แทงกั๊ก!โมนิก้าและทีมงาน

*การเคลื่อนไหวของดัชนีในช่วง 2 วันทำการสุดท้ายของสัปดาห์ที่ผ่านมา บอกอะไรหลายอย่างให้เซียนหุ้นรุ่นเก๋ารู้ว่า ในร้ายยังมีดี ในดียังมีร้าย หุ้นลงคราวนี้เป็นบทเรียนให้กับผู้เล่นทุกระดับชั้น ไม่มีเซียนเหนือเซียน ทุกอย่างวัดกันที่ความสามารถของผู้เล่นแต่ละราย บวกกับข้อมูลข่าวสารที่พรั่งพรูออกมาในรอบนี้ยังเป็นแค่การมโน ทั้งที่ความเป็นจริงยังไม่มีอะไรดีขึ้นเป็นรูปธรรมนะจะบอกให้


*การเคลื่อนไหวของดัชนีในช่วง 2 วันทำการสุดท้ายของสัปดาห์ที่ผ่านมา บอกอะไรหลายอย่างให้เซียนหุ้นรุ่นเก๋ารู้ว่า ในร้ายยังมีดี ในดียังมีร้าย หุ้นลงคราวนี้เป็นบทเรียนให้กับผู้เล่นทุกระดับชั้น ไม่มีเซียนเหนือเซียน ทุกอย่างวัดกันที่ความสามารถของผู้เล่นแต่ละราย บวกกับข้อมูลข่าวสารที่พรั่งพรูออกมาในรอบนี้ยังเป็นแค่การมโน ทั้งที่ความเป็นจริงยังไม่มีอะไรดีขึ้นเป็นรูปธรรมนะจะบอกให้

*ในเมื่อตัวแปรของข่าวสารยังเป็นเรื่องที่ต้องคิดหนัก บวกกับปัจจัยลบภายนอกยังกดดัน ดัชนีถึงแกว่งตัวฉวัดเฉวียนจนน่าปวดหัว และต้องไม่ลืมว่า ในเมื่อปัจจัยไม่หนุน ทุกอย่างย่อมไม่มีทางเดินหน้า การพลิกแนวต้านเป็นแนวรับ ไม่น่าจะเกิดขึ้นในเร็ววัน ถึงแม้จะเกิดขึ้นได้จริงๆ ก็ยืนระยะไม่ไหวอย่างแน่นอน ของมันรู้ๆ กันอยู่ ไม่จำเป็นต้องไปคิดเข้าข้างตัวเองนะจ๊ะ

*ประเด็นดังกล่าวแม้ไม่ใช่เรื่องใหม่เอี่ยมอ๋อง แต่ทุกครั้งที่เห็นดัชนีเด้งกลับขึ้นอย่างช้าๆ จนช่วงลบในระหว่างวันแคบลงเรื่อยๆ “โมนิก้า” บรรดาแมงเม่ามักพากันจินตนาการไปไกลถึงขั้นที่ว่า “จุดพลิกกลับ” ได้เกิดขึ้นแล้ว ทั้งที่ความเป็นจริงเป็นแค่การเด้งกลับทางเทคนิค เดี๊ยนถึงอยากให้แฟนคลับลองคิดไตร่ตรองให้ดีเสียก่อนว่า ดัชนีขึ้นมาปิดที่ 1,495.22

จุด ทั้งที่ในระหว่างดิ่งลงไปที่ 1,484.91 จุด เหลือลบไปแค่ 1.19 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.33 หมื่นล้านบาท..มันใช่สิ่งที่คิดไหม?

*เนื่องจากวอลุ่มที่ค่อนข้างเบาบางทำให้รู้ว่า ในยามที่ตลาดหุ้นขาดปัจจัยบวก ปัญหาการเมืองเริ่มยุ่งเหยิง กำลังซื้อหดหายไปจากตลาด ย่อมฉุดให้ดัชนีอ่อนตัวลงอีก บวกกับตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 1 ยังลดลงอย่างต่อเนื่อง “โมนิก้า” ถึงไม่แปลกใจที่ทุกคนเลิกฝันเห็นปรากฏการณ์ window dressing เพราะมันไม่มีประโยชน์ที่จะทำราคาเพื่อปิดบัญชีในเที่ยวนี้นะซี

*ผลพวงจากความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นในเที่ยวนี้ ทำให้หุ้นสตอรี่ดี ผลงานเยี่ยมอย่าง TRC โดนหางเลขเรื่องดังกล่าวเต็มๆ ล่าสุดหุ้นลงมากองอยู่ที่ 8.90 บาท ลบไป 0.90 บาท หรือลงไป 9% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 160 ล้านบาท มันเป็นสถานการณ์ที่ “กลืนไม่เข้า คายไม่ออก” ปัจจัยรอบด้านไม่เอื้อให้กอดหุ้น รายการทิ้งเพื่อลงไปรับที่ต่ำกว่า จึงเป็นทางเลือกที่นิยมทำกันในจังหวะนี้ไงหละคะ

*กรณีดังกล่าวคล้ายกับหุ้นสายการบิน NOK สถานการณ์หลายอย่างไม่ได้เลวร้ายจนกู่ไม่กลับ และไม่ได้สวยหรูเหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ที่เห็นราคาหุ้นอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง “โมนิก้า” ถือเป็นไฟท์บังคับที่ไม่มีทางเลี่ยง คิดดูแล้วกัน! เมื่อต้นเดือน ก.พ. ยืนอยู่ที่ระดับ 16 บาท ล่าสุดอ่อนตัวลงมายืนอยู่ที่ 11.80 บาท ลบไป 0.80 บาท หรือลงไป 6.30% พร้อมกับลงมาทำดับเบิ้ลโลว์ วันนี้ถึงต้องเข้าเล่นสั้นๆ ไงหละคะ

*ประเด็นนี้เหมือนกับกรณี AJD หลังจากโดนถล่มหนักๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุดก็เริ่มสร้างฐานแนวรับใหม่อีกครั้ง และดูเหมือนว่า จุดเด้งกลับจะอยู่แถวๆ 0.90 บาท “โมนิก้า” ถึงเห็นนักโหนกระแสกระโจนเข้าใส่มือเป็นระวิง จนหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ 1.08 บาท บวกไป 0.10 บาท หรือขึ้นไป 10% ด้วยมูลค่า 280 ล้านบาท เขาถึงเม้าท์กันว่า ในวิกฤติยังมีโอกาสนะจะบอกให้

*เช่นเดียวกับในรายของ EARTH รู้ทั้งรู้ว่า “เสี่ยง” แต่ยังมีคนลองแหย่เป็นประจำ สุดท้ายก็เจ็บตัวกันไปทุกที “โมนิก้า” ถึงไม่แปลกใจที่เห็นหุ้นเด้งขึ้นมาปิดที่ 4.52 บาท บวกไป 0.36 บาท หรือขึ้นไป 8.70% เพราะการลงมาทำดับเบิ้ลโลว์ในเที่ยวนี้มันเป็นจังหวะที่ต้องทวนกระแส หากวันนี้ยังไม่การไล่ราคาขึ้นต่ออีกหนึ่งวัน และวันถัดไปสร้างฐานใหม่เสร็จเรียบร้อย เท่ากับเป็นการยืนยันการฟอร์มตัวแบบ side way up เจ้าค่ะ

*เหมือนกับในรายของ EA ปัจจัยพื้นฐานยังดีเยี่ยม แผนงานทุกอย่างยังไปได้ดี แต่ในช่วงที่ผ่านมากลับโดนถล่มเสียยับเยิน จนพรายกระซิบเม้าท์ให้ฟังว่า มีคนเข้ามาทุบเอาของโดยอาศัยภาวการณ์ลงทุนที่ย่ำแย่เป็นตัวบิ้วอารมณ์  และดูเหมือนว่า ทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง แรงซื้อเริ่มไหลกลับเข้ามาอีก หุ้นถึงขยับขึ้นมาปิดที่ 24.90 บาท บวกไป 0.10 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 224 ล้านบาท น่าจะเป็นการเซ็ตเกมบุกรอบใหม่นะคะ

*ประเด็นตรงนี้เหมือนกับเหตุการณ์ของหุ้น NMG ซึ่งมีความขัดแย้งระหว่างกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่กลุ่มเดิม กับกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่กลุ่มใหม่ จึงต้องตัดสินปัญหากันที่เกมราคาหุ้น ผลดังกล่าวทำให้นักลงทุนรายย่อยรวมตัวเรียกร้องให้มีการจัดประชุมวิสามัญ เพื่อโหวตกันให้เรื่องเรื่องไปเลยว่า ใครจะอยู่? หรือ ใครจะไป? ..ก่อนจะไปถึงตรงนั้นถึงมีการสะสมหุ้นเพื่อให้คะแนนฝั่งตนเองชนะขาดลอย เมื่อวันศุกร์เห็นเห็นหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ 2.22 บาท บวกไป 0.10 บาท หรือขึ้นไป 4.70% พร้อมกับทำท่าจะไล่ราคากันต่ออีกวันไงหละคะ

Back to top button