สรุปภาวะตลาดต่างประเทศวานนี้

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 12 ก.ย.60

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวก เมื่อคืนนี้ (12 ก.ย.) โดยนับเป็นครั้งแรกในรอบ 6 สัปดาห์ที่ดัชนีดาวโจนส์, S&P500 และ Nasdaq ปิดทำนิวไฮในวันเดียวกัน เนื่องจากหุ้นกลุ่มการเงินดีดตัวขึ้น หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของรัฐบาลสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการที่นักลงทุนเริ่มกลับเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคึกคัก หลังจากสถานการณ์ตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีเริ่มลดน้อยลง และพายุ “เออร์มา” อ่อนกำลังกลายเป็นพายุดีเปรสชั่น

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 22,118.86 จุด เพิ่มขึ้น 61.49 จุด หรือ +0.28% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,454.28 จุด เพิ่มขึ้น 22.02 จุด หรือ +0.34% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,496.48 จุด เพิ่มขึ้น 8.37 จุด หรือ +0.34%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก เมื่อคืนนี้ (12 ก.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มการเงิน หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของรัฐบาลเยอรมนีปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่หุ้นกลุ่มธุรกิจประกันดีดตัวขึ้น หลังจากมีรายงานว่า พายุเออร์มาซึ่งพัดถล่มชายฝั่งรัฐฟลอริดาของสหรัฐ ได้อ่อนกำลังลง และไม่ได้สร้างความเสียหายมากเท่าที่มีการประเมินในเบื้องต้น

ดัชนี Stoxx Europe 600 เพิ่มขึ้น 0.5% ปิดที่ 381.42 จุด

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดวันทำการล่าสุดที่ 12,524.77 จุด เพิ่มขึ้น 49.53 จุด, +0.40% ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดวันทำการล่าสุดที่ 5,209.01 จุด เพิ่มขึ้น 32.30 จุด, +0.62% ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดวันทำการล่าสุดที่ 7,400.69 จุด ลดลง 12.90 จุด, -0.17%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดในแดนลบ เมื่อคืนนี้ (12 ก.ย.) จากแรงกดดันของสกุลเงินปอนด์ที่แข็งค่าขึ้น ภายหลังจากอังกฤษเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ขยายตัวแข็งแกร่งเกินคาด

ดัชนี FTSE 100 ลดลง 12.90 จุด หรือ -0.17% แตะที่ 7,400.69 จุด

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวก เมื่อคืนนี้ (12 ก.ย.) หลังจากรายงานของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ระบุว่า การผลิตน้ำมันของโอเปกปรับตัวลดลงในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 5 เดือน หรือนับตั้งแต่เดือนมี.ค.ปีนี้

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 16 เซนต์ หรือ 0.3% ปิดที่ 48.23 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 43 เซนต์ หรือ 0.8% ปิดที่ 54.27 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบ เมื่อคืนนี้ (12 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากตลาดหุ้นวอลล์สตรีททำนิวไฮเมื่อคืนนี้ และหลังจากสถานการณ์ตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีเริ่มคลี่คลายลง

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ร่วงลง 3 ดอลลาร์ หรือ 0.2% ปิดที่ระดับ 1,332.70 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 1.2 เซนต์ หรือเกือบ 0.1% ปิดที่ 17.890 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค. ร่วงลง 12.30 ดอลลาร์ หรือ 1.2% ปิดที่ 986.50 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 11.75 ดอลลาร์ หรือ 1.3% ปิดที่ 943.40 ดอลลาร์/ออนซ์

 

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง เมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและปอนด์ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (12 ก.ย.) ขณะนักลงทุนจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐ ซึ่งอาจเป็นตัวบ่งชี้กรอบเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

ยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1967 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1965 ดอลลาร์ ในขณะที่ปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะ 1.3289 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3173 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลง ที่ระดับ 0.8026 ดอลลาร์ จากระดับ 0.8030 ดอลลาร์

ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเยน ที่ระดับ 110.03 เยน จากระดับ 109.32 เยน และแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9599 ฟรังก์สวิส จากระดับ 0.9540 ฟรังก์สวิส