AOT ความหวังถูกดิสเคาต์

ไม่มีใครรู้ว่า นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กินยาผิดซอง หรือมีวัตถุประสงค์อื่นๆ แอบแฝงกันแน่

แฉทุกวันทันเกมหุ้น

ไม่มีใครรู้ว่า นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กินยาผิดซอง หรือมีวัตถุประสงค์อื่นๆ แอบแฝงกันแน่

การออกมาแถลงข่าว หรือให้สัมภาษณ์ เรื่องอัตราค่าเช่าใหม่ของที่ดินราชพัสดุ ตรงบริเวณใช้ประโยชน์ของสนามบินสุวรรณภูมิ ที่บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT จะเริ่มต้นจ่ายในปีงบประมาณ 2561 ประเดิมเริ่มแรกในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้

เรื่องของค่าเช่าใหม่รายปีนั้น ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แม้ว่าค่าเช่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 66% จากระดับเดิมของสัญญาเก่า แต่ที่เป็นเรื่องใหญ่กลับไปอยู่ที่ ค่าเช่าส่วนเพิ่มที่จะต้องจ่ายย้อนหลังระหว่างปี 2556- 2560 (5 ปี) ซึ่งมีตัวเลขระบุชัดว่า รวมเป็นวงเงินประมาณ 4 พันล้านบาท

แม้ว่าค่าเช่าจ่ายย้อนหลังนี้ จะเป็นค่าเช่าซึ่งต่ำกว่าที่ศูนย์บริการวิชาการ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นที่ปรึกษาอิสระ เคยสรุปไว้นานแล้วที่ 2 หมื่นล้านบาท ก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องเล็ก

นายพชรระบุว่า ค่าเช่าย้อนหลัง 5 ปีดังกล่าว ขึ้นอยู่กับบอร์ดของท่าอากาศยานไทย ว่าจะจ่ายครั้งเดียวหรือทยอยจ่าย แล้วก็ย้ำว่า….แต่เท่าที่รู้บริษัทมีการสำรองจ่ายในส่วนนี้ไว้แล้ว

หมายความง่ายๆ ว่า AOT จะต้องจ่ายงวดเดียวหมด

ประเด็นคือถ้าจ่ายรวดเดียวหมด กำไรของ AOT จะต้องลดวูบวาบลงไม่ไตรมาสใดก็ไตรมาสหนึ่งในอนาคตอันใกล้

เรื่องนี้ นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT ก็ดูเหมือนจะรับสภาพในช่วงแรก เพราะบวกแต่เพียงข้อมูลทางเทคนิคว่า ในงบปี 2561 นี้ กรมธนารักษ์เก็บค่าเช่าที่ราชพัสดุ แบบส่วนแบ่งรายได้ (Revenue sharing) ในอัตราเดิม 5% และจะมีการเก็บเพิ่มที่คิดในแบบผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (Return on Assets : ROA) ทั้งนี้ AOT เหลืออายุเช่าที่ราชพัสดุในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอีก 15 ปี หรือหมดอายุในปี 2575

ข่าวดังกล่าวเป็นข้อมูลเชิงลบอย่างไม่ต้อสงสัย ทำให้เมื่อมีข่าวออกมา ราคาหุ้น  AOT จึงวูบวาบทันที ต้องตรวจสอบกันให้วุ่นวาย

ก่อนที่จะได้ข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้นว่า อัตราค่าเช่าใหม่จะแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ประกอบด้วย ก.พื้นที่ที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ หรือ Non-commercial ตามกฎมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยของ ICAO กรมฯจะไม่คิดค่าเช่าในบริเวณดังกล่าว หรือ 0% เรียกว่าฟรีโซน

ข.พื้นที่เชิงพาณิชย์ หรือ Commercial จะคิดอัตราค่าเช่าใหม่ อัตราผลตอบแทนต่อทรัพย์สิน (ROA) ที่ 4% (จากเดิมคาดว่าจะคิดที่ 5%)

