เคาะผิด..ชีวิตเปลี่ยน

*ดูเหมือนผู้คนในตลาดหุ้นไทยกำลังให้ความสำคัญกับเรื่อง “เข็มทิศ เปลี่ยนชีวิต” หลังกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องพัวพันกับหุ้นบางตัวในตลาดหุ้น รวมถึงการตั้งกองทุน CMDF เพื่อต้องการสูบเงินออกจาก ตลท. ขั้นแรกจำนวน 8 พันล้านบาท ต่อจากนั้นจะขอเก็บค่าน้ำชาอีกปีละ 90% ของกำไรสุทธิ จึงทำให้ผู้คนมากมายสงสัยกันเหลือเกินว่า ทำไมถึงมีแต่เรื่องห่อเหี่ยวหัวใจเกิดขึ้นไม่หยุดเจ้าค่ะ


เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*ดูเหมือนผู้คนในตลาดหุ้นไทยกำลังให้ความสำคัญกับเรื่อง “เข็มทิศ เปลี่ยนชีวิต” หลังกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องพัวพันกับหุ้นบางตัวในตลาดหุ้น รวมถึงการตั้งกองทุน CMDF เพื่อต้องการสูบเงินออกจาก ตลท. ขั้นแรกจำนวน 8 พันล้านบาท ต่อจากนั้นจะขอเก็บค่าน้ำชาอีกปีละ 90% ของกำไรสุทธิ จึงทำให้ผู้คนมากมายสงสัยกันเหลือเกินว่า ทำไมถึงมีแต่เรื่องห่อเหี่ยวหัวใจเกิดขึ้นไม่หยุดเจ้าค่ะ

*เดี๊ยนในฐานะคนที่เฝ้าสังเกตตลาดหุ้นมาเป็นเวลานานเลยขอตอบว่า ทุกอย่างมันเกิดจากการกระทำ หากทำแต่กรรมดี สิ่งที่ได้รับก็เป็นแต่เรื่องดีๆ หากทำกรรมไม่ดี สิ่งที่ได้รับก็มีแต่เรื่องแย่ๆ “โมนิก้า” ถึงได้ยึดถือคติในการลงทุนในตลาดหุ้นว่า “หุ้นขึ้นได้ ก็ลงได้” และ “หุ้นลงได้ ก็ขึ้นได้” เพราะโลกของการลงทุนไม่มีอะไรเที่ยง คนเล่นหุ้นต้องเผชิญกับสิ่งที่ตัวเองเลือกนะจะบอกให้

*เหล่านี้เป็นเรื่องที่ “โมนิก้า” ชอบเม้าท์ถึงเป็นประจำในช่วงที่ตลาดหุ้นกำลังเลือกทางเดิน เพราะทำให้รู้ว่า ยังมีเรื่องอีกมากมายที่นักเล่นต้องเรียนรู้ ซึ่งเหมือนกับนิยายน้ำเน่าของพวกนักเล่นหุ้นหน้าใหม่ที่อุปโลกน์ตัวเองขึ้นมาเป็นเซียนหุ้น มันค่อนข้างหน่อมแน้มเกินไปหน่อยในสายตาพวกม้าแก่ชำนาญทาง เพราะคนที่เป็นเซียนจริงๆ เขาไม่ร้องโอดโอยเหมือน…หรอกค่ะ

*งานนี้อย่าเข้าใจผิดว่า “โมนิก้า” เลือกที่จะไปอยู่กับฝั่งเดียวกับ “เข็มพิษ” เพราะคุณเธอก็ไม่ได้ดีกว่ากันสักเท่าไหร่? แถมช่วงนี้มีคนช่วยกันขุดคุ้ยเรื่องฉาวๆ ของหล่อนออกมาเยอะแยะ จึงเห็นรายการดราม่าน้ำตาแตกออกมาเป็นระยะ ซึ่งทำให้คนที่ชอบเผือกตามไปดูเส้นทางรวยหุ้น ABC มีต้นกำเนิดมาจากตรงไหนกันแน่ จึงกลายเป็นประเด็นร้อนสังคมชาวหุ้นใคร่อยากรู้กันเป็นจำนวนมากนะคะ

*ว่ากันว่า เส้นทางลงทุนหุ้นของ “เซียนหุ้นกำมะลอ” กับ “เข็มเบี้ยวเปลี่ยนชีวิต” มีอะไรที่สังคมได้เรียนรู้เยอะพอสมควร โดยเฉพาะการที่ฝ่ายแรกตัดใจขายหุ้นขาดทุนไปหมดแล้ว ส่วนรายหลังยังคงกอดหุ้นไว้แน่นเหมือนเดิม จึงกลายเป็นประเด็นถกเถียงขึ้นมาในทันทีว่า ผลลัพธ์ของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร? เดี๊ยนตอบได้ทันทีว่า ต้องไปถามเสือหิว ก.ล.ต. กันเอาเองเจ้าค่ะ

