คุมจังหวะให้ดี

*สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ “โมนิก้า” ถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นเร้าใจมากๆ เพราะมูฟเมนต์ของการลงทุนเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา จนถึงขั้นที่ว่า เซียนต้องหักปากทิ้งไปแล้วหลายด้ามด้วยกัน แถมแรงซื้อที่เข้ามาในรอบนี้เป็นการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามา ยิ่งทำให้ดัชนีมีความผันผวนมากขึ้นเป็นทวีคูณ ซึ่งเปิดช่องให้นักเก็งกำไรเข้ามาตะลุยกันอย่างเต็มที่เจ้าค่ะ


เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ “โมนิก้า” ถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นเร้าใจมากๆ เพราะมูฟเมนต์ของการลงทุนเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา จนถึงขั้นที่ว่า เซียนต้องหักปากทิ้งไปแล้วหลายด้ามด้วยกัน แถมแรงซื้อที่เข้ามาในรอบนี้เป็นการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามา ยิ่งทำให้ดัชนีมีความผันผวนมากขึ้นเป็นทวีคูณ ซึ่งเปิดช่องให้นักเก็งกำไรเข้ามาตะลุยกันอย่างเต็มที่เจ้าค่ะ

*ข้อมูลดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” มองการแกว่งตัวไปมาทั้งในแดนบวกและแดนลบของดัชนี ก่อนจะลงเอยด้วยการปิดที่ 1,575.28 จุด ลบไป 0.57 จุด ด้วยมูลค่า 4.17 หมื่นล้านบาท มันเป็นเพียงเกมวิ่งผลัดที่หลายคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ซึ่งจะมีม้าหนุ่มตัวใหม่ถูกส่งลงมาในสนามมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนจะยืนระยะได้นานแค่ไหน? มันขึ้นอยู่กับเซ็นติเมนต์จะเป็นใจให้นักเล่นเข้ามาไล่ราคาในเที่ยวนี้มากแค่ไหนพะยะค่ะ

*วันนี้ถึงไม่ต้องประเมินอะไรให้ยุ่งยาก เพราะการเล่นเที่ยวนี้มันอยู่ที่ใครสายป่านยาวกว่ากัน และคุมจังหวะการขึ้นของหุ้นได้แนบเนียนกว่ากัน คนนั้นจะมีโอกาสขายหุ้นได้ในราคาที่ดีมากๆ เพราะคนที่เข้ามาใหม่ต้องควักเงินซื้อหุ้นเยอะขึ้น ซึ่งเหมือนกับเกมหุ้นที่ถูกปล่อยออกมาเป็นระลอก เอาเข้าจริงก็เป็นการหาประโยชน์จากข่าวสารที่เกิดขึ้น เพราะไม่มีใครรู้เรื่องจริงๆ เป็นอย่างไรเจ้าค่ะ

*ด้วยเหตุนี้ถึงไม่ต้องถามว่า “โมนิก้า” คิดเห็นเป็นประการใดต่อเรื่องดังกล่าว เพราะเดี๊ยนจะตอบกลับไปอย่างเป็นทางการว่า ชอบอะไรที่ชัดเจน! ซึ่งทำให้ลูกเทพอย่าง HANA กับ KCE เป็นเพียงแค่หุ้นทางผ่านไปหาตัวอื่นได้ง่ายขึ้น เพราะมองในแง่มุมของการลงทุนในเที่ยวนี้ ก็มีความเสี่ยงเยอะแยะไปหมดหลายเรื่อง วานนี้หุ้นถึงแดงถ้วนหน้า เพราะคนเขากลัวไงล่ะจ๊ะ

*ผิดกับในรายของ AOT ทุกครั้งที่ “โมนิก้า” มองหุ้นตัวนี้ย่อตัวลงมาทีไร มักมองเห็นโอกาสซื้อหุ้นถูกเป็นประจำ จึงไม่ต้องแปลกใจที่เดี๊ยนเม้าท์ถึงหุ้นตัวนี้บ่อยเหลือเกิน เพราะของเขาดีจริงๆ จึงต้องโปรโมตเยอะหน่อย บวกกับสัญญาณเทคนิคยังดูดีเหมือนเดิม เดี๊ยนถึงมองราคาปิดที่ 50.50 บาท บวกไป 1.50 บาท หรือขึ้นไป 3%  ด้วยมูลค่า  3.37 พันล้านบาท เป็นการไต่ระดับขึ้นไปสร้างแนวรับใหม่ที่สูงกว่าเดิมไงล่ะจ๊ะ

*เช่นเดียวกับในรายของ KTC หลังจากใช้แรงซื้อสะสมช่วยดันหุ้นฝ่าแนวต้าน 110 บาทเป็นที่เรียบร้อย วานนี้เลยเดินหน้าต่อในทันที ก่อนจะลงเอยที่ระดับ 114 บาท บวกไป 2.50 บาท หรือขึ้นไป 2.25% ด้วยมูลค่า 560 ล้านบาท “โมนิก้า” ถือเป็นโมเมนต์ที่นักเล่นน่าจะศึกษาไว้บ้าง เพราะหุ้นตัวนี้ได้ชื่อว่า “สวยทั้งรูป จูบก็หอม” แถมเพิ่งหมดเคราะห์หมดโศก ย่อมเป็นจังหวะของการตามไปดูพะยะค่ะ

*อีกหนึ่งรายที่มิตรรักแฟนเพลงควรหันมามองในเที่ยวนี้คือ BGRIM จู่ๆ ราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ 18 บาท บวกไป 1.10 บาท หรือขึ้นไป 6.50%  ด้วยมูลค่า  3.62 พันล้านบาท ทั้งที่วันก่อนเตรียมตัวย่ำฐานแถว 16.80  บาท “โมนิก้า” ถึงมองการกระชากขึ้นเที่ยวนี้มีนัยสำคัญแฝงอยู่ด้วยอย่างแน่นอน และถ้าทำแบบนี้ได้ ก็แสดงว่า หุ้นมีโอกาสไต่เพดานบินสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ใช่ไหมค่ะ

*ก่อนจะไปเรื่องหนักๆ “โมนิก้า” ขอเม้าท์ถึงหุ้นน้องใหม่ FTE ในช่วงที่กระแสหุ้น IPO เริ่มถูกพูดถึงในด้านบวกกันอย่างสนุกปากนั้น มันทำให้โลกทั้งใบของแมงเม่ากลายเป็นสีเขียว โดยเฉพาะประเด็นส่วนแบ่งตลาดธุรกิจดับเพลิงเป็นอันดับ 1 จนทำให้ตัวเลขกำไรในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาไม่เคยต่ำกว่า 80 ล้านบาท บวกกับมีแบ็กล็อกไม่ต่ำกว่า 100 โครงการที่จะเริ่มทยอยรับรู้ในปี 60 หรือแม้กระทั่งโครงการพิเศษที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ก็ถือเป็นโบนัสที่ทำให้เงินปันผลไฉไลขึ้นไปอีกขั้นแบบนี้ เดี๊ยนถึงบอกได้แค่ว่า ดูรวมๆ แล้วมีเสน่ห์! ไม่เชื่อลองถาม เฮียทักษิณ เจ้าค่ะ

*ตบท้ายกันที่เรื่องเม้าท์ของ AQ เพื่อบอกเล่าถึงพัฒนาการในทางที่ดีขึ้นกันสักหน่อย เพราะหลังจากคนดังในแวดวงตลาดหุ้นทยอยตบเท้าใช้สิทธิซื้อหุ้น PP ก็ก่อให้เกิดกระแสหาซื้อหุ้นนอกตลาดกันให้ขวักไขว่ จนราคาซื้อขายพุ่งขึ้นไปยืนแถวๆ 0.20 บาทโน่นแหนะ แถมมีสิทธิไต่ระดับขึ้นไปได้อีกเรื่อยๆ หลังพวกนกรู้ออกตัวแรงว่า พอได้เงินเพิ่มทุนไปเคลียร์หนี้กับ ธ.กรุงไทย หมดเสร็จสรรพ ก็เอาที่ดินไปพัฒนาเพื่อเพิ่มแวลูได้แบบชิวๆ งานนี้จริงหรือไม่? ลองไปหาคำตอบกันเอาเองนะคะ

*เหมือนกับเรื่องของคน หัวหมา..อุ๊ย..หัวหมอ ยังคงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาอำนาจของตัวเอง ทั้งที่หน่วยงานกำกับดูแลลงความเห็นไปในทางเดียวกันว่า เอ็งผิด! แต่ยังกล้าตะแบงจนสีข้างถลอกปอกเปิกไม่มีชิ้นดี มันเหมือนเป็นการย้ำหัวหมุดตัวเดิมว่า ขืนปล่อยให้ “วิชัย” นั่งบริหาร IFEC ก็คงบรรรลัยหนักกว่านี้ “โมนิก้า” ถึงไม่แปลกใจที่อีตาแปะยิ้มคนนี้ฟ้อง “ข่าวหุ้น” เป็นเงิน 50 ล้านบาท ซึ่งน่าจะเป็นการฟ้องเพื่อให้เราหยุดเสนอความจริงต่อสาธารณชน แต่เผอิญฝั่งเรายืนหยัดบนความถูกต้อง จึงขอเดินหน้าแฉพฤติกรรมชั่วๆ ต่อไปเหมือนเดิมนะยะ

Back to top button