ยัง…. ยังชัดไม่พอ จนกระทั่งผู้บริหารของ  AOT ออกมาแถลงชี้แจงว่า คณะกรรมการบริษัทในวันที่ 20 กันยายน เห็นชอบการปรับอัตราค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุที่แปลงสุวรรณภูมิเพิ่มเติม มีรายละเอียดที่สุด….ของที่สุด

ในประเด็นการคำนวณค่าตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี (รอบปีงบประมาณ 2556-2560) นั้น ให้คำนวณตามฐานของสัญญาเดิมปรับเพิ่มขึ้น….ตามค่าเฉลี่ยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป…แต่หากบางปีที่การปรับดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปติดลบ ให้ปรับค่าดังกล่าวเป็นศูนย์ ซึ่งจะทำให้บริษัทต้องชำระค่าตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี ตามจำนวนเงินที่คำนวณ โดยวิธีดังกล่าวประมาณไม่เกิน 1,400 ล้านบาท โดยบริษัทจะชำระค่าตอบแทนเพิ่มเติมให้แก่กรมธนารักษ์ภายในวันที่ 30 กันยายนนี้

สำหรับค่าเช่ารายปีใหม่ในช่วง 5 ปีข้างหน้า (ปีงบประมาณ 2561-2565) ให้คำนวณค่าตอบแทนจากมูลค่าทรัพย์สิน (ROA) เพิ่มเติมจากวิธีการส่วนแบ่งรายได้ (Revenue Sharing) โดยแบ่งประเภททรัพย์สิน เป็นทรัพย์สินที่เป็น Commercial จะคิด ROA ร้อยละ 3 ของมูลค่าทรัพย์สิน ส่วนทรัพย์สินที่เป็นพาณิชย์บริการ (Free Zone) จะคิด ROA ร้อยละ 0.01 ของมูลค่าทรัพย์สิน และพื้นที่ว่างเปล่าที่จะนำไปพัฒนาโครงการใหม่เฉพาะ Commercial จะคิด ROA ร้อยละ 2 ของมูลค่าทรัพย์สิน

ทั้งนี้ ข้อตกลงระบุว่า ให้เริ่มใช้หลักเกณฑ์การคำนวณค่าตอบแทนแบบ ROA ในการกำหนดอัตราค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์เพิ่มเติม ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2561 เป็นต้นไป โดยค่าตอบแทนเพิ่มเติมในปีงบประมาณ 2561 เป็นเงินประมาณ 900.27 ล้านบาท/ปี จากนั้นให้ปรับปรุงค่าตอบแทนร้อยละ 9 ของอัตราค่าตอบแทนเดิมทุก 3 ปี

รายละเอียดชัดเจนที่ออกมา ทำให้ “เสือปืนไว” อย่างนักวิเคราะห์หุ้น พากันออกมาระบุเป็นเสียงเดียวกันว่า จะกระทบต่อผลการดำเนินงานในระยะสั้นเท่านั้น และบริษัทจะสามารถผลักภาระได้ จากการปรับขึ้นราคาพื้นที่เช่า และรับส่วนแบ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากสัมปทานดิวตี้ฟรี ตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งได้รวมไว้ในประมาณการแล้ว

จากนั้นก็มีรายการ “ฟันธง” ชี้ว่า ราคาเป้าหมาย จะต้องอยู่ที่เหนือกว่า 60.00 บาท

งานนี้เมื่อมีการสอบถามข้อมูลใหม่จากท่านอธิบดีธนารักษ์ นายพชร ก็ได้รับคำตอบใหม่ว่า เดิมทีนั้นกรมฯต้องการยืนยันตัวเลข 4 พันล้านบาท แต่พอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการร่วม….แพ้เสียงข้างมาก ที่ประชุมยืนยันปรับตัวเลขลง เพราะ AOT ได้รับผลกระทบมาแล้วหลายด้าน เช่นน้ำท่วมใหญ่ ปิดสนามบิน นักบินสไตรค์

ดังนั้น จึงสามารถลดหย่อนให้ได้….ทำให้ท้ายสุด ตัวเลขที่ลดลงมาเหลือแค่ 1.4 พันล้าน

แบ๊ะ..แบ๊ะ…แบ๊ะ 

เข้าล็อก AOT พอดี

อิ อิ อิ