*เม้าท์ถึงหน่วยงานนี้ขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” ต้องย้อนกลับมาดูเรื่องที่สื่อน้อยใหญ่ออกมาก่นด่าพฤติกรรมสุดแสนจะเยือกเย็น หลังยืมมือคนอื่นวิ่งราวเงินของตลาดหลักทรัพย์ฯ เท่ากับเป็นการย้ำหัวหมุดตัวเดิมว่า  ผู้คนจำนวนมากกำลังแอนตี้หน่วยงานนี้อย่างชัดเจน ซึ่งทำให้ภาพพจน์ของหน่วยงานภายใต้การกุมบังเหียนของ “รพี” ตกต่ำอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนพะยะค่ะ

*เช่นเดียวกับในรายของ GL ผู้คนในแวดวงตลาดหุ้นรู้ดีว่า นี่เป็นของร้อนที่ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว แถมคนในตลาดหุ้นยังตั้งข้อสังเกตว่า ธุรกิจที่ทำมีลักษณะโยกเงินไปมา แต่ทุกครั้งที่มีการเข้าองค์ทรงเจ้า ก็มีคนแห่ตามกันไปทุกที วานนี้ถึงเห็นหุ้นพุ่งขึ้นมาปิดที่ 21.50 บาท บวกไป 1.50 บาท หรือขึ้นไป 7.50% ด้วยมูลค่า 975 ล้านบาท มันเป็นเกมหุ้นรอบใหม่ที่ถูกบิ้วด์ให้เชื่อว่า กำลังดีขึ้น (ลูกไม้ตื้นๆ ของพวกไอ้ยุ่น) พะยะค่ะ

*เหมือนกับในรายของ KWG ถูกปลุกขึ้นมาจากหลุมด้วยพ่อมดหมอผีกลุ่มหนึ่ง พร้อมกับบรรจงเคาะขวาแรงๆ เพื่อทำให้สมบทบาท “โมนิก้า” มองเป็นช็อตที่ไม่ต้องไปคิดอะไรมากมาย เพราะมันเป็นสูตรสำเร็จของสงครามวันเดียว หุ้นถึงทะยานขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ระดับ 4.94 บาท หลังจากนั้นถูกรินเทขายออกมาเรื่อยๆ จนสุดท้ายลงมาปิดที่ 4.40 บาท บวกไป 0.38 บาท หรือขึ้นไป 9.45%  ด้วยมูลค่า 900 ล้านบาท ติดดอยไปตามระเบียบอีกแล้วค่ะท่าน!

*ส่วนแรงดีไม่มีตกอย่าง ASIAN ทะยานขึ้นมาทำ new high ที่ระดับ 12.90 บาท บวกไป 0.90 บาท หรือขึ้นไป 7.50% ด้วยมูลค่า 343 ล้านบาท ล้วนเป็นผลมาจากกำไรไตรมาส 1 ปี 60 คิดเป็น 70% ของกำไรทั้งปี 59 วันนี้ถึงเป็นจังหวะของการเล่นตามน้ำในทันที เพราะทฤษฎีเที่ยวนี้ถูกวางไว้เป็นเช่นนี้ แนวทางการปฏิบัติก็คงไม่ต่างจากที่เกริ่นนำไว้ตอนแรกหรอกค่ะ

*สำหรับในรายของ PTT และ PTTEP น่าจะยังไม่หมดเคราะห์กรรม เพราะหลังจากงัด ม.44 เพื่อเปิดทางให้ใช้ที่ดิน ส.ป.ก. สามารถผลิตปิโตรเลียมได้ไม่ทันข้ามคืน พอตกเช้าก็มีข่าวราคาน้ำมันดิบดิ่งลงหนัก พร้อมกับส่งสัญญาณอาจหลุดระดับ 40 เหรียญต่อบาร์เรล แรงเทขายก็พรั่งพรูออกมาตั้งแต่เช้า จนสุดท้ายหุ้นแม่ลงไปปิดที่ 377 บาท ลบไป 7 บาท ด้วยมูลค่า 3 พันล้านบาท ส่วนตัวลูกรูดลงมาปิดที่ 86.75 บาท ลบไป 2.25 บาท ด้วยมูลค่า 1.86 พันล้านบาท เดี๊ยนมองว่า น่าจะรอให้ทุกอย่างนิ่งก่อน ต่อจากนั้นค่อยลุยใหม่นะคะ

*ตบท้ายกันที่หุ้น EARTH เพื่อเป็นเครื่องเตือนสตินักเล่นสักนิดหนึ่งว่า เวลาธุรกิจมีปัญหาด้านการเงิน ปัญหาหลายอย่างก็ผุดตามหลังมาราวกับดอกเห็ด จนถึงขนาดหมดปัญญาที่จะแก้ไขให้กลับมาดีดั่งเดิม แถมเที่ยวนี้เจอตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งคำถามต่อหน้าว่า ทำธุรกิจต่อได้ไหม? หลังเจ้าหนี้หุ้นกู้เรียกหนี้คืนทั้งสิ้น 5.50 พันล้านบาท แถมเจอนายแบงก์ระงับปล่อยกู้เข้าให้อีกดอกแบบนี้ เดี๊ยนคงต้องกล่าวคำว่า ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น แล้วกระมั้ง!

Back to top button