สรุปภาวะตลาดต่างประเทศวานนี้

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 13 ก.ย.60

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวก เมื่อคืนนี้ (13 ก.ย.) โดยดาวโจนส์, S&P500 และ Nasdaq ปิดทำนิวไฮติดต่อกันเป็นวันที่ 2 เนื่องจากหุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้น หลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI ทะยานขึ้นกว่า 2% นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากความหวังที่ว่า คณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะสามารถผลักดันมาตรการปฏิรูปภาษีได้เป็นผลสำเร็จภายในปีนี้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 22,158.18 จุด เพิ่มขึ้น 39.32 จุด หรือ +0.18% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,498.37 จุด เพิ่มขึ้น 1.89 จุด หรือ +0.08% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,460.19 จุด เพิ่มขึ้น 5.91 จุด หรือ +0.09%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดขยับลงเล็กน้อย เมื่อคืนนี้ (13 ก.ย.) โดยได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นเหมืองแร่ นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มซัพพลายเออร์ของบริษัทแอปเปิล อิงค์ ร่วงลง หลังจากแอปเปิลประกาศเปิดตัว “ไอโฟนเท็น (iPhone X)” ซึ่งนักลงทุนมองว่ามีราคาแพงและมีกำหนดวางจำหน่ายล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.08 จุด ปิดที่ 381.34 จุด

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,379.70 จุด ลดลง 20.99 จุด หร่อ -0.28% ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 12,553.57 จุด เพิ่มขึ้น 28.80 จุด หรือ +0.23% และดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,217.59 จุด เพิ่มขึ้น 8.58 จุด หรือ +0.16%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดในแดนลบ เมื่อคืนนี้ (13 ก.ย.) ด้วยแรงฉุดจากหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ที่ปรับตัวลงกันถ้วนหน้า อย่างไรก็ตาม ดัชนี FTSE 100 ลดช่วงลบในระหว่างวัน ด้วยอานิสงส์จากการที่ค่าสกุลเงินปอนด์ร่วงลง ภายหลังจากที่อังกฤษเปิดเผยข้อมูลอัตราค่าแรงที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

ดัชนี FTSE 100 ลดลง 20.99 จุด หรือ -0.28% แตะที่ 7,379.70 จุด

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้น แตะระดับสูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์เมื่อคืนนี้ (13 ก.ย.) หลังจากสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันทั่วโลกในปีนี้ นอกจากนี้ IEA ยังระบุว่า อุปทานน้ำมันทั่วโลกปรับตัวลดลงในเดือนส.ค. อันเนื่องมาจากผลกระทบของพายุเฮอร์ริเคน “ฮาร์วีย์”

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 1.07 ดอลลาร์ หรือ 2.2% ปิดที่ 49.30 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์ หรือตั้งแต่วันที่ 9 ส.ค.

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 89 เซนต์ หรือ 1.6% ปิดที่ 55.16 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบ ติดต่อกันเป็นวันที่สามเมื่อคืนนี้ (13 ก.ย.) โดยได้รับปัจจัยกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ หลังจากทางการสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรวัดเงินเฟ้อนั้น ปรับตัวขึ้นในเดือนส.ค.

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 4.70 ดอลลาร์ หรือ 0.4% ปิดที่ระดับ 1,328 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค.ปีนี้

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 2.3 เซนต์ หรือ 0.1% ปิดที่ 17.867 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 3.30 ดอลลาร์ หรือ 0.3% ปิดที่ 983.20 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. ร่วงลง 9.70 ดอลลาร์ หรือ 1% ปิดที่ 933.70 ดอลลาร์/ออนซ์

 

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (13 ก.ย.) ด้วยแรงหนุนจากข้อมูลดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐที่ดีดตัวขึ้นในเดือนส.ค.

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1885 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1967 ดอลลาร์ ในขณะที่ปอนด์อ่อนค่าลงแตะ 1.3202 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3289 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลง ที่ระดับ 0.7984 ดอลลาร์ จากระดับ 0.8026 ดอลลาร์

ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเยน ที่ระดับ 110.51 เยน จากระดับ 110.03 เยน และแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9647 ฟรังก์สวิส จากระดับ 0.9599 ฟรังก์สวิส