วิตกตลาดแรงงาน-เงินฝืดยูโรโซนกดหุ้นยุโรปปิดวานนี้ปรับลง

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (31 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะซบเซาในตลาดแรงงานของยูโรโซน หลังจากมีรายงานว่าอัตราว่างงานเดือนก.พ.ปรับตัวลงน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ การที่อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนยังอยู่ในระดับติดลบ ยังส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินฝืดของยูโรโซน


สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (31 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะซบเซาในตลาดแรงงานของยูโรโซน หลังจากมีรายงานว่าอัตราว่างงานเดือนก.พ.ปรับตัวลงน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ การที่อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนยังอยู่ในระดับติดลบ ยังส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินฝืดของยูโรโซน

ทั้งนี้ ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.6% ปิดที่ 397.3 จุด ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,033.64 จุด ลดลง 49.88 จุด หรือ -0.98% ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 11,966.17 จุด ร่วงลง 119.84 จุด หรือ -0.99% ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,773.04 จุด ดิ่งลง 118.39 จุด หรือ -1.72%

ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลงหลังจากสำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรปหรือยูโรสแตทเปิดเผยว่า อัตราว่างงานยูโรโซนเดือนก.พ.อ่อนตัวลงแตะ 11.3% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2555 อย่างไรก็ตาม อัตราว่างงานเดือนก.พ.ปรับตัวลงไม่มากเท่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 11.2% นอกจากนี้ ตลาดยังวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินฝืดของยูโรโซน หลังจากยูโรสแตทเปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อเบื้องต้นในกลุ่มยูโรโซนอยู่ที่ระดับติดลบ 0.1% ในเดือนมี.ค.

ฟิทช์ เรทติ้งส์ ระบุว่า ภาวะเงินฝืดในยูโรโซนถือเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อบริษัทเอกชนและประเทศต่างๆทั่วโลก มากกว่าการร่วงลงของราคาน้ำมัน เนื่องมาจากเศรษฐกิจยูโรโซนมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก นอกจากนี้ ยูโรโซนยังเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่สุดและยังเป็นแหล่งการปล่อยเงินกู้ข้ามพรมแดนที่ใหญ่ที่สุด ดังนั้นประเทศในภูมิภาคอื่นๆอาจจะได้รับผลกระทบตามไปด้วย หากยูโรโซนเผชิญภาวะเงินฝืดและเศรษฐกิจชะลอตัวลง

ดัชนีหุ้นกลุ่มบริษัทผลิตรถยนต์และกลุ่มเคมีภัณฑ์ต่างก็ปรับตัวลง ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มผู้ผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ดิ่งลงกว่า 1% หลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกร่วงลงเมื่อคืนนี้ อย่างไรก็ตาม การปรับตัวลงของราคาน้ำมันช่วยหนุนหุ้นกลุ่มสายการบิน โดยหุ้นแอร์ฟรานซ์-เคแอลเอ็ม กรุ๊ป และหุ้นไรอันแอร์ โฮลดิงส์ ต่างก็ปรับตัวขึ้นกว่า 1.9%

Back to top button