ดันท้ายตลาดโมนิก้าและทีมงาน

*สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยดูผิวเผินอาจไม่มีอะไรตื่นเต้นเร้าใจในบางจังหวะ แต่ถ้าดูหุ้นรายตัวที่โผล่ขึ้นมาสร้างปรากฏการณ์ดาวรุ่งผีพุ่งใต้ จังหวะนี้ถือเป็นช็อตที่ผู้เล่นแต่ละรายต้องอ่านเกมให้ออก เพราะการเล่นในเที่ยวนี้เป็นลักษณะจังหวะใครจังหวะมัน ข่าวสารในหุ้นขนาดใหญ่อาจมีไม่มาก แต่ราคาหุ้นกลับฉวัดเฉวียนจนน่าใจหายนั้น มันเป็นเรื่องที่ผู้เล่นต้องทำความเข้าใจให้ได้นะคะ


*สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยดูผิวเผินอาจไม่มีอะไรตื่นเต้นเร้าใจในบางจังหวะ แต่ถ้าดูหุ้นรายตัวที่โผล่ขึ้นมาสร้างปรากฏการณ์ดาวรุ่งผีพุ่งใต้ จังหวะนี้ถือเป็นช็อตที่ผู้เล่นแต่ละรายต้องอ่านเกมให้ออก เพราะการเล่นในเที่ยวนี้เป็นลักษณะจังหวะใครจังหวะมัน ข่าวสารในหุ้นขนาดใหญ่อาจมีไม่มาก แต่ราคาหุ้นกลับฉวัดเฉวียนจนน่าใจหายนั้น มันเป็นเรื่องที่ผู้เล่นต้องทำความเข้าใจให้ได้นะคะ

*ส่วนหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก อาจมีข่าวสารที่เยอะจนเกินงามไปบ้าง แต่เป็นสีสันที่ทำให้แมงเม่ารู้สึกคึกคักในวันที่รู้สึกเซ็งๆ “โมนิก้า” ถึงพยายามให้ผู้เล่นค้นหาคำตอบดังกล่าวด้วยตนเอง เพราะรูปแบบการเล่นเป็นเหมือนกับที่เดี๊ยนคอมเม้นต์ไว้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนที่แตกต่างไปบ้างอาจเป็นหุ้นรายตัวที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ จึงขึ้นอยู่กับว่า ให้น้ำหนักในหุ้นตัวนั้นขนาดไหนเจ้าค่ะ

*เรื่องนี้ดูง่ายๆ ได้จากการแกว่งตัวไปมาทั้งในแดนบวกและแดนลบของดัชนีเมื่อวันศุกร์ ก่อนจะมีแรงซื้อจำนวนมากเข้ามาดันดัชนีใกล้จะปิดตลาด ส่งผลให้ดัชนีกระชากขึ้นมาปิดที่ 1,555.46 จุด บวกไป 10.62 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.60 หมื่นล้านบาท โดยฝรั่งตาน้ำข้าวแสดงบทเป็นเจ้าบุญทุ่มด้วยการเข้าซื้อคนเดียว 1.16 พันล้านบาท ส่วนคนอื่นๆ รินขายหุ้นออกมาเป็นระยะ มันเป็นภาพเดิมๆ แค่เปลี่ยนตัวคนเล่นก็เท่านั้นเองค่ะ

*งานนี้ไม่ต้องบรรยายอะไรให้มากความ แค่อ่านความคิดของผู้เล่นแต่ละฝั่งให้ออก ต่อจากนั้นจะเห็นจุดเข้าซื้อได้ชัดเจนขึ้น และยังจับจังหวะขายหุ้นได้ง่ายขึ้นอีกด้วย “โมนิก้า” ถึงมองปัญหาเรื่องหนี้ของกรีซเป็นแค่ตัวเร่งให้เกิดเหตุการณ์ต่างๆ เร็วขึ้น รวมทั้งการประชุมของ กนง. ก็เป็นแค่ตัวบิ้วอารมณ์หุ้นรายกลุ่มให้กระดี๊กระด๊าชั่วคราว เดี๊ยนถึงเชียร์ให้คนที่มีใจรักตลาดหุ้น หาโอกาสทยอยเก็บหุ้นไงหละคะ

*โดยหุ้นบลูชิพที่มีคนทยอยเก็บเข้าพอร์ตไปเรื่อยๆ ในเที่ยวนี้ก็คือ PTT SCC  ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ดัชนีเหินทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงท้ายตลาด “โมนิก้า” ถึงไม่ต้องการให้นักลงทุนไปเสียเวลาสืบค้นข้อมูลให้ปวดสมอง เพียงแค่รู้ว่า ธุรกิจผ่านพ้นช่วงจุดต่ำสุดมาแล้ว หลังจากนี้จะกลับมาทำกำไรเป็นกอบเป็นกำอีกรอบ หุ้นถึงกระชากขึ้นมาปิดที่ 356 บาท บวกไป 11 บาท หรือขึ้นไป 3% ส่วนรายหลังวิ่งขึ้นมาปิดที่ 540 บาท บวกไป 6 บาท หรือขึ้นไป 1.20% มันเป็นการขึ้นแบบช้าๆ แต่มั่นคงนะจะบอกให้

