SET ไซด์เวย์กรอบแคบ เคาะ 21 หุ้นเด่นเน้นเล่นสั้น

นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทย (SET) วันนี้ผันผวนในกรอบแคบ โดยดัชนียังขาดปัจจัยบวกหนุน และระยะสัปดาห์ยังอยู่ในภาพของการพักฐาน การลงทุนแนะนำปรับพอร์ตลงเพื่อลดความเสี่ยง สำหรับนักเก็งกำไรควรจับจังหวะเป็นรอบ เน้นเล่นสั้น และเลือกลงทุนในกลุ่มที่แนวโน้มผลประกอบการไตรมาสแรกของปีนี้ออกมาดีเป็นหลัก

ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์รายงาน เช้านี้ ณ เวลา 9.30 น. ค่าเงินบาทอยู่ที่ 34.51 บาทต่อเหรียญ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้น ขานรับดัชนี NASDAQ ทำสถิติปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อคืน โดยได้ปัจจัยบวกจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะเดียวกัน ตลาดยังขานรับรายงานข่าวที่ว่า แกนนำในสภาคองเกรสสามารถบรรลุข้อตกลงที่จะทำให้รัฐบาลสหรัฐมีงบประมาณบริหารประเทศจนสิ้นสุดปีงบประมาณปัจจุบันในวันที่ 30 ก.ย. โดยคาดว่าทางสภาคองเกรสจะลงมติต่อร่างกฎหมายงบประมาณดังกล่าวในสัปดาห์นี้

นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทย (SET) วันนี้ผันผวนในกรอบแคบ โดยดัชนียังขาดปัจจัยบวกหนุน และระยะสัปดาห์ยังอยู่ในภาพของการพักฐาน การลงทุนแนะนำปรับพอร์ตลงเพื่อลดความเสี่ยง สำหรับนักเก็งกำไรควรจับจังหวะเป็นรอบ เน้นเล่นสั้น และเลือกลงทุนในกลุ่มที่แนวโน้มผลประกอบการไตรมาสแรกของปีนี้ออกมาดีเป็นหลัก หุ้นเด่นเลือก ESSO-AP-HMPRO-KKP-PTTGC-IVL-BANPU-AOT-ERW-TACC-BIG-HANA-TASCO-INTUCH-KCE-BEM-AU-AMANAH-LST-IFS และ TWPC

 

บล.ธนชาต ระบุในบทวิเคราะห์ (2 พ.ค.) ว่า แม้ภาพระยะสั้น SET มีแนวโน้มเคลื่อนไหว sideways ในกรอบ 1,564 – 1,572 จุด ต่อ แต่ยังกังวลต่อภาพการ “พักฐาน” ระยะสัปดาห์ ด้วยแนวรับ 1,564/1,545/1,524 จุด ต่อไป หลัง TradeCode ส่งสัญญาณ “ลบ” ต่อ SET ตั้งแต่กลางเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา สำหรับการประชุม FOMC วันที่ 2-3 พ.ค.คาด คงดอกเบี้ยที่ 1% ต่อไป ขณะที่โพล์เลือกตั้งฝรั่งเศส รอบ 2 วันที่ 7 พ.ค.นี้ นาย Macron ยังคะแนนนำ Le Pen สูง 60:40 เป็นไปตามที่ตลาดคาดไว้

การลงทุนเน้นกลุ่มหุ้นที่ผลการดำเนินงานมีแนวโน้มเติบโตดี 1)”ซื้อ” ESSO  (TP 15.50) – ประสิทธิภาพการกลั่น และค่าการกลั่นสูง US$6.5/bbl, คาดกำไรโต +60%, เริ่มจ่ายปันผลปีนี้ 4.7% 2) “ซื้อ” AP  (TP 8.60) คาดกำไรไตรมาส 1/17 โต +27% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน สวนทางกลุ่ม เริ่มรับรู้รายได้จาก JV และ LH  ที่ยอด Presale ไตรมาส 1/17 ดีกว่าคาด และ 3) “ซื้อ” HMPRO  (TP 11.40) เพิ่ม private brand หนุนอัตรากำไร, เร่งขยายสาขาในมาเลฯเพิ่ม 4 สาขาปีนี้, SSSG จะกลับมาเป็นบวกครึ่งปีปลังของปี 2017 และ “ซื้อ” ห้นที่มี upside risk ต่อกำไรปีนี้อย่าง KKP และ TISCO

 

บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ (2 พ.ค.) คาด SET ผันผวนในกรอบจำกัด เนื่องจากไร้ปัจจัยบวกหนุนนำ ในส่วนการประชุม FOMC วันที่ 2 – 3 พ.ค. โดยคาดว่า FED ยังคงอัตราดอกเบี้ยเท่าเดิมที่ 0.75% (Bloomberg consensus คาด Fed มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยแค่ 13% ในการประชุมรอบนี้) และยังคงคาดการณ์เดิมว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้อีกสองครั้งช่วงปลายปี ปัจจัยที่จะควรตามวันนี้คือ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงจากภาวะ Over supply อาจส่งผลลบต่อกลุ่มพลังงานและ Index ขณะที่ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่า อาจเพิ่มความกังวลต่อทิศทาง Fund Flow ต่างชาติอาจไหลออกมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่เห็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ตลาดเกิดเหตุการณ์ Selloff ยังเน้นกลยุทธ์การลงทุนเป็น Selective หุ้นที่แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1/17 จะออกมาดีเป็นหลัก อาทิ PTTGC, IVL, BANPU, AOT, ERW, TACC, BIG, HANA และ TASCO และเน้นดัชนีต้องไม่หลุดต่ำกว่าระดับ 1,560 จุด หากไม่สามารถยืนได้อาจต้องลดพอร์ตและรอซื้อกลับบริเวณ 1,545 จุด

กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ : Selective Buy หุ้นเก็งกำไรระยะสั้น : HANA (ซื้อ/เป้า 54.00 บาท) คาดกำไรสุทธิปี17 เติบโตดีกว่ากลุ่ม Valuation ยังถูกที่ 14 เท่า vs. กลุ่มที่ 16 เท่า, ERW (ซื้อ/เป้า 6.00 บาท) คาดกำไรไตรมาส 1/17 เติบโต 14% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน ทำสถิติสูงสุด ขณะที่ momentum ในไตรมาส 2 ดีต่อเนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่กลับมา

 

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ (2 พ.ค.) ประเมินทิศทาดัชนีฯที่ยังมีแนวโน้ม sideway หรือปรับขึ้นได้ไม่ไกล นักลงทุนอาจเลือกที่จะปรับลดพอร์ตลง เพื่อลดความเสี่ยง สำหรับนักเก็งกำไร ควรจับจังหวะเป็นรอบ เน้นเล่นสั้นแบบ “ลงซื้อ ขึ้นขาย” สำหรับหุ้นที่คาดว่าอาจได้รับความสนใจจากนักลงทุนในวันนี้  อาทิเช่น   INTUCH, AP, KCE, BEM, AU, AMANAH, LST, IFS และ TWPC