ADVANC แจ้งงบฯปี 59 วันนี้! แนะสอยพื้นฐานแกร่ง-ปันผลหรู

ADVANC แจ้งงบฯปี 59 วันนี้! โบรกฯแนะซื้อ ให้เป้าสูง 180 บาท ธุรกิจในอนาคตยังเติบโตแกร่ง แถมผลตอบแทนเงินปันผลหรูเกิน 4%

ADVANC แจ้งงบฯปี 59 วันนี้! โบรกฯแนะสอยธุรกิจในอนาคตยังเติบโตแกร่ง แถมผลตอบแทนเงินปันผลหรูเกิน 4% แนะซื้อให้เป้าสูง 180 บาท 

ช่วงนี้นักลงทุนในตลาดยังคงรอผลประกอบการของปี 59 ที่จะทยอยประกาศออกมา ซึ่งน่าจับตาไปที่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ADVANC ที่คาดจะประกาศผลประกอบการวันนี้(3ก.พ.) โดยนักวิเคราะห์มองว่าหากงบฯออกมาแย่กว่าคาด คล้ายกรณี DTAC ที่มี Negative surprise ก่อนหน้าคาดจะเป็นปัจจัยกดดันดัชนีในระยะสั้นได้

แต่อย่างไรก็ตามโบรกชั้นนำของไทยยังแนะนำให้ลงทุน ADVANC เพราะด้วยจุดเด่นที่เป็นผู้ให้บริการมือถืออันดับ 1 ของประเทศ อีกทั้งยังมีความมั่นคงทางธุรกิจ และยังมีความพร้อมในการกลับมาสร้างการเติบโตในอนาคต รวมทั้งผลตอบแทนเงินปันผลที่คาดหวังระดับเกิน 4% ต่อปี จุดนี้ ทำให้ ADVANC ยังเป็นหุ้นกลุ่มสื่อสารที่มีเสน่ห์สำหรับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศนั่นเอง

advanc

 

บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า นักลงทุนในตลาดยังคงรอผลประกอบการของปี 2559 ที่จะทยอยประกาศออกมา น่าจับตาไปยัง ADVANC ที่คาดจะประกาศผลประกอบการวันนี้ (3 ก.พ.) หากออกมาแย่กว่าคาด คล้ายกรณี DTAC ที่มี Negative surprise ก่อนหน้าจะเป็นปัจจัยกดดันดัชนีในระยะสั้นได้

 

บล.เอเซีย พลัส ระบุในบทวิเคราะห์ว่า แนะนำให้ Switch  จาก DTAC ไป ADVANC (ราคาเป้าหมาย 180.00 บาท) ที่มีคลื่นในมือแล้วและมีศักยภาพดีกว่า โดยนักวิเคราะห์ ASPS คาดกำไรสุทธิงวดไตรมาส 4/59 จะอยู่ที่ 5.37 พันล้านบาท ลดลง 17.6%เทียบไตรมาสก่อนหน้า (-50.2% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) ผลกระทบการรับรู้ค่าเช่าใช้คลื่น 2.1 Ghz จาก TOT ไตรมาสละ 975 ล้านบาท

โดยรวมคาดกำไรสุทธิปี 2559 อยู่ที่ 2.9 หมื่นล้านบาท ลดลง 25% ขณะที่คาดกำไรสุทธิปี 2560 ลดลง 4.6% มาอยู่ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท เกิดจากการรับรู้ต้นทุนที่ทยอยเข้ามาระหว่างปีก่อนเต็มปี อาทิ ค่าตัดจำหน่ายคลื่น 900 MHz ค่าเช่าใช้ทรัพย์สินจาก TOT

ทั้งนี้ น่าจะชดเชยบางส่วนจากรายได้ค่าบริการปีนี้ที่เติบโตดีขึ้น หนุนโดย 4G ที่ครอบคลุมมากสุดและการรุกธุรกิจใหม่อินเตอร์เนต ทั้งบริการอินเตอร์เนตบนมือถือและบ้าน และการร่วมกับพันธมิตรต่างอุตสาหกรรมพัฒนาดิจิทัล คอนเท้นท์ต่างๆ นอกจากนี้ ยังสามารถคาดหวัง Div Yield จาก ADVANC เกิน 4.5% ต่อปี แม้คาดปรับลดอัตราจ่ายปันผลเหลือ 80% นับจากปีนี้ มี Upside อยู่ที่ 11% ยังแนะนำ “ซื้อ”ราคาเป้าหมาย 180.00 บาท

