BEAUTYแจ่ม!Q3ฟันกำไรทะลุ348ลบ. ส่งซิกงบฯQ4โตเด่นรับผลดี”ช้อปช่วยชาติ”

BEAUTYแจ่ม! Q3/60 ฟันกำไรทะลุ 348 ลบ. ส่วนงวด 9 เดือนทุบสถิตินิวไฮต่อเนื่อง ส่งซิกงบฯ Q4/60 โตโดดเด่น รับผลดีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ “ช้อปช่วยชาติ” ดันยอดขายทะลัก พร้อมลุยขยายสาขา-ตัวแทนจำหน่ายตปท.เพิ่ม

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจข้อมูลบทวิเคราะห์ของบริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ BEAUTY หลังบริษัทประกาศผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 3/60 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง จากยอดรายได้และความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ทำได้ดีขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่ผู้บริหาร BEAUTY มั่นใจว่าผลประกอบการในไตรมาส 4/60 ของบริษัทจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากได้รับอานิสงส์มาตรการช้อปช่วยชาติเข้ามากระตุ้นการซื้อขายของผู้บริโภคมากขึ้น รวมถึงเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจอีกด้วย

ทั้งนี้ ราคาหุ้น BEAUTY ปิดตลาดวานนี้ (13 พ.ย.60) อยู่ที่ 19.60 บาท บวก 2.40 บาท หรือ 13.95% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1.71 พันล้านบาท

 

โดยนายแพทย์สุวิน ไกรภูเบศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BEAUTY เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจในช่วงไตรมาส 4/60 น่าจะคึกคักและยังคงเติบโตในระดับที่ดีต่อเนื่อง จากปัจจัยสนับสนุนที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกมาตรการช็อปช่วยชาติ ซึ่งช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศและบริษัทมีกลยุทธ์ขยายช่องทางการจำหน่ายทุกรูปแบบ

โดยทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อเข้าถึงลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ การออกโปรโมชั่นต่าง ๆ จัดกิจกรรมกับลูกค้าสมาชิก เพื่อกระตุ้นยอดขาย ทั้งนี้มั่นใจว่ารายได้รวมปี 60 จะเติบโตตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ไม่ต่ำกว่า 3.1 พันล้านบาท และรักษาอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ระดับไม่ต่ำกว่า 20%

ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีจำนวนสาขาในประเทศทั้งสิ้น 340 สาขา แบ่งเป็น BEAUTY BUFFET 258 สาขา BEAUTY COTTAGE  73 สาขา BEAUTY MARKET 9 สาขา  อีกทั้งยังมีจุดขาย ณ คิง พาวเวอร์  8 สาขา 22 จุดจำหน่าย  และวางจำหน่ายสินค้าผ่านร้าน 7-ELEVEN จำนวน  950  สาขา

ส่วนตลาดต่างประเทศ ปัจจุบันจำนวนสาขาที่เป็น Independent shop มีทั้งสิ้น 19 สาขา โดยอยู่ในประเทศเวียดนาม16 สาขา และในประเทศฟิลิปปินส์ 3 สาขา โดยล่าสุดเมื่อเดือนกันยายน 2560  ที่ผ่านมาได้เปิดสาขา 3 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ณ Uptown  Mall และมีแผนขยายสาขาในประเทศฟิลิปปินส์เพิ่มอีก 4สาขา

นอกจากนี้มีแผนเพิ่มตัวแทนจำหน่ายในรูปแบบของ non-exclusive  distributor ใน 3 ประเทศ คือ เมียนมา ลาว และกัมพูชา ซึ่งขณะนี้ได้แต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในเมียนมาเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ในลาวและกัมพูชาอยู่ระหว่างการพิจารณาคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1 ปี 2561

ส่วนสาขาที่เป็น รูปแบบ Shop in shop ปัจจุบันมีอยู่ใน 3 ประเทศ รวม 131 สาขา ประกอบด้วย ฮ่องกง 93 สาขา อินโดนีเซีย 19 สาขา ไต้หวัน 19 สาขา ซึ่งทุกแห่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี

 

ด้าน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” BEAUTY ราคาเป้าหมาย 21 บาทต่อหุ้น โดย BEAUTY รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/60 ที่ 348 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.6% เทียบจากปีก่อนและ 27.5% เทียบจากไตรมาสก่อน และสูงกว่าที่บล.เคทีบี (ประเทศไทย) คาดไว้

ทั้งนี้มองว่าแนวโน้มไตรมาส 4/60 ดีต่อเนื่อง ส่งผลมาจากฐานกำไรสุทธิที่ต่ำในไตรมาส 4/59 จากช่วงไว้ทุกข์ และการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ อีกทั้งเข้าสู่ช่วงไอซีซั่นของการท่องเที่ยว และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐส่งผลบวกต่อรายได้ของ BEAUTY

โดยคาดว่ารายได้ไตรมาส 4/60 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ อยู่ที่ 1.31 พันล้านบาท โต 87.8% เทียบจากปีก่อน และโต 23.6% เทียบจากไตรมาสก่อน และคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 4/60 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ อยู่ที่ 361 ล้านบาท โต 102.9% เทียบจากปีก่อน และ 3.7% เทียบจากไตรมาสก่อน

ทั้งนี้ SSSG ยังคงเติบโตแข็งแกร่งอยู่ที่ 18.57% ในไตรมาส 3/60 เทียบกับ 20.8% ในไตรมาส 2/60 ส่งผลจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เติบโตถึง 21.2% เทียบจากปีก่อน โดย 30% ของรายได้ของบริษัทฯมาจากตลาดจีน ซึ่ง 60-65% เป็นนักท่องเที่ยวจีน ส่วนที่เหลือเป็นผู้ค้าส่งจากประเทศจีน

สำหรับปี 60 คงประมาณการกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.15 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 75.2% เทียบจากปีก่อนและในปี 61 อยู่ที่ 1.54 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.3% เทียบจากปีก่อน

นอกจากนี้ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ชอบแผนการขยายธุรกิจไปในตลาดต่างประเทศของบริษัท ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการเติบโตระยะยาว ซึ่งเชื่อว่า BEAUTY ควรเทรดที่ premium เมื่อเทียบกับ Thailand retail peers เนื่องจากกำไรสุทธิที่เติบโตโดดเด่น 29.5-75.2% ในปี 2017-19E ปัจจุบัน BEAUTY มี PEG ที่ 0.86x 2017 และอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ 2.2%

 

อนึ่ง ผลประกอบการไตรมาส 3/60 ของ BEAUTY มีรายได้รวมอยู่ที่ 1.06 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.07% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 348.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

ส่วนผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกปีนี้ สามารถทำนิวไฮอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวม 2.64 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.13%  จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 821.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71.69% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ผลประกอบการปรับตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจากผลิตภัณฑ์ของทุกแบรนด์ได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้าทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นอย่างมาก และมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆให้ครอบคลุมต่อความต้องการของกลุ่มลูกค้า ประกอบกับบริษัทได้มีการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายครบทุกช่องทาง จึงส่งผลให้ยอดจำหน่ายปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกช่องทาง

โดยเฉพาะช่องทาง E-Commerce มียอดขายปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุด 112% คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 4.30% ของรายได้รวม และช่องทางต่างประเทศได้มีการขยายตลาดไปในกลุ่มประเทศ CLMV และเอเชียต่อเนื่อง มียอดขายปรับตัวเพิ่มขึ้น 216% คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 13.42 % ของรายได้รวม และยอดขายต่อสาขาเดิม (Same Store Sales Growth ) มีอัตราการเติบโต 18.57 %

คำค้น