ถอยไปรับของ!

* ช่วงที่ผ่านมา “โมนิก้า” พยายามนั่งวิเคราะห์ และบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ อย่างเป็นระบบ เพื่อให้นักลงทุนรายย่อยรับรู้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตลาดหุ้นแบบวันต่อวัน และดูเหมือนว่า ประชานิยม..อุ๊ย..กระแสความนิยม ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้บริหารสีเทา กับโบรกเกอร์ตัวแสบ กำลังเป็นที่โจษจันในหมู่คนใกล้ชิดของอีฉัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ชมรมคนชอบเผือกในตลาดหุ้นมีค่อนข้างเยอะนะจะบอกให้

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

* ช่วงที่ผ่านมา “โมนิก้า” พยายามนั่งวิเคราะห์ และบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ อย่างเป็นระบบ เพื่อให้นักลงทุนรายย่อยรับรู้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตลาดหุ้นแบบวันต่อวัน และดูเหมือนว่า ประชานิยม..อุ๊ย..กระแสความนิยม ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้บริหารสีเทา กับโบรกเกอร์ตัวแสบ กำลังเป็นที่โจษจันในหมู่คนใกล้ชิดของอีฉัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ชมรมคนชอบเผือกในตลาดหุ้นมีค่อนข้างเยอะนะจะบอกให้

*ส่วนเนื้อหาสาระที่จะพูดกันอย่างเป็นทางการวันนี้ เดี๊ยนขอโฟกัสไปที่เรื่องการปรับตัวขึ้นของราคาหุ้นกลุ่มต่างๆ เพราะเริ่มมีเสียงทัดทานจากผู้รู้แดนใกล้และแดนไกลว่าตลาดหุ้น “ถึงทางตัน” ส่งผลให้นักลงทุนกลุ่มต่างๆ หันมาขายหุ้นทำกำไรกันมากขึ้น ขณะที่บางส่วนก็อาศัยช่วงชุลมุนเทรดสั้นๆ หาค่าขนมกินเล่นๆ  จึงเชื่อกันว่า ดัชนีในรอบครึ่งปีหลังถึงส่อเค้าไปในทางอ่อนตัวมากกว่าปรับตัวขึ้นนะจ๊ะ

*ฉะนั้นการที่ดัชนีอ่อนตัวลงมาปิดที่ 1,577.79 จุด ลบไป 1.62 จุด ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขาย 3.47 หมื่นล้านบาท จึงไม่ใช่เรื่องที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายของ “โมนิก้า” สักเท่าไหร่ เพราะประเด็นที่ไล่เรียงเมื่อวันก่อนได้ฉายให้เห็นความไม่ลงตัวของข่าวสารกับเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ส่งผลให้น้ำหนักเรื่อง sale on fact ถูกนำมาพูดกันอีกรอบ พร้อมกับมีคำแนะนำให้ถอยไปตั้งรับเพื่อความปลอดภัยของทรัพย์สินที่มีอยู่นะคะ

*จังหวะนี้ถึงเป็นการเฝ้ามองหุ้นที่หมายตาว่าลงมาถึงระดับที่ต้องการแล้วหรือยัง!!..หากยังลงมาไม่ถึงระดับที่ต้องการ ก็ควรยับยั้งชั่งใจเพื่อรอช้อนซื้อของดีราคาย่อมเยาว์ดีกว่า ส่วนกลุ่มหุ้นที่ “โมนิก้า” ไม่ขอให้นักลงทุนเอาตัวเข้าไปข้องเกี่ยวนั้นก็คือ หุ้นที่ร้อนแรงแบบไร้เหตุผล  เพราะเท่าที่สำรวจพบว่า มักมีฉากหลังที่เน่าเฟะเป็นประจำ จึงอย่าแปลกใจที่หุ้นบางตัวขึ้นมาแบบงงๆ นะตัวเอง

*โดยเฉพาะในรายของ NVD เดี๊ยนประเมินข้อมูลจากพวกปากหอยปากปู  ผสมผสานกับเรื่องราวในอดีตมาร้อยเป็นเรื่องราวก็ต้องบอกว่า “เหล้าเก่าในขวดใหม่” กรอบการเล่นในช่วง 1 ปีที่ผ่านมายังอยู่ที่ระดับ 5-6 บาท และการวิ่งในแต่ละรอบก็ขึ้นแรงแค่ 3 วัน ต่อจากนั้นก็รูดลงมานอนสลบเหมือดอยู่ที่ฐาน 5 บาท  บวกกับเมื่อวันศุกร์หุ้นขึ้นไปถึง 6 บาท ต่อจากนั้นรูดลงมายืนอยู่ที่ 5.65 บาท บวกไปแค่ 0.25 บาท หรือขึ้นไป 4.60% ด้วยมูลค่า 460 ล้านบาท มันคือหนังม้วนเดิมชัดๆ นะค่ะ

