กูรูจัด 19 หุ้นน่าสอยช่วงตลาดผันผวนSET ลุ้นรีบาวด์ ผลกนง.กำหนดทิศทางดัชนี

นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทยวันนี้ระยะสั้นอาจมีลุ้นรีบาวด์แต่กลับมาผันผวนต่อ รวมทั้งตลาดยังคงรอผลประชุมกนง.ในบ่ายวันนี้หากไม่ลดดอกเบี้ย จะไม่มีผลต่อตลาดมากนัก แต่หากเซอรไพรส์ลดดอกเบี้ย SET น่าจะรีบาวด์แรง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้านี้ ณ เวลา 9.18 น. ค่าเงินบาทล่าสุดอยู่ที่ 32.64 บาทต่อเหรียญ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ ตามทิศทางของตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดในแดนบวกเมื่อคืนนี้ (28 เม.ย.) เพราะได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่สดใสของบริษัทจดทะเบียน นอกจากนี้ นักลงทุนกำลังรอดูผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะเสร็จสิ้นในวันพุธตามเวลาสหรัฐ

นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทยวันนี้ระยะสั้นอาจมีลุ้นรีบาวด์แต่กลับมาผันผวนต่อ รวมทั้งตลาดยังคงรอผลประชุมกนง.ในบ่ายวันนี้หากไม่ลดดอกเบี้ย จะไม่มีผลต่อตลาดมากนัก แต่หากเซอรไพรส์ลดดอกเบี้ย SET น่าจะรีบาวด์แรง

สำหรับหุ้นเด่นวันนี้ ได้แก่ SCC, RCL,VNG, PTTEP, TRC, KTC, TSR, ITD, THAI, PTT, PTTGC, BCP, QH, LH, CPN, AP, KBANK, SCB และ KTB

 

บล.ธนชาต ระบุในบทวิเคราะห์ (29 เม.ย.) ว่าSET อ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ยังสามารถยืนได้เหนือ 1,520 จุด ยังยืนยันแนวโน้มขาขึ้นต่อไป และคงเป้าหมายระยะ 1-3 เดือนที่ 1,600-1,620 จุด เหมือนเดิม แม้ตัวเลขส่งออกหดตัว -4.45% y-y แต่ดุลการค้าเกินดุล US$1.49 พันล้าน และคาดว่าดุลบัญชีเดินสะพัดจะเกินดุลมากขึ้นไปอีก ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนสภาพคล่องภายในประเทศต่อเนื่อง ขณะที่การประชุม กนง.วันนี้ นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดคงดอกเบี้ยที่ 1.75%

 “ซื้อ” SCC ด้วยเป้าหมายพื้นฐาน 600 บาท (แนวต้านเทคนิค 556 บาท) คาดผลการดำเนินงาน 1Q15 เติบโตจาก Spread ปิโตรฯ สูง และยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องในปัจจุบัน และมีกำไรพิเศษจากการขายหุ้น Michelin คาดกำไรทั้งปีเติบโตสูง 21% ทำ Recorded high ที่ 4 หมื่นล้านบาท

 

บล.เอเซีย พลัส ระบุในบทวิเคราะห์ (29 เม.ย.) ส่งออก 1Q58 ตกต่ำกว่าคาด กดดันเศรษฐกิจโดยรวม กลยุทธ์ยังเน้นรายหุ้นที่คาดว่าจะมีผลกำไรโดดเด่นในปีนี้ ยังชื่นชอบ RCL([email protected]) และ VNG ([email protected]) วันนี้เลือก PTTEP([email protected]) เป็น Top Pick ASP ได้ปรับเพิ่มมูลค่าหุ้น 4.5% หลังปรับเพิ่มราคาน้ำมันดิบระยะยาวขึ้น 5 เหรียญฯ เพราะของเดิมต่ำไป

 

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ (27 เม.ย.) ว่า ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ เด้งสั้นก่อนผันผวนต่อ รอผลประชุมกนง.

คาดดัชนีวันนี้รีบาวด์สั้นก่อนผันผวน(หลังวานนี้ร่วงหนัก แย่กว่าคาด) ตลาดรอผลประชุมกนง.14.30 น. หากไม่ลดดอกเบี้ย จะไม่มีผลต่อตลาดมากนัก แต่หากเซอรไพรส์ลดดอกเบี้ย SET น่าจะรีบาวด์แรง ทั้งนี้ตลาดรอผลประชุม FOMC ด้วย โดยคาดเป็นบวกต่อหุ้นโลกหลังเฟดไม่น่าเร่งขึ้นดอกเบี้ย เพราะเศรษฐกิจสหรัฐชะลอมากในไตรมาส 1/58 โดย Bloomberg survey ล่าสุดเมื่อคืนนี้ชี้ว่านักเศรษฐศาสตร์ราว 70 % มองเฟดขึ้นดอกเบี้ยในก.ย.(ไม่ใช่มิ.ย. หรือ ก.ค.)ซึ่งเป็นไปตามที่คาดเช่นกัน ด้านปัจจัยภายใน คาดแรงขายจากฝั่งกองทุนไทยจะชะลอหลังยอดสะสมเดือนเม.ย.(เป็นเดือนที่ SET เริ่มรีบาวด์และมีการออกขายกองทุน trigger มาก) เหลือเพียง 180 ล้านบาท แนะหาจังหวะเทรดดิ้งช่วงหุ้นผันผวน ลุ้นข่าวบวกจากฝั่งสหรัฐ คืนวันนี้