*ส่วนการขยับขึ้นขยับลงของหุ้นกลุ่มแบงก์ยังน่าเป็นห่วง เพราะทิศทางของหุ้นส่วนใหญ่สะเปะสะปะเหลือเกิน บางวันแรงอย่างไม่มีเหตุผล พอถึงบทอ่อนตัวลง ก็ทรุดลงอย่างต่อเนื่อง “โมนิก้า” ถึงมองการเด้งขึ้นมารอบนี้เป็นเพียงแค่การรีบาวด์ ไม่มีอะไรต้องเสียเวลาคิดให้ปวดหัว ในเมื่อของมันเห็นกันอย่างทนโท่ว่า นักลงทุนสถาบันผลัดกันซื้อผลัดกันขาย หุ้นไปไหนได้ไม่ไกลหรอกค่ะ

*ตรงกันข้ามกับในรายของ CPALL ของมันเห็นกันอย่างแจ่มแจ้งแดงแจ๋ หุ้นกำลังไต่ระดับเพดานบินขึ้นมาเรื่อยๆ บวกกับสลัดตัวถ่วงรั้งความเจริญของหุ้นไปหมดแล้ว หุ้นถึงกระชากขึ้นแรงในบางวัน ล่าสุดหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ 44 บาท บวกไป 0.75 บาท ทั้งที่ต้นเดือนเม.ย. ยืนอยู่แถวๆ 38 บาท มันเป็นจังหวะที่ต้องเล่นตามน้ำในทันที ส่วนเรื่องไปก็อปสินค้าของอื่นมาทำนั้น..ทุกคนรู้อยู่แล้วว่า บริษัทนี้มีนิสัยเป็นอย่างไร “โมนิก้า” ไม่จำเป็นต้องสาธยายให้ฟังหรอกนะคะ

*ย้อนกลับมาดูหุ้นเล็กพริกขี้หนูอย่าง NUSA  เพื่อบอกเล่าให้ทุกคนเห็นภาพของหุ้นตัวนี้สักเล็กน้อย เพราะประวัติความเป็นมาไม่ค่อยเวิร์คสักเท่าไหร่? บวกกับมีการเพิ่มทุนให้เห็นเป็นระยะ ส่งผลให้สถานการณ์ของหุ้นทรุดโทรมลงเรื่อยๆ เรื่องนี้ดูได้จากปลายปี 57 หุ้นอยู่ที่ 1.50 บาท พอถึงปลายเดือนมี.ค. 58 หุ้นลงไปกองอยู่ที่ 0.85 บาท ล่าสุดเด้งขึ้นมาปิดที่ 0.97 บาท บวกไป 0.04 บาท หรือขึ้นไป 4.30% ด้วยมูลค่า 430 ล้านบาท ในทางเทคนิคเขาเรียกอาการแบบนี้ว่า จังหวะนรก! พลาดท่าเสียทีถึงกับเอาเท้าก่ายหน้าผากเจ้าค่ะ

 *เหมือนกับในรายของ SIAM สัปดาห์ก่อนเม้าท์ไปแล้วว่า นี่เป็นเกมของข่าวสาร! สาระสำคัญของเรื่องราวต่างๆ ยังไม่เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก แถมโมเมนตัมของหุ้นก็ตุปัดตุเป๋ตลอดเวลา แสดงว่า ผู้ร่วมขบวนไม่ค่อยแน่ใจกับเรื่องธุรกิจสักเท่าไหร่? หุ้นถึงอ่อนตัวลงมาปิดที่ 3.84 บาท ลบไป 0.02 บาท มันเป็นมุขเดิมๆ ที่ต้องทุบให้คนในขบวนไม่แตกแถว ต่อจากนั้นจะดันราคาให้เห็นอีกรอบ เพื่อทำให้ทุกมั่นใจว่า เป็นเรื่องจริง..เชื่อเดี๊ยนซิคะ

*ส่วนคนทำที่แนบเนียน และทุกอย่างถูกรวมศูนย์ไว้หมด “โมนิก้า” กลับชอบมองหุ้น TLUXE เพราะพี่ท่านเล่นดันกันอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู บวกกับเม่าไม่รู้จักเข็ดหลาบกันเสียที ปฏิบัติการวิ่งสู้ฟัดถึงเกิดขึ้นอีกครั้ง ล่าสุดหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่  7.60 บาท บวกไป 0.65 บาท หรือขึ้นไป 9% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 376 ล้านบาท มันไม่มีอะไรต่างไปจากรอบที่แล้วแม้แต่นิดเดียว..ดันจาก 3 บาทขึ้นไป 13 บาท ต่อจากนั้นปล่อยให้ร่วงลงมาแถว 4.50 บาท..รอบนี้ถึงไม่ต่างกันไงหละคะ

*ป.ล.เดี๊ยนไม่เคยห้ามเล่นหุ้นร้อน และไม่เคยห้ามทยอยเก็บหุ้น แต่ที่ห้ามทุกครั้งคือ ห้ามลืมแนวทางการลงทุนในหุ้นแต่ละแบบ..จำได้ไหมเอ่ย?

Back to top button