย่างจำกัดแล้วเช่นกัน ยอดขายสุทธิสะสมนับตั้งแต่ปี 2556 ถึงวานนี้ สูงถึง 2.37 แสนล้านบาท

กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ “นักลงทุนอาจพิจารณาถือพอร์ตเก็งกำไรระยะสั้น เพื่อรอขายทำกำไรในช่วงที่เริ่มทำ Window Dressing หรือใช้ผลตอบแทนจากการลงทุนรอบสั้นราว 5-10% เป็นตัวกำหนดกลยุทธ์การลงทุน”

Top Pick in Q1/15: ADVANC / BJCHI / ITD / KTB

Accumulative Buy: IFEC / ITD

 

บล.ธนชาต ระบุในบทวิเคราะห์ (24 มี.ค.) ว่า แม้ SET อ่อนแอกว่าคาดการณ์ไว้ แต่จาก 1) ภาวะ Oversold ทางเทคนิค 2) โอกาสการ Window Dressing ช่วงปลายไตรมาส 1/15 3) นักลงทุนกลับมาพิจารณาผลการดำเนินงานไตรมาส 1/15 มากขึ้น โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว (AOT CENTEL MINT) ที่ได้รับผลดีจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และธนาคาร (KBANK) ที่แม้อัตราการเติบโตสินเชื่อจะไม่ขยายตัว แต่แรงกดดันจากการตั้ง Provision มีแนวโน้มน้อยลงจากปีก่อน

ธุรกิจท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่มี Momentum ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเห็นได้จากการปรับประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มเป็น 27 ล้านคนในปี 2015 หรือ +8.9% จากปีก่อนประกอบกับฐานที่ต่ำในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2014 ทำให้คาดการณ์ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2015 ออกมาดี แนะนำ “ซื้อ” AOT, CENTEL และ MINT

 

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ (24 มี.ค.) คาด SET วันอังคารรีบาวด์สั้นก่อนผันผวนต่อ แรงซื้อหุ้นใหญ่ จะช่วยจำกัดทางลงของ SET หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน แนะนำซื้อ CBG เก็งกำไร SCC และ AOT

 

บล.เอเซีย พลัส ระบุในบทวิเคราะห์ (24 มี.ค.) ว่า SET แกว่งตัวลง เชื่อว่าประเด็นการเมืองในประเทศ และเศรษฐกิจไทยชะลอตัว ยังเป็นปัจจัยที่บั่นทอนความเชื่อมั่น กลยุทธ์ยังเน้นหุ้นพื้นฐานที่มี PER ต่ำ พร้อมเงินปันผลสูง AIT (FV@B 53, XD 21เม.ย.) ตามมาด้วย SALEE (FV@B12.2 ขึ้น XD 7 พ.ค.) เป็น Top picks

 

บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ (24 มี.ค.) คาดการณ์มุมมองทางเทคนิค สัญญาณทางเทคนิคพบว่ายังแสดงสัญญาณขาลงถึงแม้ว่าจะพยายามดีดขึ้นในระหว่างวันเมื่อวานนี้ อย่างน้อยแล้วก็พบว่ารูป candlestick ที่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันวานนี้และ macd ยังมีค่าติดลบที่ -14.61 ใต้ signal line แสดงให้เห็นว่าสัญญาณแนวโน้มลงยังเกิดขึ้นอยู่และตลาดกำลังเริ่มสร้างฐานในลักษณะแกว่งตัวผันผวนต่อไปอีก

แนวโน้มของตลาดจะเคลื่อนไหวที่กรอบแนวรับ 1,515-1,530

หุ้นที่เลือกวันนี้มีโอกาสปรับขึ้น แนะนำซื้อเก็งกำไรที่ DEMCO และ PLANB