TU เซ็นข้อตกลงร่วมมือ “สถาบันอิสรา” ยกระดับการดูแลแรงงาน

TU เซ็นข้อตกลงร่วมมือ “สถาบันอิสรา” หวังยกระดับการดูแลแรงงานในห่วงโซ่อุปทาน


บริษัท ไทยทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU และสถาบันอิสรา ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกันเมื่อวันที่ 6 ก.พ.60 ในการเป็นพันธมิตรทางกลยุทธ์อย่างเป็นทางการ ซึ่งเกิดมาจากความสำเร็จจากการร่วมมือกันทำงานที่ผ่านมาระหว่างทั้งสองหน่วยงานในการปรับปรุงสภาพการทำงานของแรงงานภายในห่วงโซ่อุปทานของไทยยูเนี่ยนตั้งแต่ปี 2557

สำหรับบันทึกข้อตกลงดังกล่าวจะกำหนดกรอบความร่วมมือในการนำระบบการรับฟังเสียงสะท้อนและความคิดเห็นของแรงงานซึ่งเป็นนวัตกรรมของสถาบันอิสราไปใช้ ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานของไทยยูเนี่ยน รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับอุตสาหกรรมที่เป็นคู่ค้าของบริษัททั้งในและนอกประเทศไทย

โดยปัจจุบัน ไทยยูเนี่ยนเป็นพันธมิตรระดับภูมิภาคในโครงการพันธมิตรทางกลยุทธ์ของสถาบันอิสรา (Issara’s Strategic Partners Program) ซึ่งโครงการนี้มีทั้งแบรนด์ผลิตภัณฑ์ และบริษัทค้าปลีกระดับโลก อาทิ มาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์, มาร์ส, เนสท์เล่, เซนส์บิวรีส์, เทสโก้, เวทโรส, และวอลมาร์ท ในการร่วมมือกันตอบโจทย์ปัญหาการค้ามนุษย์ในห่วงโซ่อุปทานโลก ในฐานะที่เป็นพันธมิตรระดับภูมิภาค ไทยยูเนี่ยนทำงานร่วมกับสถาบันอิสราในการช่วยให้แรงงานในห่วงโซ่อุปทานของบริษัทที่ร่วมโครงการพันธมิตรทางกลยุทธ์สามารถเข้าถึงช่องทางต่างๆ เช่น สายช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติ แอพพลิเคชั่นบนมือถือ “ฝันสีทอง” (Golden Dreams) และช่องทางการรับฟังเสียงจากแรงงานผ่านช่องทางต่างๆ  ของสถาบันอิสรา ซึ่งมี 4 ภาษาให้กับแรงงาน

นอกจากนี้ ไทยยูเนี่ยน ยังคงร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับสถาบันอิสราในโครงการการติดตามแรงงานอย่างทั่วถึงในโรงงานของบริษัท และวางเป้าหมายจะขยายขอบข่ายไปถึงห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเล รวมทั้งเรือประมง

ดร.ลิซ่า เรนเด เทย์เลอร์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริหารสถาบันอิสรา กล่าวว่า สถาบันอิสราหวังจะได้เห็นความร่วมมือที่แนบแน่นขึ้นกับไทยยูเนี่ยน เพื่อแปลงผลสะท้อนจากแรงงานและข้อกังวลสู่การพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมด้านสภาพแวดล้อมในการทำงานและระบบการจ้างงาน ซึ่งมีผลต่อแรงงานหลายพันคน ทั้งในโรงงาน ฟาร์ม และเรือประมงในทะเล

ความมุ่งมั่นของไทยยูเนี่ยนคือการขยายขอบข่ายความพยายามนี้ไปทั้งห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งประกอบไปด้วย การรวมสถาบันอิสราไว้ในแนวทางปฏิบัติด้านแรงงานสำหรับคู่ค้า ระบบร้องเรียนสำหรับแรงงานของสถาบันอิสราที่มุ่งช่วยเพิ่มช่องทางสื่อสารให้แรงงานข้ามชาติ และในเวลาเดียวกันก็สามารถช่วยสร้างความก้าวหน้าให้ธุรกิจ ยกตัวอย่างเช่น  ไทยยูเนี่ยนมีเครื่องมือในการดูแลห่วงโซ่อุปทานได้มากขึ้น การบริหารความเสี่ยง และการเคารพในสิทธิและศักดิ์ศรีของแรงงาน

ดร.แดเรียน แมคเบน ผู้อำนวยการกลุ่มการพัฒนาที่ยั่งยืน TU กล่าวว่า ไทยยูเนี่ยนมองว่า การทำงานของเรากับสถาบันอิสราเป็นเรื่องสำคัญในการต่อสู้อย่างมีประสิทธิผลกับความท้าทายที่แรงงานข้ามชาติมักประสบ

“เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลงนี้ เราหวังจะเดินหน้าด้านความร่วมมือกับสถาบันอิสราต่อไปในการยกระดับสภาพแวดล้อมการทำงานของแรงงานให้ดียิ่งขึ้น การมีส่วนร่วมจากสถาบันนานาชาติไม่เพียงแต่ช่วยให้สมาชิกในอุตสาหกรรมเข้าใจถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในประเด็นสำคัญเหล่านี้ แต่ยังช่วยรับรองพัฒนาการที่เกิดขึ้นด้วย”ดร.แดเรียน กล่าว

Back to top button