WORK เรตติ้งพุ่งหนุนค่าโฆษณาเพิ่มขึ้นกูรูเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ” เป้าใหม่ 50 บ.

WORK กำไรมีแนวโน้มเติบโตก้าวกระโดดในระยะ 5 ปีนี้ ตามเรตติ้งของช่องทีวีดิจิตัล Workpoint TV ที่พุ่งขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ฝ่ายวิจัยเปลี่ยนวิธีประเมินมูลค่าพื้นฐานหุ้น เป็นวิธี DCF แทน เดิมที่อิง PBV ที่ 4.5 เท่า ได้ Fair Value ใหม่ที่ 50 บาท มี upside จากราคาปัจจุบัน 19% จึงขอปรับเพิ่มคำแนะนำจากเดิมที่ให้ “ขาย” มาเป็น “ซื้อ”


บล.เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ระบุในบทวิเคราะห์ (2 เม.ย.) ผู้บริหารบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WORK เปิดเผยว่า ด้วยเรตติ้งที่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องจนติดอันดับ 3 ของฟรีทีวี ทำให้อัตราค่าโฆษณาในไตรมาส 1/58 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3 หมื่นบาทต้นๆ ต่อนาที จากไตรมาส 4/57 ที่อยู่เพียง 1.3-1.4 หมื่นบาทต่อนาที

อย่างไรก็ตามอัตราการใช้เวลาโฆษณา (Utilization Rate) ลดลงจาก 75% ในไตรมาสก่อนหน้าเหลือเพียง 55% ตามผลของช่วงนอกฤดูกาล เป็นผลให้กำไรสุทธิไตรมาส 1/58 เพียงไม่กี่ล้านบาทเท่านั้น อย่างไรก็ตามคาดอัตราการใช้เวลาโฆษณาจะกลับมาสู่ระดับเดิมที่ 75% ในไตรมาสที่ 2/58 ขณะที่อัตราค่าโฆษณาจะสามารถปรับขึ้นได้อีก 3-5% ทุกๆ ไตรมาส เป็นผลให้คาดอัตราค่าโฆษณาเฉลี่ยทั้งปีนี้จะอยู่ที่ 3.5 หมื่นบาทต่อนาที และทำให้รายได้จากธุรกิจช่องทีวีดิจิทัลทั้งปี 2558 อยู่ที่ 2 พันล้านบาทเมื่อรวมกับธุรกิจอื่น คาดรายได้รวมทั้งปี 2558 อยู่ที่ 3 พันล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 9%

ขณะที่ปี 2559 ตั้งเป้าอัตราค่าโฆษณาที่ 5 หมื่นบาทต่อนาที และสามารถขยับขึ้นต่อเนื่องระดับสูงได้ในช่วง 5 ปีนี้ ตามเรตติ้งที่มีพัฒนาที่ดีต่อเนื่อง โดยคาดอัตราค่าโฆษณาจะขยับได้ถึง 7 หมื่นบาทต่อนาที ก่อนที่จะค่อย ๆ เติบโตตามภาวะอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ด้วยเรตติ้งที่แรงสุดในช่องทีวีดิจิทัลรวมถึงเห็นพัฒนาการของการปรับขึ้นอัตราค่าโฆษณาอย่างชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 1/58 และมุมมองของผู้บริหารที่ Aggressive มากขึ้น ส่งผลให้ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 และ 2559 ราว 11% และ 54.6% โดยกำไรสุทธิปี 2558 ภายใต้ประมาณการใหม่จะอยู่ที่ 270 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 5.1 เท่าตัว และเติบโตต่อเนื่องในระดับสูงถึง 81% ในปี 2559

อย่างไรก็ตามด้วยฐานกำไรที่มีแนวโน้มเติบโตก้าวกระโดดในระยะ 5 ปีนี้ ตามเรตติ้งของช่องทีวีดิจิตัล Workpoint TV ที่พุ่งขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ฝ่ายวิจัยเปลี่ยนวิธีประเมินมูลค่าพื้นฐานหุ้น เป็นวิธี DCF แทน เดิมที่อิง PBV ที่ 4.5 เท่า ได้ Fair Value ใหม่ที่ 50 บาท มี upside จากราคาปัจจุบัน 19% จึงขอปรับเพิ่มคำแนะนำจากเดิมที่ให้ “ขาย” มาเป็น “ซื้อ”

 

Back to top button