ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล แนะ 3 กองน่าลงทุนใน 2H60

บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล แนะ 3 กองทุน "CPAM GSCEQ"-"CPAM APDE"-CIMB-PRINCIPAL iPROP" น่าลงทุนในครึ่งปีหลัง

นายวิน พรหมแพทย์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล เปิดเผยว่า มุมมองการลงทุนในครึ่งปีหลังประเมินว่าเศรษฐกิจโลกและเอเชียแปซิฟิกยังมีทิศทางการเติบโตที่ดี รวมถึงการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี

โดย ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล แนะนำการลงทุนในกองทุนเปิดซีแพม โกลบอล สมอล แค็พ อิควิตี้ (CPAM GSCEQ) ซึ่งเป็นกองทุนประเภท Feeder Fund ที่มีนโยบายเข้าลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว โดยให้อัตราผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 13.95% เทียบกับดัชนีชี้วัด (Benchmark) อยู่ที่ 9.80% เนื่องจากมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนช่วงครึ่งปีหลังในหุ้นขนาดเล็กทั่วโลก (Global Small Cap) ตามทิศทางการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและการเติบโตของผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนที่คาดว่าจะออกมาดี

ทั้งนี้ IMF คาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจโลกในปี 2560 และ 2561 จะขยายตัว 3.5% และ 3.6% ตามลำดับ ส่วน Bloomberg Consensus ประมาณแนวโน้มเศรษฐกิจในปีนี้อาจชะลอตัว แต่ในปี 2561 จะกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

ขณะที่ความกังวลต่อการดำเนินนโยบายทางการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง และในปีนี้จะเริ่มลดขนาดงบดุลโดยการปรับลดวงเงินถือครองพันธบัตรรัฐบาลและหลักทรัพย์ที่มีสัญญาจำนองค้ำประกัน

พร้อมทั้งแนะนำลงทุนในกองทุนเปิดซีแพม เอเชีย แปซิฟิก ไดนามิก อิควิตี้ (CPAM APDE) ซึ่งเป็นกองทุนประเภท Feeder Fund ที่มีนโยบายเข้าลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว ซึ่งให้อัตราผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 17.18% เทียบกับดัชนีชี้วัด (Benchmark) อยู่ที่ 19.25%

ส่วนดัชนีชี้วัดนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนนั้นไม่ปรากฏข้อมูล เนื่องจากยังมีมุมมองที่ดีต่อการลงทุนในหุ้น Asia Pacific Ex Japan (APDE) ในครึ่งปีหลังของปีนี้ ซึ่งมีปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากเศรษฐกิจจีนที่เติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น

โดยกองทุนจะมุ่งเน้นการลงทุนในกลุ่มหุ้นกลุ่ม New Economy ในประเทศจีน เช่น หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ต เป็นต้น และลงทุนในตลาดหุ้นประเทศอินเดียที่เศรษฐกิจในปี 2560-2561 มีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่า 7%

ขณะที่ผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม Asia Pacific Ex Japan ในปีนี้มีแนวโน้มเติบโตถึง 18% สูงกว่าคาดการณ์ผลกำไรตลาดหุ้นทั่วโลกอยู่ที่ 11-12% และมูลค่าหุ้นของตลาด Asia Pacific Ex Japan ยังคงซื้อขายที่ระดับ Forward PER ปี 2560-2561 ที่ 14 เท่า และ 13 เท่าตามลำดับ ซึ่งต่ำกว่าดัชนี MSCI World ที่ซื้อขายที่ระดับ 17 เท่า และ 16 เท่าตามลำดับ (ข้อมูลจาก Goldman Sachs ณ 30 มิ.ย.2560)

นอกจากนี้ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์และ REITs เนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งจากค่าเช่าที่ยังคงเติบโตได้ดี และคาดว่าจะได้รับปัจจัยหนุนจากเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มเติบโตและอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ

ขณะที่การลงทุนใน REITs ประเทศสิงคโปร์นั้น ประเมินว่าจะได้รับแรงหนุนจากภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวที่ดีขึ้น และผลตอบแทนที่ลดลงของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี รวมถึงดอกเบี้ยทั่วโลกที่คาดว่าจะปรับขึ้นอย่างช้าๆ จึงแนะนำให้ลงทุนในกองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล พร็อพเพอร์ตี้ อินคัม (CIMB-PRINCIPAL iPROP) ซึ่งให้อัตราผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 4.41% เทียบกับดัชนีชี้วัด (Benchmark) อยู่ที่ -2.90%

“นับตั้งแต่ต้นปีกองทุนของเรานับได้ว่าประสบความสำเร็จและสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างน่าพอใจ ทั้งนี้มาจากจุดเด่นในการบริหารจัดการในกระบวนการคัดเลือกหลักทรัพย์ลงทุนรายตัว และเน้นการลงทุนในหุ้นกำไรเติบโตและมีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ในระดับราคาที่เหมาะสม รวมทั้งการเข้าลงทุนในจังหวะการลงทุนที่เหมาะสม จึงทำให้กองทุนสร้างผลการดำเนินงานที่ดี และทำให้กองทุนสามารถจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหน่วยได้อย่างต่อเนื่อง และเราหวังว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ลูกค้าได้ต่อไปในอนาคต” นายวิน กล่าว