TACC รุกหนัก! ลุยธุรกิจเครื่องดื่มในจีน-เขมรเต็มสูบ ชูงบ Q2 ยังหรู

TACC รุกหนัก! ลุยธุรกิจเครื่องดื่ม "Sawasdee-Jump Start" ในจีน-เขมรเต็มสูบ หวังดันงบ Q2 สวยหรู ฟากโบรกฯดัง แนะสะสม หลังราคาลงลึก ชี้กำไร Q2 โตโดดเด่น ให้เป้าสูง 7 บาท


นายชนิต สุวรรณพรินทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC ผู้ผลิต และจัดหาเครื่องดื่มชา และกาแฟรายใหญ่ในเซเว่นฯ เปิดเผยว่า บริษัทฯมั่นใจรายได้ในปีนี้โตเกิน 10% จากปีที่ผ่านมา ที่มีรายได้รวม 1,183.94 ล้านบาท จากการเปิดตัวสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนที่วางจำหน่ายใน 7-Eleven ที่บริษัทฯได้รับโอกาสด้วยดีเสมอมา และแผนการบุกตลาดต่างประเทศ เพื่อเพิ่มสัดส่วนที่มาของรายได้

โดยเฉพาะตลาดในประเทศจีนปีนี้เป็นไปได้สวย เพราะนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2560 ที่มีการวางจำหน่ายเครื่องดื่มผงรสชาติทุเรียนและมะม่วงภายใต้แบรนด์ Sawasdee ซึ่งมีกระแสตอบรับสินค้าดีเกินคาด เพราะมียอดสั่งซื้อสินค้ากลับมามากถึง 2 ตู้คอนเทนเนอร์จากเดิมที่คาดหวังไว้เพียง 1 ตู้คอนเทนเนอร์เท่านั้น

ล่าสุด บริษัทเดินหน้าลุยธุรกิจเครื่องดื่มในจีนต่อเนื่อง โดยการบุกทดสอบสินค้าในร้านอาหารที่เป็นลักษณะฟูดเชน ซึ่งเป็นร้านขายไก่ทอดคล้ายๆกับธุรกิจเคเอฟซี โดยเป็นร้านขายไก่ทอดแบบทั้งตัว โดยธุรกิจนี้มีประมาณ 8,000 สาขา โดยเบื้องต้นได้ทดสอบสินค้าเครื่องดื่มที่เป็นชาไทย และชาน้ำผึ้งผสมมะนาว ซึ่งทดลองขายสินค้าไปแล้วประมาณ 50 สาขา และได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม

“บริษัทคาดว่าธุรกิจในจีนจะเติบโตสูง โดยเฉพาะธุรกิจขายเครื่องดื่มชาไทยบวกกับไก่ทอด ซึ่งจะเป็นลักษณะการขายแบบคอมโบ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการขอ อย.ในจีน สำหรับธุรกิจเครื่องดื่มชาน้ำผึ้งผสมมะนาว ส่วนธุรกิจเครื่องดื่มชาไทยผ่าน อย.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว” นายชนิต กล่าว

ขณะที่ธุรกิจเครื่องดื่มในประเทศกัมพูชา นับตั้งเปิดตัวสินค้าเครื่องดื่มชาเขียว Zenya จนเป็นแบรนด์ชั้นนำในตลาดกัมพูชาแล้ว ต่อมาบริษัทได้เปิดตัวเครื่องดื่มชูกำลังภายใต้แบรนด์ Jump Start ซึ่งได้วางจำหน่ายไปเมื่อวันที่ 5 ม.ค.60 ที่ผ่านมา เพื่อเจาะกลุ่มค้าพรีเมี่ยม ซึ่งปัจจุบันตลาดเครื่องดื่มมีมูลค่าสูงถึง 1 หมื่นล้านบาท โดยบริษัทคาดหวังเพียง 3% ของมูลค่าทั้งหมด

โดยล่าสุดบริษัทเตรียมนำสินค้า Jump Start บุกอีกหนึ่งช่องทางคือปั้มน้ำมันแบบโลคอลหรือปั้มน้ำมันแบบท้องถิ่น ซึ่งจัดโปรโมชั่นสินค้าโดยการแจกและขายสินค้าในปั้ม เพราะประชากรในประเทศกัมพูชาใช้แรงงานค่อนข้างเยอะ และมีการใช้รถมอเตอร์ไซด์จำนวนมาก จึงคาดว่าจะได้รับการตอบรับดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อลงสินค้าในปั้มน้ำมันประเภทอื่นในประเทศกัมพูชาอีกด้วย

ด้านธุรกิจเบเกอรี่ ยังมียอดคำสั่งซื้อสินค้าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดบริษัทเตรียมศึกษาเบเกอรี่ประเภทใหม่ คือ “โดนัทยีสต์” ซึ่งมีอายุการบริโภคที่สามารถเก็บไว้ได้นาน โดยจะเปิดตัวสินค้าในเดือนกันยายนนี้

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/60 คาดว่าจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากคู่แข่งไม่มีการจัดโปรโมชั่นทุ่มตลาดเหมือนไตรมาส 1/60 ที่ผ่านมา อีกทั้งยังมียอดคำสั่งซื้อสินค้าจาก 7-Eleven ในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ประกอบกับยอดคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้แนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 2/60 จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ด้านนักวิเคราะห์ บล.เออีซี ระบุในบทวิเคราะห์ แนะ “สะสม” ให้ราคาเป้า 7 บาท/หุ้น โดย TACC ผ่านช่วงแย่ที่สุดของบริษัทไปแล้วในไตรมาส 1/60 ที่ผ่านมา และยอดขายที่เติบโตทั้งในและต่างประเทศจะพลิกฟื้นกลับมาในไตรมาส 2 เป็นต้นไป

โดยสาขาของเซเว่นซึ่งเป็นพันธมิตรธุรกิจของบริษัทยังขยายตัว ทำให้บริษัทสามารถที่จะขยายธุรกิจตู้กดเครื่องดื่มตามไปได้ตลอด ขณะที่ปัญหายอดขายที่กัมพูชานั้นประเมินกันว่ากลับมาดีขึ้น

ดังนั้นจึงประเมินว่าในไตรมาส 2/60 เป็นต้นไป จะเห็นตัวเลขกำไรเติบโตอย่างก้าวกระโดด ขณะที่ราคาหุ้นลงลึก และเพิ่งส่งสัญญาณกลับตัว

Back to top button