KAsset ปันผลกอง K-JP ที่ 70 สต./หน่วย

KAsset ปันผลกอง K-JP 70 สต./หน่วย มูลค่ารวม 363.24 ล้านบาท ผู้ถือหน่วยลงทุนเตรียมรับเงิน 14 ก.ค.60 พร้อมมองตลาดหุ้นญี่ปุ่นเป็นบวกจากรัฐกระตุ้นศก.รอบใหม่

นายนาวิน อินทรสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการและประธานบริหารการลงทุนต่างประเทศ บลจ.กสิกรไทย (KAsset) เปิดเผยว่า บลจ. กสิกรไทย มีกำหนดจ่ายเงินปันผลกองทุนเปิดเค ญี่ปุ่น หุ้นทุน (K-JP) สำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.59-30 มิ.ย.60 ในอัตรา 0.70 บาทต่อหน่วย โดยจะจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีชื่อในสมุดทะเบียนเวลา 8.00 น. ของวันที่ 30 มิ.ย.60 และมีกำหนดจ่ายเงินในวันที่ 14 ก.ค.60 นี้  รวมมูลค่าการจ่ายปันผลทั้งสิ้นกว่า 363.24  ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานของกองทุน K-JP ที่ผ่านมา นายนาวิน กล่าวว่า นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อเดือน ธ.ค.57 หากนับรวมการจ่ายปันผลในครั้งนี้ด้วย โดยกองทุนมีประวัติการจ่ายปันผลแล้วทั้งสิ้น 3 ครั้ง รวมเป็นอัตรา 1.35 บาทต่อหน่วย ส่วนในรอบผลการดำเนินงาน 1 ปีที่ผ่านมา (1 ก.ค. 59-30 มิ.ย.60) กองทุนมีการจ่ายปันผลรวมทั้งสิ้นในอัตรา 0.70 บาทต่อหน่วย หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ย (Dividend Yield) อยู่ที่ 6.50% ต่อปี

ด้านผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุน K-JP นับตั้งแต่ต้นปีให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 7.59% เอาชนะเกณฑ์มาตรฐานซึ่งอยู่ที่ 7.51% ส่วนผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี ให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 28.66% ขณะที่เกณฑ์มาตรฐานอยู่ที่ 29.50% (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2560) ทั้งนี้ภาพรวมของตลาดหุ้นญี่ปุ่นในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้นสูงและปรับตัวนำหุ้นในกลุ่มประเทศแกนหลังอย่างสหรัฐฯ และยุโรป

สำหรับกองทุน K-JP มีนโยบายลงทุนผ่านกองทุนหลัก Schroder International Selection Fund Japanese Equity, Class A Acc ซึ่งบริหารจัดการโดย Schroder Investment Management (Luxembourg) S.A. บริษัทจัดการลงทุนชั้นนำระดับโลก

โดยกองทุนหลักถือเป็นหนึ่งในกองทุนหุ้นญี่ปุ่นชั้นนำขนาดใหญ่ ที่มุ่งเน้นการลงทุนในหุ้นบริษัทญี่ปุ่นที่มีผลประกอบการดี มีความสามารถในการแข่งขันสูง และมีความยั่งยืนในการเติบโตของธุรกิจ โดยไม่จำกัดหมวดหมู่ของอุตสาหกรรมหรือขนาดของบริษัท เพื่อความคล่องตัวในการลงทุน

ทั้งนี้ กองทุน K-JP เหมาะสำหรับนักลงทุนที่สามารถยอมรับความเสี่ยงได้ในระดับค่อนข้างสูง  และเป็นกองทุนที่มุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาว  อีกทั้งมุ่งหวังให้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับกองทุนหลักให้มากที่สุด

ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจญี่ปุ่นในช่วงครึ่งปีหลัง 60 ภาพรวมเศรษฐกิจยังคงอ่อนตัว โดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงดอกเบี้ยระยะสั้นที่ -0.1% ในการประชุมวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมทั้งคงเป้าหมายอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ไว้ที่ระดับ 0% เพื่อหนุนเศรษฐกิจ

โดยตลาดคาดว่ารัฐบาลญี่ปุ่นมีแนวโน้มกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการเงินเพิ่มเติม ซึ่งสวนทางกับทิศทางของฝั่งสหรัฐฯ และยุโรป ขณะที่การกระตุ้นให้ภาคเอกชนขยายการลงทุนและนโยบายเพิ่มค่าจ้างยังไม่เห็นผลชัดเจน ส่งผลกดดันการใช้จ่ายของผู้บริโภค รวมถึงอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับต่ำ แม้ว่าตัวเลขอัตราเงินเฟ้อล่าสุดในเดือน พ.ค.60 จะเพิ่มขึ้น 0.4 % ต่อปี แต่ก็ยังห่างจากเป้าหมายที่ 2%

“ส่วนมุมมองตลาดหุ้นญี่ปุ่น ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนเริ่มกลับมาขยายตัวได้อีกครั้ง โดยตลาดยังคาดหวังกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของรัฐบาล ประกอบกับธนาคารกลางญี่ปุ่นยังดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ (QE) ผ่านตลาดหุ้นต่อเนื่อง ดังนั้นมุมมองในระยะยาว บลจ.กสิกรไทยคาดการณ์ว่าผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ประกอบกับราคาหุ้นญี่ปุ่นยังอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว และถือว่าระดับราคายังถูกเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรป อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นอาจมีปัจจัยเสี่ยงจากทิศทางการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนที่ยังมีความผันผวน” นายนาวิน กล่าว