SET ผันผวนกรอบแคบ เลือกสอย 11 หุ้นเด่น

นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทย (SET) วันนี้ยังผันผวนในกรอบแคบและมีโอกาสปรับตัวลงในช่วงที่ตลาดกำลังรอปัจจัยใหม่ ขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่รอดูตัวเลขเศรษฐกิฐของสหรัฐฯ การลงทุนเน้นหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว และกลุ่มที่แนวโน้มงบไตรมาสแรกออกมาดี

ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์รายงาน เช้านี้ ณ เวลา 9.20 น. ค่าเงินบาทอยู่ที่ 34.56 บาทต่อเหรียญ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวานนี้ตามคาด พร้อมกับส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป

นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทย (SET) วันนี้ยังผันผวนในกรอบแคบและมีโอกาสปรับตัวลงในช่วงที่ตลาดกำลังรอปัจจัยใหม่ ขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่รอดูตัวเลขเศรษฐกิฐของสหรัฐฯ การลงทุนเน้นหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว และกลุ่มที่แนวโน้มงบไตรมาสแรกออกมาดี หุ้นเด่นเลือก PTTGC-IVL-BANPU-AOT-ERW-TACC-BIG-HANA-TASCO-BR และ THCOM

 

นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.เคที ซีมิโก้ เปิดเผยถึงตลาดหุ้นไทยเช้านี้ (4 พ.ค.) คาดว่าจะแกว่งออกด้านข้างในกรอบจำกัด ในช่วงที่กำลังรอสัญญาณบวกใหม่เข้ามา โดยนักลงทุนคงจะเข้ามาเล่นหุ้นที่มีประเด็นข่าว ขณะที่ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เปิดมาเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวกและลบ หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คงอัตราดอกเบี้ยตามคาด และได้ส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯในงวดไตรมาส 1/60 ชะลอตัวแค่ชั่วคราว โดยไม่ได้มองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯจะแย่ อย่างไรก็ตามแนะนำให้ติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯในวันศุกร์นี้

ส่วนบ้านเราแนะนำให้ติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) งวดไตรมาส 1/60 ต่อไป และให้รอดูตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทยงวดไตรมาส 1/60 ที่จะประกาศในวันที่ 15 พ.ค.นี้ด้วย พร้อมให้แนวรับ 1,560 – 1,553 จุด ส่วนแนวต้าน 1,570 – 1,573 จุด

 

บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ (4 พ.ค.) คาด SET เคลื่อนไหวผันผวน และ มีโอกาสปรับตัวลง จาก 1) กังวล Fund Flow ต่างชาติไหลออกหลังจากตลาดคาดเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไปในเดือน มิ.ย. โดย Bloomberg Consensus ปรับเพิ่มโอกาสเฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย.เป็น 90% เทียบกับวันก่อนหน้าที่ 67% และ 2) วันนี้มีบริษัทขึ้นเครื่องหมาย XD ประมาณ 50 บริษัท คาดกระทบดัชนีประมาณ 1.2 จุด  อาทิ CPF XD @0.45 บาท และ IVL XD @ 0.36 อย่างไรก็ตามคาดว่าดัชนีจะไม่ลดลงแรงเนื่องจากจำนวนครั้งที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ยังอยู่ที่ 2 ครั้ง (ไม่รวมเดือนม.ค.) ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาด เพียงแต่ขยับช่วงเวลาเร็วขึ้นเป็นเดือนมิ.ย. และ ก.ย. (เดิมตลาดคาดจะขึ้นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเดือน ก.ย. และ ธ.ค.) เรายังเน้นกลยุทธ์การลงทุนเป็น Selective หุ้นที่แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1/17 จะออกมาดีเป็นหลัก อาทิ PTTGC, IVL, BANPU, AOT, ERW, TACC, BIG, HANA และ TASCO และเน้นดัชนีต้องไม่หลุดต่ำกว่าระดับ 1,560 จุด หากไม่สามารถยืนได้อาจต้องลดพอร์ตและรอซื้อกลับบริเวณ 1,545 จุด

กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ : Selective Buy หุ้นเก็งกำไรระยะสั้น : BR (ซื้อ/เป้า 7.50 บาท) มีมุมมองเป็นบวกต่อการเข้าถือหุ้น 40% ในบริษัทร่วมทุนในอินโดฯเพื่อทำธุรกิจเป็ดครบวงจร เนื่องจากจะได้ประโยชน์จากพาร์ทเนอร์ของกลุ่ม Salim Group ซึ่งเป็นผู้นำอุตสาหกรรมอาหารและค้าปลีกในอินโดฯ, THCOM (ซื้อเก็งกำไร/เป้า Consensus 21.00 บาท) เริ่มเห็นสัญญาณบวกหลังจากล่าสุดประกาศข่าวเซ็นสัญญากับ เอเชียต้า เพื่อให้เช่าช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) ในอินโดนีเซียเป็นเวลา 4 ปี คาดเพิ่มฐานกำไรสุทธิให้กับ THCOM ในปีหน้าประมาณ 10-15% และเพิ่มมูลค่าพื้นฐานประมาณ 1 – 2 บาทต่อหุ้น

 

บล.แอพเพิล เวลธ์ ระบุในบทวิเคราะห์ (4 พ.ค.) ว่า ภาวะการซื้อขายทรงตัวระหว่างรอผลการประชุมเฟด ซึ่งโอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25 % ในการประชุมวันที่ 14 มิ.ย.นี้ สูงถึงระดับ 71.6 % (จาก CME Fed Watch) คาดยังส่งผลให้ Fund Flow ยังเน้นการถือครองการลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้เงินลงทุนในตลาดเกิดใหม่ยังทรงตัว กลยุทธ์การลงทุน วาง Filter แนวรับที่ 1,560 จุด ในกรณีดัชนียืนไม่ได้ แนะนำลดการถือหุ้นลง 20 % เพื่อรอซื้อกลับเมื่อดัชนีอ่อนตัวบริเวณแนวรับ 1,530 – 1,540 จุด