*เหมือนกับในรายของ CSP จู่ๆ กลับมาไล่ราคากันอย่างคึกคัก จนหุ้นพุ่งขึ้นมาปิดที่ 2.88 บาท บวกไป 0.20 บาท หรือขึ้นไป 7.50%  ด้วยมูลค่า 100 ล้านบาท ทั้งที่ก่อนหน้านี้เพิ่งโดนถล่มจนยับเยิน “โมนิก้า” ถึงเชื่อว่า รอบนี้ต้องมีเจ๊ดันร่วมขบวนการอย่างแน่นอน!!..ไม่เช่นนั้นราคาหุ้นคงไม่ปรับตัวขึ้นแรงอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน จึงขอเตือนผู้เล่นให้ละเอียดในการเคาะหุ้นสักหน่อยค่ะ

*เว่อร์ได้ใจสุดๆ ต้องยกให้ CCN มีแมงโม้ปล่อยข่าวออกมาในทำนอง นี่เป็นการพลิกตัวครั้งสำคัญของบริษัท ซึ่งจะทำให้ผู้เล่นเห็นตัวเลขกำไรมหาศาลเป็นครั้งแรก พวกหัวอ่อนเลยจิตนาการกันไปไกลสุดโต่งว่า ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 ผลงานจะเริ่ดหรูอลังการสุดๆ หุ้นถึงพยายามถีบตัวขึ้นตลอดเวลา ล่าสุดหุ้นยืนปิดอยู่ที่ 12.40 บาท บวกไป 0.30 บาท หรือขึ้นไป 2.50% ล้วนมาจากสตอรี่ของผู้กำกับมือทองที่พยายามโฆษณาชวนเชื่อสุดฤทธิ์พะยะค่ะ

*ส่วนหุ้นที่มาแรงแซงทุกโค้งต้องยกให้กับ HTECH แต่เพียงผู้เดียวนั้น “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องของจังหวะเวลา จึงไม่ต้องใส่ใจกับรายละเอียดปลีกย่อยมากนัก เพราะคนที่คิดจะเล่นหุ้นตัวนี้ คงนั่งดีดลูกคิดแล้วว่า คุ้มค่ากับความเสี่ยง ถึงกระโจนใส่กันเต็มที่ วอลุ่มของหุ้นถึงแน่นปึ้กทุกวัน ล่าสุดหุ้นขึ้นมายืนอยู่ที่ 9.90 บาท บวกไป 0.45 บาท หรือขึ้นไป 4.80% ด้วยมูลค่า 250 ล้านบาท  งานนี้บอกได้คำเดียวว่า ชักช้าจะเสียการ..จริงหรือไม่.. ลองถามใจคุณดูก็แล้วกัน

*หุ้นอีกหนึ่งตัวที่ “โมนิก้า” อยากนำเสนอให้นักลงทุนพิจารณาก็คือ ITEL ล้วนเป็นหุ้นพื้นฐานแกร่งที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในช่วงที่ผ่านมา และปัจจุบันก็ยังได้รับคะแนนโหวตเยอะเหมือนเดิมแบบนี้ เดี๊ยนถึงอยากให้นักลงทุนหันมาพิจารณาหุ้นตัวนี้ดูบ้าง หลังหุ้นพุ่งขึ้นมาปิดที่ 5.70 บาท บวกไป 0.20 บาท หรือขึ้นไป 3.60% ด้วยมูลค่า 73 ล้านบาท ยังเหลือแก๊ปให้เล่นอีกเพียบ เพราะราคาเป้าหมายเที่ยวนี้อยู่แถว 7 บาทนะซี

*เช่นเดียวกับในรายของ TMB กลายเป็นหุ้นที่น่าเล่นตามน้ำแบบสุดๆ เพราะรูปแบบการเคลื่อนตัวออกไปในทางบันไดขาขึ้น บวกกับธุรกิจมีการต่อยอดเพื่อสร้างได้ที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น “โมนิก้า” ถึงมั่นใจว่า หุ้นตัวนี้จะเป็นทีเด็ดสำหรับการลงทุนในช่วงที่หุ้นเกิดอาการชักกระตุกชั่วคราว บวกกับการที่หุ้นเพิ่งขึ้นมายืนที่ 2.32 บาท บวกไป 0.04 บาท ด้วยมูลค่า 230 ล้านบาท  มองจากมุมไหน ด้านไหน ราคาหุ้นก็ยังมีสิทธิ์ไปต่อนะคะ

*ส่วนคนที่น่าเห็นใจมากที่สุดก็คือ BIG โดนเทขายแบบมาราธอนเป็นเวลาร่วมเดือน จนบัดนี้ก็ยังไม่สร่างจากพิษแรงเทขายที่มีออกมาเป็นจำนวนมาก “โมนิก้า” มองเป็นประเด็นร้อนที่นักเล่นต้องให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ เพราะหุ้นที่โดนสาดออกมาหนักๆ มักมีปัญหาอะไรบางอย่างซ่อนไว้ข้างหลัง เดี๊ยนถึงมองการอ่อนตัวลงมาปิดที่ 3.92 บาท ลบไป 0.24 บาท หรือลงไป 5.80% ด้วยมูลค่า 294 ล้านบาท ยังไม่ใช่จุดต่ำสุดของการลงเที่ยวนี้นะจ๊ะ