หุ้นเด่นวันนี้ เก็งกำไร TRC KTC TSR

 

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุในบทวิเคราะห์(29 เม.ย.) คงมุมมองการลงทุนเป็น “กลาง” วันที่ 25 แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยใน 1H58 จะมีความเปราะบางมากยิ่งขึ้น หลัง 1Q58 การส่งออกของไทยติดลบ 4.69% yoy ทำให้ความเสี่ยงเศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำกว่า 3.0% ในปีนี้มีมากขึ้น แต่ตลาดหุ้นไทย YTD ขึ้นมาเพียง 2.3% เทียบกับ PSX และ JCI ที่ขึ้นมาทั้งสิ้น 9.07% และ 0.29% อีกทั้งต่างชาติขายสุทธิ 2.35 แสนล้านบาท หรือ US$7.41 พันล้าน นับตั้งแต่ปี 2556 ถึงปัจจุบัน ขณะที่ PSX และ JCI ซื้อสุทธิ US$2.87 พันล้าน และ US$3.06 พันล้านตามลำดับ

ประเมินว่าเงินทุนต่างชาติที่ลดน้ำหนักตลาดหุ้นไทยในช่วง 2 วันทำการที่ผ่านมา น่าจะเป็นการปรับพอร์ตชั่วคราว และโยกเงินเข้าพักในตลาดตราสารหนี้ เพื่อรอดูการประชุม กนง.วันนี้ เพราะหากประเมินจากผลตอบแทนพันธบัตรไทยที่ลดลงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทอ่อนค่าเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ราว 20 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐฯ +/- ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเช่นกัน เพื่อประเมินสถานการณ์ต้นทุนการลงทุนของต่างชาติ รวมถึงผลการดำเนินงาน 1Q58 ของบริษัทจดทะเบียนที่เหลือ ซึ่งวันนี้ SCC จะรายงาน และวันพรุ่งนี้ PTTEP หากออกมาใกล้เคียงหรือดีกว่าคาด อาจเห็นเงินทุนต่างชาติชะลอการขาย หรือ อาจกลับมาซื้อสุทธิคืนบางส่วน

แต่กลับกังวลต่อแรงขายจากสถาบันฯ MTD ซื้อสุทธิ 180 ล้านบาท และ YTD ซื้อสุทธิ 3.8 พันล้านบาท ส่วนพอร์ตโบรกเกอร์ MTD ซื้อสุทธิ 6.9 พันล้านบาท และ YTD ซื้อสุทธิ 4.7 พันล้านบาท

ปัจจัยต่างประเทศวันนี้ ให้น้ำหนักกับมุมมองของเฟดต่อภาพรวมเศรษฐกิจ การจ้างงาน และตลาดบ้านในสหรัฐฯ รวมถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจโลก ณ ปัจจุบัน เพราะจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อการประเมินช่วงเวลาที่เฟดจะตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แน่นอนว่าการประชุมวันที่ 28-29 เม.ย.นี้จะยังไม่ปรับอัตราดอกเบี้ย และตลาดคาดว่าเฟดจะเริ่มขยับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. จะมีน้ำหนักมากขึ้นหรือไม่ ก็จะขึ้นอยู่กับความเห็นของเฟดในการประชุมนัดนี้เช่นกัน

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ “นักลงทุนอาจซื้อเก็งกำไรหุ้นเป้าหมายบางส่วนเพิ่มเติม” เพื่อรอขายทำกำไรบริเวณ 1,580 จุด +/-

Speculative Buy: ITD/ THAI

 

บล.ซีไอเอ็มบี(ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ (29 เม.ย.)ว่า กลยุทธ์การลงทุนในช่วงที่ดัชนีลงมาต่ำกว่า 1530 จุด มองว่าให้ทยอยซื้อเพิ่มหุ้นในกลุ่ม พลังงาน (PTT PTTGC BCP) อสังหาริมทรัพย์สร้างบ้าน (QH LH CPN AP) ธนาคารพาณิชย์ (KBANK SCB KTB)

เนื่องจากมองตลาดกำลังรับข่าวตัวเลขเศรษฐกิจและผลดำเนินงาน Q1/15 แล้วหลังจากนั้นจะค่อยๆกระเตื้องขึ้น กลุ่มที่มีแรงขายออกมากในช่วงสัปดาห์นี้คือ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ นำโดยหุ้น KBANK  แนวโน้มดัชนีในวันนี้คาดจะรีบาวน์กลับ หลังดัชนีปรับตัวลงติดต่อกัน 2 วัน

ขณะที่ดัชนี SET ลงมาในระดับที่น่าสนใจในการลงทุน อย่างไรก็ตามการรีบาวน์กลับยังคงต้องเผชิญกับความผันผวนบ้างในช่วงก่อนการประชุม กนง. ส่วนดัชนีตลาดหุ้นในต่างประเทศ เริ่มที่จะยืนหลังดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นรับข่าวผลการดำเนินงานที่ตอนนี้อัตราการทำกำไรใน Q1/15 ปรับตัวขึ้นมาที่ 0.02% จากการคาดการณ์เดิมติดลบ 2.9% หลังงบ Apple ออกมาดี วันนี้มองแนวต้านที่ 1540-1545 จุด แนวรับที่ 1525-1520 จุด