SET ไซด์เวย์ขาขึ้น เคาะ 17 หุ้นร้อน พื้นฐานแน่น เป้าเงินทุนไหลเข้า

ดัชนีหุ้นไทย (SET) วันนี้ ยังอยู่ในกรอบ Sideway ขาขึ้นเนื่องจากภาพรวมตลาดต่างประเทศยังดีอยู่ การลงทุนเน้นหุ้นขนาดใหญ่พื้นฐานแข็งแกร่ง ที่เป็นเป้าหมายการไหลเข้าของกระแสเงินทุนต่างชาติ รวมไปถึงเม็ดเงิน LTF ปลายปี

ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์รายงาน เช้านี้ ณ เวลา 9.45 น. ค่าเงินบาทอยู่ที่ 33.11 บาทต่อเหรียญ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังดัชนีดาวโจนส์ S&P500 และ Nasdaq ต่างปิดทำนิวไฮเมื่อคืนนี้ ขานรับรายงานการประชุมประจำเดือนก.ย.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ระบุว่า เจ้าหน้าที่เฟดมีความเห็นที่แตกต่างกันในประเด็นเงินเฟ้อ โดยเจ้าหน้าที่หลายคนมองว่าเฟดควรประเมินสถานการณ์เงินเฟ้อก่อนที่จะตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้ ซึ่งรายงานดังกล่าวได้ช่วยลดกระแสคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.

นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทย (SET) วันนี้ ยังอยู่ในกรอบ Sideway ขาขึ้นเนื่องจากภาพรวมตลาดต่างประเทศยังดีอยู่ การลงทุนเน้นหุ้นขนาดใหญ่พื้นฐานแข็งแกร่ง ที่เป็นเป้าหมายการไหลเข้าของกระแสเงินทุนต่างชาติ รวมไปถึงเม็ดเงิน LTF ปลายปี หุ้นเด่นเลือก BBL, SCB, KTB, PTT, KBANK, CPALL, CPN, BEAUTY, AMATA, WHA, TICON, ESSO, CK, STEC, UNIQ, HMPRO และ ROBIN

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทิสโก้ เปิดเผยถึงตลาดหุ้นไทยเช้านี้ (12 ต.ค.) คาดว่าจะแกว่ง Sideway ถึง Sideway up เนื่องจากตลาดหุ้นต่างประเทศยังดีอยู่ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ต่างปรับตัวขึ้นกัน ภายหลังจากที่รายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในครั้งก่อน มีการส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงเดือนธันวาคมอยู่ แต่จะเห็นได้ว่าโทนไปในทางผ่อนปรนมากขึ้น เนื่องจากยังมีความกังวลเงินเฟ้อที่ยังต่ำอยู่ ทำให้เช้านี้เงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าลง และราคาน้ำมันยังปรับตัวขึ้นด้วย

ทั้งนี้ ปัจจัยในประเทศที่จะต้องติดตามเป็นเรื่องการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในงวดไตรมาส 3/60 เริ่มที่กลุ่มแบงก์ โดยทาง TISCO ประกาศออกมาแล้วเมื่อวานนี้ ส่วนนอกประเทศวันนี้ให้ติดตามดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐฯ และให้ติดตามวาทะของประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่จะให้ความเห็นนโยบายเศรษฐกิจการเงิน รวมถึงการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ให้ติดตามการส่งสัญญาณเรื่องอัตราดอกเบี้ย พร้อมให้แนรับ 1,710-1,705 จุด ส่วนแนวต้าน 1,720-1,725 จุด

บล.ธนชาต ระบุในบทวิเคราะห์ (12 ต.ค.) รายงานการประชุม Fed เดือน ก.ย.แม้สมาชิกบางส่วนกังวลกังเงินเฟ้อที่ยังต่ำ แต่ยังคาดว่าการขึ้นดอกเบี้ยจะยังดำเนินต่อไป ล่าสุด implied fed fund futures การขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.อยู่ที่ 76-77% แม้ SET ปรับสูงขึ้นเร็ว แต่คงมุมมองบวกต่อไปในระยะสัปดาห์ เป้าหมาย 1,740 จุด ต่อไป จาก 1) แรงหนุนจากกองทุน LTF ปลายปี 2) การปรับประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนของ Bloomberg Consensus ต่อเนื่อง 3) การเมืองมีเสถียรภาพต่อ ขณะที่การเลือกตั้งปลายปี 2018 หนุน sentiment “บวก”

การลงทุนแนะนำกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่พื้นฐานแข็งแกร่ง เป็นเป้าหมายการไหลเข้าของกระแสเงินทุนต่างชาติ รวมไปถึงเม็ดเงิน LTF ปลายปี แนะนำ “ซื้อ” PTT KBANK CPALL CPN 2) “ซื้อ” กลุ่มค้าปลีก SSSG กลับมาเติบโตใน 3Q17 แนะนำ “ซื้อ” BEAUTY CPALL HMPRO และ ROBIN (ปรับกำไรขึ้น 3-4% ในปี 2017 – 18 มอง PE18 23.5 เท่า ต่ำเป็นอันดับ 3 ในกลุ่ม) และ 3) “ซื้อ” ผลดี EEC และกำไร 3Q17 แข็งแกร่ง : “ซื้อ” AMATA ESSO

บล.แอพเพิล เวลธ์ ระบุในบทวิเคราะห์ (12 ต.ค.) ประเมินทิศทางดัชนี SET ยังอยู่ในกรอบ Sideway Up โดยมีแนวรับหลักที่ 1,690 – 1,700 จุด โดยมีแนวต้าน 1,720 – 1,730 จุด แนะนำทยอยซื้อเมื่อดัชนีอ่อนตัว เนื่องจากระยะสั้น Fair Value ของตลาดเริ่มตึงตัวที่ระดับ Forward P/E สุงกว่า 17 เท่า แนะนำซื้อกลุ่มธนาคาร BBL, KBANK, SCB, KTB / นิคมฯ AMATA, WHA, TICON / กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง CK, STEC, UNIQ