 

บล.ทรีนีตี้ระบุในบทวิเคราะห์ว่า หากยืดระยะเวลาการศึกษาออกไปให้ครอบคลุมเดือนมีนาคมด้วยแล้ว จะพบว่ากลุ่มที่ปรับตัว Outperform ได้ดีที่สุดในเดือนดังกล่าวได้แก่กลุ่มสื่อสาร (Figure 11) ซึ่งหากเจาะลึกไปอีกจะพบว่าหุ้นที่น่าสนใจได้แก่ ADVANC และ INTUCH ที่มีระดับผลตอบแทนเงินปันผลคาดหวังที่ 5.2% และ 6.2% ตามลำดับ และให้ผลตอบแทนเฉลี่ยในเดือนมีนาคมสูงมากถึง 11.1% และ 8.3% โดยผลตอบแทนในเดือนนี้เป็นบวกตลอด 6 ปีหลังสุด

นอกจากนั้นระดับ Sharpe Ratio ยังอยู่ในเกณฑ์ดีที่ 2.39 และ 1.52 ตามลำดับ ทั้งนี้ราคาหุ้นปัจจุบันของทั้ง 2 บริษัทยังคงมี Upside จากราคาเป้าหมายของ Bloomberg consensus ถึง 10% อีกด้วย

 

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า การแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่กดดันผลประกอบการปี 59 ทาง DTAC รายงานกำไรสุทธิปี 59 ลดลง 65% เหลือ 2.08 พันล้านบาท และประกาศงดจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการงวด ครึ่งหลังปี59 เพราะมีผลขาดทุนสะสมในงบเฉพาะกิจการในงวดสิ้นปี 59 และได้โอนสำรองตามกฎหมายและส่วนเกินมูลค่าหุ้นมาตัดขาดทุนสะสมดังกล่าวไปแล้ว

ทั้งนี้ผลประกอบการที่ย่ำแย่ของงบการเงินเฉพาะกิจการ ส่วนหนึ่งก็มาจากการประเมินด้อยค่าในต้นทุนเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ มูลค่า 5.2 พันล้านบาทด้วย ยังผลให้งบเฉพาะกิจการมีขาดทุนสุทธิ 1.05 พันล้านบาท แต่งบการเงินรวมยังเป็นกำไรตามตัวเลขดังกล่าวข้างต้น

แนวโน้มการแข่งขันยังคงสูงต่อในปี 60 จึงประมาณการว่ากำไรสุทธิของกลุ่มสื่อสารจะยังไม่ดีนัก และบริษัทขนาดใหญ่อย่าง ADVANC & INTUCH มีการปรับลดอัตราการจ่ายปันผลลงจาก 100% ของกำไรด้วย ส่งผลให้ Dividend Yield ปี 60 จะอ่อนลงมาเป็นประมาณ 5+/-% ขึ้นกับราคาหุ้น (จากเดิมที่ 7+/-%) ขณะที่ TRUE น่าจะมีขาดทุนสุทธิทางบัญชีเพราะมีค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาต 4G ถึงสองใบแต่ยังทำรายได้ไม่เต็มศักยภาพของใบอนุญาต  ในเชิงกลยุทธ์ให้น้ำหนักลงทุนกลุ่มสื่อสารเป็น Underweight

 

บล.เออีซี ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ระยะสั้นมีปัจจัยกดดันจากนโยบายกีดกันการค้าของทรัมป์และการเพิ่มการผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ รวมทั้งต้องติดตามการประชุมนโยบายการเงินของเฟดและ BOE จึงแนะนำ”เก็งกำไรสั้นลงและระมัดระวังมากขึ้น” โดยกำหนดจุดลดน้ำหนักลงทุนหากดัชนีหลุด 1,580 ทั้งนี้เลือกหุ้นรายตัวที่คาด Outperform ตลาดดังนี้

1) กลุ่มรับเหมาฯ ซึ่งมีประเด็นหนุนจากการประมูลโครงการรัฐฯ ได้แก่ CK, STEC, UNIQ, SEAFCO, PYLON, ARROW

2) กลุ่ม Mid-Small Cap. ที่พื้นฐานเด่น ได้แก่ LPH, NDR, WICE, APCO, JWD, BKD

3) กลุ่มที่ให้ Div. yield สูง ได้แก่ ADVANC, PSH, ASK, LH