TISCO เปิดกองทุนใหม่ ขายถึง 7ส.ค.นี้

TISCO เปิดกองทุนใหม่ ISCOGIF ขายวันนี้ -7 ส.ค.60 เน้นลงทุนหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกทั้งในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วและกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่ยังคงมีการเติบโต

นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด หรือ บลจ.ทิสโก้ เปิดเผยว่า บลจ.ทิสโก้ยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์กองทุนรวมใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับสภาวะตลาด และเพื่อเปิดโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนในต่างประเทศ

ดังนั้น บลจ. ทิสโก้จึงตัดสินใจเปิด กองทุนเปิด ทิสโก้ โกลบอล อินฟราสตรัคเจอร์ อิควิตี้ (TISCO Global Infrastructure Equity Fund: TISCOGIF) เพื่อลงทุนในหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกทั้งในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วและกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่ยังคงมีการเติบโต

โดยเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนที่ดีและมั่นคง เนื่องจากบริษัทในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานมักจะเป็นบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง คู่แข่งน้อยราย และมีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยกองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศ ที่มีนโยบายการลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก ผ่านการคัดสรรโดยทีมผู้จัดการกองทุนของบลจ.ทิสโก้  เสนอขายครั้งแรก (IPO) ตั้งแต่วันนี้ – 7 ส.ค. 60

กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และความเป็นอยู่ของประชาชน รัฐบาลจึงมักให้การสนับสนุน อีกทั้งรัฐบาลในหลายๆ ประเทศมีแผนในการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้กลุ่มธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

ในขณะเดียวกันก็มีผลประกอบการที่มั่นคงและมีรายได้ที่แน่นอน มีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ ทำให้หุ้นในกลุ่มนี้มักจะมีความผันผวนต่ำ เหมาะกับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงในหุ้นได้ ต้องการผลตอบแทนที่มั่นคง และต้องการลงทุนในหุ้นที่มีความผันผวนต่ำกว่าตลาด เหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในระยะยาว” นายสาห์รัช กล่าว

ทั้งนี้ในเบื้องต้นกองทุนเปิด ทิสโก้ โกลบอล อินฟราสตรัคเจอร์ อิควิตี้ จะลงทุนในกองทุนรวมด้านโครงสร้างพื้นฐานในต่างประเทศที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดี  คือ Lazard Global Listed Infrastructure Equityและ First State Global Listed Infrastructure  ในสัดส่วนประมาณ 70% และ 30% ของ NAV ตามลำดับ  ซึ่งผู้จัดการกองทุนพิจารณาแล้วว่าให้ผลตอบแทนเหมาะสมกับความเสี่ยง

โดยผู้จัดการกองทุนสามารถปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมการลงทุนได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ในอนาคต นับเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกการลงทุนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในช่วงนี้ และเนื่องจากเป็นกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ กองทุนจึงอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งกองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนรวม กองทุนนี้มีความเสี่ยงกองทุนระดับ 6 (ความเสี่ยงสูง)