ลุ้นกันต่อ

*สาเหตุที่ทำให้ “โมนิก้า” ต้องจั่วหัวออกไปแบบนี้ ไม่ได้ต้องการให้ผู้คนหันมาให้น้ำหนักเรื่องการเมืองมากกว่าเรื่องเศรษฐกิจ แต่อยากให้ทุกคนรู้ว่า บรรยากาศหลายอย่างในตอนนี้มีเรื่องให้ต้องลุ้นเยอะไปหมด ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันกีฬา ซีโกง..อุ๊ย..ซีเกมส์ ก็ต้องลุ้นกันต่อไปว่า ไทยจะทำได้ทั้งหมดกี่เหรียญทอง? รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจที่รัฐบาลพูดว่า ฟื้นตัวดีขึ้นเป็นลำดับ เอาเข้าจริงตัวเลขดีขึ้นจริงหรือเปล่า?


เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*สาเหตุที่ทำให้ “โมนิก้า” ต้องจั่วหัวออกไปแบบนี้ ไม่ได้ต้องการให้ผู้คนหันมาให้น้ำหนักเรื่องการเมืองมากกว่าเรื่องเศรษฐกิจ แต่อยากให้ทุกคนรู้ว่า บรรยากาศหลายอย่างในตอนนี้มีเรื่องให้ต้องลุ้นเยอะไปหมด ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันกีฬา ซีโกง..อุ๊ย..ซีเกมส์ ก็ต้องลุ้นกันต่อไปว่า ไทยจะทำได้ทั้งหมดกี่เหรียญทอง? รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจที่รัฐบาลพูดว่า ฟื้นตัวดีขึ้นเป็นลำดับ เอาเข้าจริงตัวเลขดีขึ้นจริงหรือเปล่า?

*นอกจากนี้ยังมีคดีจำนำข้าวให้แฟนคลับแต่ละฝั่งได้ลุ้นระทึกกันอีก หรือแม้กระทั่งเรื่องการประมูลรถเมล์ NGV ที่ล้มไม่เป็นท่า เพราะราคากลางต่ำกว่าความเป็นจริงมาก หากเปิดประมูลรอบถัดไปจะมีคนเข้ามายื่นซองอีกไหม? ครอบคลุมถึงกลุ่มผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนที่โดนคดีกันเป็นพรวน ก็ต้องลุ้นกันถึงหยดสุดท้ายว่า มีคนไหนรอดจากคมดาบ ก.ล.ต. บ้างหรือเปล่า?

*หากต้องการเรื่องที่เข้ามาใกล้ตัวนักลงทุนมากขึ้นหน่อย “โมนิก้า” คงต้องหันไปดูการขยับตัวของดัชนีเที่ยวนี้จะไปได้สุดซอยอะป่าว? หลังทะยานขึ้นมาปิดที่ 1,575.96 จุด บวกไป 2.58 จุด ด้วยมูลค่า 3.75 หมื่นล้านบาท โดยกองทุนตัวแสบยังคงอาสาทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพหลักในการดันหุ้นเหมือนเดิม ซึ่งเที่ยวนี้เดินหน้ากว้านซื้อหุ้นเข้าพอร์ตไปอีก 3.26 พันล้านบาท เดี๊ยนมองเป็นรายการเฉพาะกิจมากกว่าประเด็นอื่นเจ้าค่ะ

*เหมือนกับเหตุการณ์ที่หุ้น GRAMMY ทะยานขึ้นมาปิดที่ 13 บาท บวกไป 1.60 บาท หรือขึ้นไป 14% ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่คึกคักเป็นพิเศษ ก็มาจากข่าวกลุ่ม “เสี่ยเจริญ” เข้ามาลงทุนด้วย ก็พากันเชื่อว่าจะมีอะไรดีๆ เกิดขึ้นมากมาย แต่บางกระแสก็เม้าท์ในทำนองเข้ามาเล่นๆ ไม่ได้จริงจังอะไรมากมาย “โมนิก้า” ถึงอยากให้แฟนคลับอ่านเกมหุ้นในเที่ยวนี้ให้ดีนะคะ

*หากมองประเด็นดังกล่าวไม่ออก “โมนิก้า” ขอแนะนำให้มิตรรักแฟนเพลงย้อนอดีตกลับไปดูเหตุการณ์ AMARIN  ทนแบกภาระต่อไปไม่ไหว หลังประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่องหลายปี เลยประกาศเพิ่มทุน 200 ล้านหุ้น ขายให้กลุ่ม “เสี่ยเจริญ”  ถือหุ้นในสัดส่วน 47.62% มูลค่ากว่า 850 ล้านบาท ซึ่งทำให้ราคาหุ้นช่วงนั้นดีดตัวขึ้นแรง แต่หลังจากนั้นก็ทรุดลงมาอีก..จำได้ไหมค่

