เลือกเก็บ 10 หุ้นตัวท็อป SET ยังไม่พ้นช่วงพักฐาน

ดัชนีหุ้นไทย (SET) วันนี้ยังมีแนวโน้มพักฐานต่อเนื่อง ขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่ยังให้น้ำหนักต่อผลการดำเนินงานไตรมาส 3/60 ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญแนะนำให้ติดตามความคืบหน้าของแผนปฏิรูปภาษีของสหรัฐฯต่อไป รวมถึงประเด็นการเมืองในอังกฤษ

ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ รายงาน เช้านี้ ณ เวลา 9.30 น. ค่าเงินบาทอยู่ที่ 33.04 บาทต่อเหรียญ ด้านตลาดหุ้นเอเชียผันผวน ขณะที่นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจจีน ได้แก่ ยอดค้าปลีกเดือน ต.ค., การผลิตภาคอุตสหกรรมเดือน ต.ค. และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเดือน ต.ค.

นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทย (SET) วันนี้ยังมีแนวโน้มพักฐานต่อเนื่อง ขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่ยังให้น้ำหนักต่อผลการดำเนินงานไตรมาส 3/60 ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญแนะนำให้ติดตามความคืบหน้าของแผนปฏิรูปภาษีของสหรัฐฯต่อไป รวมถึงประเด็นการเมืองในอังกฤษ หุ้นเด่นเลือก STANLY, BEAUTY, CPALL, BANPU, HANA, RJH, WHA, WHAUP, ESSO และ AAV

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทิสโก้ เปิดเผยถึงตลาดหุ้นไทยเช้านี้ (14 พ.ย.) คาดว่าจะแกว่งสร้างฐานในระดับ 1,680 จุดได้ โดยมองแนวนี้ค่อนข้างแข็งแกร่ง เหตุนักลงทุนต่างชาติยังขายออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เฉพาะตลาดบ้านเรา แต่หลายตลาดในภูมิภาคมีแรงขายออกมาเช่นเดียวกัน

ส่วนผลประกอบการงวดไตรมาส 3/60 ออกมาคละเคล้าทั้งดีและไม่ดี ใกล้สิ้นสุดการประกาศงบฯแล้ว ดังนั้นอาจจะเป็นแรงกระตุ้นให้เกิด Sell on fact ได้ อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นแรงซื้อจากองทุน LTF-RMF เข้ามาบ้างแล้ว และยังคาดหวังงาน SET in the City จะช่วยหนุนตลาดฯ

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวกและลบกระจายตัว ติดตามความคืบหน้าของแผนปฏิรูปภาษีของสหรัฐฯต่อไป และให้มองไปที่ประเด็นการเมืองในอังกฤษด้วย พร้อมให้แนวต้านไว้ที่ 1,695 – 1,700 จุด

บล.ธนชาต ระบุในบทวิเคราะห์ (14 พ.ย.) ว่า SET ยังมีแนวโน้ม “พักฐาน” ต่อเนื่องโดยนักลงทุนส่วนใหญ่ยังให้น้ำหนักต่อผลการดำเนินงาน 3Q17 และเน้นกลยุทธ์ “Selective” รายตัว โดยภาพรวม SET จะมีสัญญาณ “กลับตัว” ก็ต่อเมื่อสามารถกลับมายืนได้เหนือ 1,700 จุด ขณะที่ MSCI ประกาศ rebalance ดัชนีอ้างอิงเริ่ม 30 พ.ย.คาดมีแรง “ซื้อ” หุ้นที่เพิ่มเข้ามาในดัชนี อย่าง GGC ORI VNT WHAUP (กำไร 3Q17 ดีกว่าคาด) และระวังตัวที่ถูกถอดออก ได้แก่ AIRA GPSC NYT SNC STPI THRE สำหรับ BEC ถูกลดชั้น เป็น Small Cap Index

1) “ซื้อ” STANLY มองเป็นทั้ง growth และ value play จากแนวโน้มการผลิตรถยนต์ฟื้นตัว, ส่วนแบ่งตลาดเพิ่ม, และความซับซ้อนผลิตภัณฑ์สูงขึ้นหนุนอัตรากำไร ลดคู่แข่งรายใหม่ คาดกำไรเติบโต 20 – 24% ในปี 2018 – 19 ที่ PE18 11.3 เท่า และ PBV18 1.2 เท่า “ไม่แพง”

2) “ซื้อ” กลุ่มหุ้นที่กำไร 3Q17 ออกมาดี อย่าง BEAUTY, CPALL (กำไร 4Q17 จะแข็งแกร่งต่อจากการบริโภคฟื้น), BANPU (กำไร 4Q17 จะดีต่อราคาถ่านหินหนุน) HANA, RJH, WHA, WHAUP (ถูกเพิ่มใน MSCI Global Small Index สิ้นเดือนนี้), ESSO (แนะนำซื้อที่แนวรับ 13.3 – 13.4)

บล.แอพเพิล เวลธ์ ระบุในบทวิเคราะห์ (14 พ.ย.) แนะนำ Wait & See หากดัชนี SET ยังไม่สามารถทรงตัวได้ที่ระดับ 1,700 จุด โดยมีแนวรับ 1,670 – 1,680 จุด แนะนำซื้อ AAV (FV@7.40) คาดการณ์ผลประกอบการ Q4/60 ฟื้นตัวจากช่วง High Season