KAsset ปันผล 3 กองทุน 11 ส.ค.นี้

KAsset ปันผล 3 กองทุน "กองทุนเปิดเค หุ้นปันผล (K-VALUE)" ในอัตรา 0.27 บาทต่อหน่วย-"กองทุนเปิดรวงข้าว 2 (RKF2)" ในอัตรา 0.67 บาทต่อหน่วย-"กองทุนเปิดรวงข้าว 4 (RKF4)" ในอัตรา 0.18 บาทต่อหน่วย พร้อมกันในวันที่ 11 ส.ค.นี้

นางสาวธิดาศิริ ศรีสมิต รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด หรือ บลจ. กสิกรไทย (KAsset) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมจ่ายเงินปันผลกองทุนรวมหุ้น 3 กองทุน ประกอบด้วย 1.) กองทุนเปิดเค หุ้นปันผล (K-VALUE) ในอัตรา 0.27 บาทต่อหน่วย สำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 – 31 กรกฎาคม 2560 2.) กองทุนเปิดรวงข้าว 2 (RKF2) ในอัตรา 0.67 บาทต่อหน่วย และ 3.) กองทุนเปิดรวงข้าว 4 (RKF4) ในอัตรา 0.18 บาทต่อหน่วย สำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2559 – 31 กรกฎาคม 2560

โดยทั้ง 3 กองทุนดังกล่าวจะจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีรายชื่ออยู่ในสมุดทะเบียน ณ เวลา 8.00 น. ของวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 และมีกำหนดจ่ายเงินปันผลดังกล่าวพร้อมกันในวันที่ 11 สิงหาคม 2560 นี้ รวมมูลค่าเงินปันผลทั้งสิ้น 164.02 ล้านบาท

ด้านผลการดำเนินงานของกองทุนหุ้นที่มีการจ่ายปันผลในครั้งนี้ กองทุน K-VALUE นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมีการจ่ายเงินปันผลแล้วทั้งสิ้น 22 ครั้ง รวมเป็นอัตรา 9.57 บาทต่อหน่วย โดยกองทุนมีอัตราการจ่ายปันผลประมาณ 17.2% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ส่วนผลการดำเนินงานย้อนหลัง 6 เดือนอยู่ที่ 4.17% เมื่อเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานอยู่ที่ 1.93% (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค.60)

ทั้งนี้ที่ผ่านมากองทุนเน้นการลงทุนในหุ้นที่มีแนวโน้มจ่ายปันผลสม่ำเสมอในอัตราที่น่าสนใจ และราคาหุ้นยังต่ำกว่ามูลค่าทางปัจจัยพื้นฐาน ที่เป็นหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง

ส่วนกองทุน RKF2 นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน มีการจ่ายเงินปันผลแล้วทั้งสิ้น 26 ครั้ง รวมเป็นอัตรา 19.84 บาทต่อหน่วย โดยกองทุนมีอัตราการจ่ายปันผลประมาณ 5.3% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา สำหรับผลการดำเนินงานย้อนหลัง 6 เดือนอยู่ที่ 3.87% เมื่อเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานอยู่ที่ 1.93% (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค.60)

ขณะที่กองทุน RKF4 นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน มีการจ่ายเงินปันผลแล้วทั้งสิ้น 21 ครั้ง รวมเป็นอัตรา 9.07 บาทต่อหน่วย โดยกองทุนมีอัตราการจ่ายปันผลประมาณ 6.8%ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และมีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 6 เดือนอยู่ที่ 1.56% เมื่อเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานอยู่ที่ 1.93% (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค.60)

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนของกองทุน RKF2 และกองทุน RKF4 เน้นเลือกลงทุนในหุ้นที่ปัจจัยพื้นฐานดี และได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รวมทั้งเป็นหุ้นกลุ่มที่แนวโน้มผลการดำเนินงานแข็งแกร่งในปี 2560

ส่วนมุมมองด้านการลงทุนและเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยรวมยังคงเห็นภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศได้อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่ายังคงมีการเติบโตอยู่ในระดับต่ำ โดยคาดว่าน่าจะเห็นการเติบโตของ GDP ได้ในระดับ 3.5-4% ใน 1-2 ปีข้างหน้า จากปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญจากการอนุมัติโครงการลงทุนภาครัฐซึ่งทยอยอนุมัติโครงการมาแล้วตั้งแต่ปีที่แล้วต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน คาดว่าจะเริ่มเห็นเม็ดเงินลงทุนเข้ามาในระบบเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

สำหรับตลาดหุ้นไทยที่ระดับดัชนี 1570 จุด มีการซื้อขายที่ PE 15.4X ในปีนี้ และ PE 13.9X ในปีหน้า ที่อยู่ในระดับใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ที่ระดับ 13.7X ซึ่งไม่ถือว่าแพงเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยที่คาดว่ายังอยู่ในระดับต่ำ โดย บลจ.กสิกรไทย ยังคงเป้าหมายคาดการณ์ดัชนีหุ้นไทยปลายปีอยู่ที่ระดับ 1650 จุด และยังมีมุมมองเป็นบวกต่อภาพการลงทุนต่อเนื่องในปีหน้า

ด้านปัจจัยที่จะส่งผลต่อความผันผวนที่ผู้ลงทุนต้องจับตามอง น่าจะเป็นเรื่องของผลกระทบจากอุทกภัยทางภาคอีสานที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นภายในประเทศแต่เป็นเพียงระยะสั้น ผลกระทบจากมาตรการควบคุมการปล่อยสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กันยายน 2560 รวมถึงท่าทีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางขนาดใหญ่ทั่วโลก ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อเนื่องถึง Fund Flow