*อีกหนึ่งประเด็นที่ต้องจำให้ขึ้นใจ (ไม่ใช่ข่าวแก๊งนางฟ้าแตก) แต่เป็นกรณีของหุ้น GL มีเรื่องฟอนเฟะเกิดขึ้นไม่เว้นในแต่ละเดือน มันสะท้อนให้เห็นความผิดปกติของผู้บริหารในกลุ่มนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นประเด็นที่แมงลือเม้าท์กันสนุกสนานว่า ของ ตลท. กับ ก.ล.ต. เตรียมจะฟันผู้บริหารในอีกไม่ช้า หลังจากมีการรวบรวมข้อมูลการกระทำผิดได้ในระดับหนึ่งนั้น “โมนิก้า” ถือเป็นการทำงานที่ค่อนข้างเอื่อยเฉื่อยไปสักหน่อยสำหรับโลกในยุค 4.0 เพราะยังมีแมงเม่าบางส่วนหลงเชื่อหัวปักหัวปำนะซี

*เม้าท์ถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทั้งที คงต้องย้อนกลับมาดูหุ้น DIGI สักนิดหนึ่งดีกว่า หลังหุ้นทะยานขึ้นมาปิดที่ 0.75 บาท บวกไป 0.17 บาท หรือขึ้นไป 29.30% ด้วยมูลค่า 52 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นเกมโหดที่ผู้เล่นต้องไหวตัวให้ทัน  ไม่เช่นนั้นจะต้องนอนเฝ้ายอดดอยเพียงลำพัง เพราะยังไม่มีใครรู้ว่า การขึ้นของหุ้นเที่ยวนี้มาจากเรื่องอะไรเป็นหลัก และอย่าลืมว่า หุ้นตัวนี้ยังมีประเด็นของ เข็มพิษ..ชีวิตเปลี่ยน ตามหลอกหลอนอยู่นะคะ

*ส่วนคนที่ชอบความเสี่ยง “โมนิก้า” ขอแนะนำให้ดูหุ้นร้อน MACO ไว้เป็นทางเลือกสำหรับการลงทุนในเที่ยวนี้ หลังหุ้นพุ่งขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี จากก่อนหน้านี้อยู่ที่ระดับ 1.20 บาท ล่าสุดเห็นหุ้นขึ้นมายืนอยู่ที่ระดับ 1.85 บาท บวกไป 0.08 บาท หรือขึ้นไป 4.50%  ด้วยมูลค่า 332 ล้านบาท โดยมีเกมเดิมพันเรื่องกำไรในไตรมาส 3 เติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 2 ขนาดไหน? น่าจะสนุกไม่ใช่เล่นเจ้าค่ะ

*เหมือนกับในรายของหุ้น DTAC โค้งตัวลงอย่างต่อเนื่อง จนสุดท้ายลงมายืนอยู่ที่ 51.75 บาท ลบไป 1.75 บาท หรือลงไป 3.30% ด้วยมูลค่า 578 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นช็อตเสี่ยงตายที่ต้องใช้สตั๊นแมนเป็นตัวเปิดโรง พระเอกนางเอกตัวจริงค่อยไปร่วมวงในภายหลัง แถมวันนี้เทรดกันไปเทรดกันมาอีท่าไหนก็ไม่รู้ ระดับค่า P/E ปาเข้าตั้ง 78 เท่า มันไม่คุ้มจริงๆ นะตัวเอง

*ตัวเปรียบเทียบที่ดูได้ง่ายๆ คุ้มหรือไม่คุ้ม “โมนิก้า” คงต้องย้อนกลับมาที่หุ้นน้องใหม่ ZIGA หลังมีมือที่มองไม่เห็นพยายามเข้ามาโอบอุ้มสุดตัว สุดท้ายก็ต้านไม่ไหวอีกตามเคยแบบนี้ เหมือนเป็นการส่งสัญญาณให้รู้ว่า ผู้เล่นส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมลุย วานนี้ถึงเห็นราคาหุ้นทรุดลงมายืนที่ 6.20 บาท ลบไป 0.05 บาท ด้วยมูลค่า 111 ล้านบาท เดี๊ยนถึงอยากให้แมงเม่าดูลาดเลาก่อนเคาะขวาเจ้าค่ะ

 

Back to top button