สแกน 20 หุ้นตัวท็อปโชว์กำไร Q3 แจ่ม! แถม Q4 โตต่อเนื่อง

สัปดาห์นี้ถือเป็นโค้งสุดท้ายของการประกาศงบไตรมาส 3/60 และจากแรงขายทำกำไร Sell on Fact ที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อนทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะเริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามา และเชื่อว่าจะสามารถชดเชยกับแรงขาย Sell on Fact ในกลุ่มหุ้นที่จะรายงานงบในสัปดาห์นี้ อีกทั้งในสัปดาห์นี้จะมีงาน SET In the City 16 - 19 พ.ย. 60 ซึ่งคาดว่าจะเกิดคำสั่งซื้อใน LTF ซึ่งจะเป็นตัวช่วยให้ SET Index ฟื้นตัวได้อีกครั้ง

สัปดาห์นี้ถือเป็นโค้งสุดท้ายของการประกาศงบไตรมาส 3/60 และจากแรงขายทำกำไร Sell on Fact ที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อนทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะเริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามา และเชื่อว่าจะสามารถชดเชยกับแรงขาย Sell on Fact ในกลุ่มหุ้นที่จะรายงานงบในสัปดาห์นี้ อีกทั้งในสัปดาห์นี้จะมีงาน SET In the City 16 – 19 พ.ย. 60 ซึ่งคาดว่าจะเกิดคำสั่งซื้อใน LTF ซึ่งจะเป็นตัวช่วยให้ SET Index ฟื้นตัวได้อีกครั้ง

ดังนั้น “ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” จึงทำการรวบรวมหุ้นที่น่าลงทุนหลังประกาศงบไตรมาส 3/60 ออกมาอย่างโดดเด่น และคมีแนวโน้มโตต่อเนื่องในไตรมาส 4/60 เพื่อเป็นอีกกลยุทธ์ในเข้าการลงทุน ขณะเดียวกันเป็นถือโอกาสสะสมหุ้นที่ผลประกอบการดีแต่อ่อนตัวก่อนหน้านี้ โดยหุ้นที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าวคัดเลือกมาจากบทวิเคราะห์ของ บล.บัวหลวง และบล.กสิกรไทย ซึ่งระบุเอาไว้ในบทวิเคราะห์ และให้ราคาเป้าหมายที่น่าสนใจ

โดยหุ้นที่คัดเลือกมีทั้งหมด 20 ตัว ประกอบด้วย TISCO, AEONTS, HMPRO, TCAP, PTTGC, IVL, COM7, MTLS, GUNKUL, STEC, ROBINS, MEGA, WHA, COL, TPOLY, GIFT, JMART, PYLON, ERW และ BEAUTY ซึ่งบทวิเคราะห์ได้ระบุไว้ดังนี้

บล.บัวหลวง ระบุในบทวิเคราะห์ว่า คงกลยุทธ์สะสมหุ้นเมื่ออ่อนตัว โดยเฉพาะยสยสกลุ่มหุ้นที่แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 4/60-ปี 2561 ดีขึ้นตามพัฒนาการพื้นฐานในประเทศที่แข็งแกร่ง สำหรับมุมมองในไตรมาส 4/60 คาดมี 11 บริษัทที่ประเมินว่ากำไรจะเติบโตต่อเนื่องเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนและเทียบไตรมาสก่อนหน้าประกอบด้วย MEGA, ROBINS, WHA, COL, TPOLY, GIFT, JMART, STEC, PYLON, ERW และ BEAUTY

 

บล.กสิกรไทย ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ติดตามการประกาศ MSCI Semi-Annual Index Review ซึ่งจะทราบผลเช้าวันที่ 14 พ.ย. และจะมีผลบังคับใช้ ณ ราคาปิดของวันที่ 30 พ.ย.60 (อ้างอิงจาก Daily View ภาคบ่ายของวันที่ 10 พ.ย.60)

โดยมีความเป็นไปได้สูงที่ SAWAD จะถูกย้ายจาก MSCI Global Small cap ไปเข้าคำนวณใน MSCI Global Standard เนื่องจากขนาด Market Cap ที่ใหญ่มากขึ้นของ SAWAD กว่า 26% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาสู่ 7.23 หมื่นล้านบาท ซึ่งมากกว่า KCE ที่มี Market Cap 4.91 หมื่นล้านบาทและเพิ่งถูกนำเข้าคำนวณในรอบที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังมีโอกาสที่ IVL จะถูกปรับเพิ่มน้ำหนักการคำนวณ จากระดับ Market Cap ที่เพิ่มมากกว่า 43% ในช่วง 3 เดือนทีผ่านมา สู่ระดับ 2.57 แสนล้านบาท

โค้งสุดท้ายของการประกาศผลประกอบการแรงกดดันที่มีต่อ SET Index จะเบาลง คาดว่าดัชนีจะไม่ลงไปต่ำกว่าแนวรับ 1,680 จุด : เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส 3/60 ซึ่งยังเหลืออีก 297 บริษัท 38% ของขนาด Market Cap

หลังจากที่มีการรายงานผลประกอบการกันไปแล้ว 251 บริษัท กำไรรวมของตลาดจะอยู่ที่ 1.52 แสนล้านบาท +14.72% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน (ไม่รวมบริษัทที่เพิ่งเข้ามาซื้อขายใน SET ในปีนี้) กำไรในภาพรวมที่โตขึ้นทำให้การ Sell on Fact ที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จะเป็นเพียงแค่การขายเพื่อทำกำไรเท่านั้น

โดยมีความเป็นไปได้ที่จะเริ่มมีแรงซื้อกลับในกลุ่มหุ้นที่ถูกขายไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ชดเชยกับแรงขาย Sell on Fact ในกลุ่มหุ้นที่จะรายงานงบในสัปดาห์นี้ ซึ่งทำให้แรงกดดันต่อ SET Index ในสัปดาห์นี้จะไม่มากเท่าสัปดาห์ก่อน Downside ของตลาดจากเรื่องการประกาศงบจึงมีจำกัด

นอกจากนั้นในสัปดาห์นี้จะมีงาน SET In the City 16-19 พ.ย.60 ซึ่งคาดว่าจะทำให้เกิดคำสั่งซื้อ LTF และจะเป็นตัวช่วยให้ SET Index สามารถยืนเหนือระดับ 1,680 จุด KS Research คงคำแนะนำให้เข้าซื้อเพิ่ม ณ ระดับ 1,680 จุด เพื่อรอขายทำกำไรที่ 1,760 จุด ซึ่งคาดว่าจะทดสอบได้ภายในต้นปีหน้า (ม.ค.2561)

หลังจากที่หลายบริษัทมีการประกาศผลประกอบการกันไปแล้ว เป็นที่น่าสังเกตว่าบริษัทที่มีการรายงานกำไรสุทธิโตโดดเด่นและมีแนวโน้มที่กำไรจะโตต่อเนื่องในงวดไตรมาส 4/60 นอกจากจะรอดพ้นจากแรงขาย Sell on Fact แล้ว ยังมีแรงซื้อหนุนและสามารถที่จะปรับเพิ่มขึ้นต่อได้

KS Research ทำการคัดเลือกบริษัทที่จะมี Earning Momentum กำไรดีในงวดไตรมาส 3/60 (รายงานไปแล้ว) และจะดีต่อเนื่องในไตรมาส 4/60 ประกอบไปด้วย TISCO AEONTS HMPRO TCAP PTTGC IVL COM7 MTLS GUNKUL STEC ROBINS โดยเลือก IVL MTLS GUNKUL เป็น Top Pick ของวันนี้

 

*ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้นเป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำหรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตามล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน