3 หุ้นแบงก์ ส่อแววกำไรไตรมาส 2 วูบ! หลัง NIM ลด-NPL พุ่งสูง

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจบทวิเคราะห์ของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หลังเข้าสู่เทศกาลประกาศผลประกอบการประจำไตรมาส 2/60 โดยนักวิเคราะห์มองว่าผลการดำเนินงานของ บจ.กลุ่มธนาคารในไตรมาส 2/60 ส่วนใหญ่มีแนวโน้มปรับตัวลงจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้รอบล่าสุดในเดือนพฤษภา

ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจบทวิเคราะห์ของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หลังเข้าสู่เทศกาลประกาศผลประกอบการประจำไตรมาส 2/60 โดยนักวิเคราะห์มองว่าผลการดำเนินงานของ บจ.กลุ่มธนาคารในไตรมาส 2/60 ส่วนใหญ่มีแนวโน้มปรับตัวลงจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้รอบล่าสุดในเดือนพฤษภาคม

จึงส่งผลกระทบกับ NIM ที่มีแนวโน้มลดลง ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองยังคงอยู่ในระดับสูงจากกระแส NPL ใหม่ที่เพิ่มขึ้นและสินเชื่อที่เติบโตช้า ซึ่งธนาคารพาณิชย์ที่ยังไม่ได้ประกาศผลประการ คือ TMB, SCB, KTB, BAY, TCAP และ KBANK  โดยบจ.กลุ่มธนาคารที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ากำไรในไตรมาส 2/60 จะชะลอตัว มีดังนี้

 

อันดับ 1 ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB กำหนดประกาศผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/60 ในวันที่ 18 ก.ค.60

โดยบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ถือ” TMB ด้วยราคาเป้าหมาย 2.40 บาท/หุ้น โดยคาดกำไรไตรมาส 2/60 อยู่ที่ 1,995 ล้านบาท อ่อนตัว 5% จากไตรมาสก่อน และ 7% จากปีก่อน

ทั้งนี้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิอาจอ่อนตัวลง แม้ว่าสินเชื่อจะเติบโตได้ดี แต่ NIM ถูกกดดัน และรายได้ค่าธรรมเนียมอาจไม่เด่นเท่ากับไตรมาสก่อน โดยฝ่ายวิจัยมองว่าในช่วงที่เหลือของปีสินเชื่อจะยังเติบโตได้ดี แต่ NIM อาจถูกกระทบทั้งจากการแข่งขันของธนาคารเอง และการลดดอกเบี้ยของธนาคารขนาดใหญ่ ทำให้ฝ่ายวิจัยยังไม่เห็นปัจจัยหนุนที่เด่นชัด

นอกจากนี้ ยังคาดว่ากำไรสุทธิสำหรับปี 2560 จะอยู่ที่ 8,836 ล้านบาท โดยหากกำไรไตรมาส 2/60 ออกมาใกล้เคียงคาดจะทำให้กำไรครึ่งปีคิดเป็นราว 46.3% ของประมาณการทั้งปีที่ทำไว้ โดยในครึ่งปีหลังมองว่าการเติบโตของสินเชื่อจะยังอยู่ในเกณฑ์ดี บวกกับคุณภาพหนี้อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถควบคุมได้

อย่างไรก็ตาม NIM อาจถูกกระทบจากการแข่งขันด้านสินเชื่อของธนาคารเอง และการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารขนาดใหญ่ ทำให้ฝ่ายวิจัยอาจปรับประมาณการกำไรทั้งปีลงได้

ทั้งนี้ TMB รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/59 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.59 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ  2.15 พันล้านบาท  หรือมีกำไรสุทธิ 0.0491 บาทต่อหุ้น

 

อันดับ 2 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB กำหนดประกาศผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/60 ในวันที่ 20 ก.ค.60

โดยบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” SCB ราคาเป้าหมาย 174 บาท/หุ้น คาดกำไรไตรมาส 2/60 อยู่ที่ 11,596 ล้านบาท ลดลง 3% จากไตรมาสก่อน และ 10% จากปีก่อน โดยผลกระทบหลักในไตรมาสนี้มาจาก NIM ที่อ่อนตัวตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และคุณภาพหนี้ที่ยังเป็นปัจจัยกดดัน

นอกจากนี้ ยังคาดกำไรสุทธิสำหรับปี 60 ไว้ที่ 50,960 ล้านบาท โดยหากกำไรไตรมาส 2/60 ออกมาใกล้เคียงคาดจะทำให้กำไรครึ่งปีคิดเป็นราว 46.4% ของประมาณการทั้งปี โดยในช่วงที่เหลือของปีฝ่ายวิจัยคาดว่าแรงกดดันจากคุณภาพหนี้ในกลุ่ม SME จะลดลง

เนื่องจากธนาคารได้ระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อในกลุ่มนี้มาระยะหนึ่งแล้ว แต่ผลกระทบจาก NIM ที่ลดลงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยยังไม่อยู่ในประมาณการ จึงอาจมีการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิสำหรับปี 60 ได้ในอนาคต

ทั้งนี้ SCB รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/59 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.59 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ  1.28 หมื่นล้านบาท  หรือมีกำไรสุทธิ 3.77 บาทต่อหุ้น

 

อันดับ 3 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB กำหนดประกาศผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/60 ในวันที่ 21 ก.ค.60

โดยบริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า KTB รับจัดชั้นหนี้ บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) หรือ EARTH จำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) และตั้งสำรองเต็มจำนวน จึงคาดว่าการตั้งสำรองดังกล่าวอาจส่งผลให้กำไรไตรมาส 2/60 ของ KTB ลดลงได้มากถึง 63% จากปีก่อน อยู่ที่ 3 พันล้านบาท

ถ้าพิจารณาปัจจัยนี้เพียงปัจจัยเดียว ฝ่ายวิจัยคาดสัดส่วนการตั้งสำรองต่อสินเชื่อเฉลี่ย (credit cost) ของปี 60 จะเพิ่มขึ้น 55bps อยู่ที่ 205bps ซึ่งจะทำให้กำไรสุทธิปี 60 ลดลง 23.8% อยู่ที่ 2.67 หมื่นล้านบาท (ลดลง 17.2% จากปีก่อน)

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยกำลังปรับประมาณการอยู่และจะรอฟังจากประชุมนักวิเคราะห์ของ KTB ที่จะจัดขึ้นในสัปดาห์หน้าหรือสัปดาห์ถัดไป ดังนั้นจึงแนะนำนักลงทุนเปลี่ยนไปลงทุนหุ้นธนาคารตัวอื่นที่มีคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีกว่าแทน

ทั้งนี้ KTB รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/59 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.59 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ  8.68 พันล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.62 บาทต่อหุ้น