สรุปภาวะตลาดต่างประเทศวานนี้

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 11 ส.ค.60

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลง กว่า 200 จุดเมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) โดยดาวโจนส์ปิดในแดนลบติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือ โดยล่าสุดเกาหลีเหนือได้ออกมาเน้นย้ำถึงแผนการโจมตีเกาะกวมภายในกลางเดือนนี้ นอกจากนี้ นักลงทุนยังผิดหวังต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งรวมถึงเมซีส์ อิงค์ ห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 21,844.01 จุด ร่วงลง 204.69 จุด หรือ -0.93% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,438.21 จุด ลดลง 35.81 จุด หรือ -1.45% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,216.87 จุด ลดลง 135.46 จุด หรือ -2.13%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงลง เมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือ โดยรายงานล่าสุดระบุว่า เกาหลีเหนือวางแผนโจมตีเกาะกวมภายในกลางเดือนนี้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากผลประกอบการที่อ่อนแอของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งรวมถึง เฮงเค็ล

ดัชนี Stoxx Europe 600 ร่วงลง 1% ปิดที่ 376.05 จุด

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 12,014.30 จุด ลดลง 139.70 จุด หรือ -1.15%  ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,115.23 จุด ลดลง 30.47 จุด หรือ -0.59% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,389.94 จุด ลดลง 108.12 จุด หรือ -1.44%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดร่วงลง กว่า 100 จุดเมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) จากแรงกดดันของข้อมูลตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่อ่อนแอของอังกฤษ และยอดขาดดุลการค้าที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือ

ดัชนี FTSE 100 ลดลง 108.12 จุด หรือ -1.44% ปิดที่ 7,389.94 จุด

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลง เมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) หลังจากมีรายงานว่าการผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ปรับตัวเพิ่มขึ้นในเดือนก.ค. อันเนื่องมาจากลิเบียและไนจีเรียได้ปรับเพิ่มการผลิต

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 97 เซนต์ หรือ 2% ปิดที่ 48.59 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 80 เซนต์ หรือ 1.5% ปิดที่ 51.90 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้น เมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) โดยสัญญาทองคำปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 2 เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี รวมทั้งความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือ มีความตึงเครียดมากขึ้น โดยล่าสุดเกาหลีเหนือได้ประกาศแผนการโจมตีเกาะกวมภายในกลางเดือนนี้

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 10.8 ดอลลาร์ หรือ 0.84% ปิดที่ระดับ 1,290.10 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 20.2 เซนต์ หรือ 1.2% ปิดที่ 17.065 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 9.8 ดอลลาร์ หรือ 1.00% ปิดที่ 985.9 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย. พุ่งขึ้น 5.20 ดอลลาร์ หรือ 0.6% ปิดที่ 897.05 ดอลลาร์/ออนซ์

 

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง เมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆเกือบทั้งหมด ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) เนื่องจากกระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือ โดยล่าสุดเกาหลีเหนือได้ออกมาเน้นย้ำถึงแผนการโจมตีเกาะกวมภายในกลางเดือนนี้ ขณะที่นักลงทุนได้เทขายดอลลาร์และหันไปถือครองสกุลเงินที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเงินเยนกันมากขึ้น

ยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1756 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1753 ดอลลาร์ ในขณะที่ปอนด์อ่อนค่าลงแตะ 1.2975 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3002 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้น ที่ระดับ 0.7888 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7882 ดอลลาร์

ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเยน ที่ระดับ 109.32 เยน จากระดับ 109.90 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9637 ฟรังก์สวิส จากระดับ 0.9638 ฟรังก์สวิส