เส้นทางนักลงทุน : เปิดหุ้นขึ้นแรงสวนดัชนี

จากการสำรวจข้อมูลตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เดือนกรกฎาคม 2560 ในช่วงที่ผ่านมา พบว่า ดัชนีตลาด mai ทรุดตัวลงอย่างน่าเศร้า โดยดัชนีลดลง 2.60% หรือลงไป 14.68 จุด (วัดจากวันที่ 30 มิ.ย. 60 เทียบกับ 31 ก.ค. 60) ซึ่งต่างจากทิศทางของดัชนี SET50 และ SET อยู่ในลักษณะทรงตัว เพราะดัชนีเพิ่มขึ้น 0.09% และ 0.97% ตามลำดับ

ทำให้การเข้าซื้อหุ้นขนาดเล็ก หรือหุ้นในกลุ่มตลาด mai ยังเป็นลักษณะรายตัว โดยเฉพาะหุ้นที่มีสัญญาณขาขึ้น และมีข่าวเข้ามาสนับสนุนนั่นเอง

สำหรับหุ้นที่มีการไล่ราคากันมากๆ ในช่วงเดือนกรกฎาคม โดยราคาหุ้นปรับตัวขึ้นกว่า 10% ได้แก่ บริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ PICO, บริษัท เมกาเคม (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGT, บริษัท พรอดดิจิ จำกัด (มหาชน) หรือ PDG, บริษัท สตาร์ ยูนิเวอร์แซล เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ STAR, บริษัท เน็ตเบย์ จำกัด (มหาชน) หรือ NETBAY และบริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) หรือ NVD เป็นต้น

เริ่มด้วยหุ้นที่ปรับตัวขึ้นสูงสุด บริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ PICO ราคาหุ้นพุ่งขึ้น 46.83% หรือขึ้นไป 1.77 บาท วัดจากราคาปิดในวันที่ 30 มิ.ย. 60 อยู่ที่ 3.78 บาท ขณะที่วันที่ 31 ก.ค.60 อยู่ที่ 5.55 บาท จากที่ราคาหุ้นไม่มีนัยสำคัญอาจเป็นการไล่ราคาช่วงสัญญาณเทคนิคอยู่ในช่วงขาขึ้น

ถัดมา บริษัท เมกาเคม (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGT ราคาหุ้นพุ่งขึ้น 34.04% หรือขึ้นไป 0.96 บาท วัดจากราคาปิดในวันที่ 30 มิ.ย. 60 อยู่ที่ 2.82 บาท ขณะที่วันที่ 31 ก.ค. 60 อยู่ที่ 3.78 บาท ซึ่งเป็นการเข้าเก็งกำไรจากการมองบวกหลังบริษัทเปลี่ยนมาใช้การตลาดเชิงรุกโดยเพิ่มจำนวนพนักงานขายและเริ่มเปิดสาขา ที่สำคัญบริษัทเตรียมเปิด 2 สาขาที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดนครพนมในช่วงครึ่งปีหลังเพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมยางพาราในภาคอีสานและภาคใต้ และเตรียมขยายตลาดไปยังประเทศพม่าและกัมพูชาในปี 61 เพิ่มเติม

ถัดมา บริษัท พรอดดิจิ จำกัด (มหาชน) หรือ PDG ราคาหุ้นพุ่งขึ้น 18.18% หรือขึ้นไป 0.80 บาท วัดจากราคาปิดในวันที่ 30 มิ.ย. 60 อยู่ที่ 4.40 บาท ขณะที่วันที่ 31 ก.ค. 60 อยู่ที่ 5.20 บาท รับแรงสนับสนุนจากผลวิเคราะห์ที่คาดกำไรปี 60 เติบโตต่ออีก 8.7% จากงวดเดียวกันของปีก่อน อานิสงส์จากลูกค้าที่หายไปลองผลิตเอง ทยอยกลับมาหาผลิตภัณฑ์คุณภาพ และราคาวัตถุดิบทรงตัวในระดับต่ำ

ถัดมา บริษัท สตาร์ ยูนิเวอร์แซล เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ STAR ราคาหุ้นพุ่งขึ้น 14.29% หรือขึ้นไป 0.90 บาท วัดจากราคาปิดในวันที่ 30 มิ.ย. 60 อยู่ที่ 6.30 บาท ขณะที่วันที่ 31 ก.ค. 60 อยู่ที่ 7.20 บาท ซึ่งเป็นการไล่ราคาหลังจากที่มีข่าวว่าบริษัทเล็งใช้เงินราว 70.8 ล้านบาท เข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าขยะแม่สอด-ป้ายโฆษณา, ศึกษาลงทุนบริษัทแห่งหนึ่งในออสเตรเลีย แต่ล่าสุดบริษัทมีการยกเลิกแผนลงทุนโรงไฟฟ้าขยะแม่สอด-ป้ายโฆษณา แต่จะลงทุนไม่เกิน 215 ล้านธุรกิจบริหารจัดการขยะในออสเตรเลีย

ถัดมา บริษัท เน็ตเบย์ จำกัด (มหาชน) หรือ NETBAY ราคาหุ้นพุ่งขึ้น 14.21% หรือขึ้นไป 2.80 บาท วัดจากราคาปิดในวันที่ 30 มิ.ย. 60 อยู่ที่ 19.70 บาท ขณะที่วันที่ 31 ก.ค. 60 อยู่ที่ 22.50 บาท มีการไล่ซื้ออย่างต่อเนื่อง หลังยังเชื่อมั่นในศักยภาพธุรกิจที่มีรายได้ประจำจากการให้บริการทำธุรกรรมทางออนไลน์ ที่มีแนวโน้มเติบโตได้อย่างมั่นคงในอนาคต

สุดท้าย บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) หรือ NVD ราคาหุ้นพุ่งขึ้น 10.78% หรือขึ้นไป 0.55 บาท วัดจากราคาปิดในวันที่ 30 มิ.ย. 60 อยู่ที่ 5.10 บาท ขณะที่วันที่ 31 ก.ค. 60 อยู่ที่ 5.65 บาท ด้วยราคาหุ้นช่วงดังกล่าวปรับตัวขึ้นตอบรับขายหุ้นเพิ่มทุน PP ดึงกองทุน Templeton เข้าถือ

นอกจากนี้ยังพบว่า ปริมาณการซื้อขายหุ้นในแต่ละวันก็เพิ่มขึ้นอย่างน่าสนใจ จึงเชื่อว่าหุ้นดังกล่าวอาจมีโอกาสเข้ามาไล่ซื้อต่อได้ในช่วงถัดไป ยิ่งมีการประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 60 ออกมา ซึ่งถ้าผลประกอบการหุ้นดังกล่าวออกมามาดีก็ยิ่งมีโอกาสดันราคาหุ้นปรับตัวขึ้นได้อีก

ดังนั้นนักลงทุนควรจับจ้องจังหวะให้ดี อาจเป็นของคุณ!