SQ ตุนแบ็คล็อกแน่น 3.6 หมื่นลบ. แจงQ3พลิกขาดทุน เหตุเป็นLow Season

SQ ตุนแบ็คล็อกแน่นเกิน 3.6 หมื่นลบ. ลุ้นคว้างานเหมืองแม่เมาะ9 คาดรู้ผลธ.ค.นี้ พร้อมแจง Q3/60 พลิกขาดทุน 42 ล้านบาท จากปีก่อนมีกำไร 12 ล้านบาท เหตุเป็นช่วง Low Season ด้าน บล.เมย์แบง กิมเอ็ง (ประเทศไทย) แนะถือ ให้เป้า 7.25 บาท คาดกำไร Q4/60 ฟื้นตัว

นายศาศวัต ศิริสรรพ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สหกล อิควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SQ เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีปริมาณงานในมือคงเหลือประมาณ 36,110 ล้านบาท (ณ สิ้นสุด 30 กันยายน 2560) รองรับการรับรู้รายได้ประมาณ 10 ปี โดยเป็นงานโครงการแม่เมาะ 8 มูลค่าประมาณ 20,650 ล้านบาท

รวมทั้งโครงการหงสาที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มูลค่าประมาณ 10,160 ล้านบาท งานโครงการแม่เมาะ 7 มูลค่าประมาณ  1,630 ล้านบาท และงานเหมืองแร่ดีบุกเมืองเฮนดา สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่ามูลค่างานประมาณ 3,672 ล้านบาทซึ่งคาดว่าจะดำเนินงานได้ในช่วงไตรมาส 1 ปีหน้า

ทั้งนี้บริษัทได้ยื่นประมูลโครงการแม่เมาะโครงการที่ 9 ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 40,000 ล้านบาท หากบริษัทฯ ชนะการประมูล บริษัทฯจะมีปริมาณงานในมือเพิ่มขึ้นกว่า 100% เป็นมากกว่า 76,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทราบผลการประมูลเร็วๆนี้

โดยบริษัทฯมีจุดแข็งจากการเป็นผู้นำด้านผู้รับเหมางานเหมืองแร่แบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและภูมิภาค CLMV มีประสบการณ์ด้านการทำเหมืองโดยเฉพาะในโครงการเหมืองแม่เมาะยาวนานมากกว่า 34 ปี

ผนวกกับความรู้และความชำนาญในการทำเหมืองของบุคลลากรทุกคนในองค์กร สามารถส่งมอบงานได้ดี  และยังครองส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 50% ขณะเดียวกัน ในโครงการแม่เมาะโครงการที่ 8 ซึ่งเป็นโครงการหลักของบริษัทฯในขณะนี้ ล่าสุดบริษัทฯคาดว่าจะสามารถติดตั้งระบบเครื่องจักรใหญ่ได้เร็วขึ้นจากกำหนดการเดิมตามสัญญา ที่จะเริ่มทำงานในไตรมาส 1 ปี 61

อนึ่ง ผลประกอบการช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ บริษัทมีรายได้ 2,486 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.4% จากรายได้ 1,989 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 349 ล้านบาท เติบโตถึง 138% จากกำไรสุทธิ 147 ล้านบาท

โดยในไตรมาส 3 จะมีผลขาดทุน 42 ล้านบาทจากปัจจัยฤดูฝนและอัตราค่าจ้างที่ต่ำลงก็ตาม โดยในงวด 9 เดือน รายได้และกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นเกิดจากปริมาณงานขุดขนดินของโครงการเหมืองแม่เมาะโครงการที่ 8 ที่ทำได้มากขึ้น เช่นเดียวกับรายได้จากโครงการเหมืองหงสา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่ได้ปริมาณงานเพิ่มขึ้น  จึงส่งผลให้บริษัทฯมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากการดำเนินงาน

สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 60 ซึ่งเป็นฤดูฝน เป็นช่วง Low Season ของทุกปี บริษัทมีรายได้รวมจากการให้บริการงานรับเหมาทำเหมืองแร่ทั้ง 3 โครงการรวม 554 ล้านบาท ลดลง 14% จากรายได้รวม 645 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่มีผลขาดทุนสุทธิ 42 ล้านบาท จากกำไรสุทธิ 12 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปัจจัยฤดูกาลเป็นช่วงฤดูฝนซึ่งปีนี้มีปริมาณฝนมากกว่าปีก่อน ทำให้มีความยากลำบากในการทำเหมือง

ประกอบกับอัตราค่าจ้างขุดขนดินในไตรมาสนี้ เริ่มใช้อัตราสำหรับการขุดขนดินโดยใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นอัตราที่ลดลงกว่าอัตราเดิมที่ใช้การขุดขนดินด้วยรถบรรทุกขนาดเล็ก ในขณะที่บริษัทฯ ยังต้องใช้การขุดขนดินด้วยรถบรรทุกขนาดเล็ก ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าจนกว่าบริษัทจะติดตั้งเครื่องจักรใหญ่ได้ ซึ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายในการขุดขนดินและถ่านหินลดลงอย่างมีนัยยะ

ด้าน นักวิเคราะห์ บล.เมย์แบง กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ถือ” ให้ราคาเป้าหมายเท่ากับ 7.25 บาท ด้วยวิธีส่วนลดกระแสเงินสด  ซึ่งยังไม่รวมโครงการแม่เมาะ 9 ถ้าหาก SQ ชนะโครงการแม่เมาะ 9 จะทำให้ราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 8.5-9 บาท จากปัจจุบันยังไม่ทราบผลโครงการแม่เมาะ 9 และราคาหุ้นขึ้นมาเกินเป้าหมาย

นอกจากนี้ SQ มีงานในมือสูงถึง 3.6 หมื่นล้านบาท รองรับรายได้ถึง 9-10 ปี  คาดผลประกอบการไตรมาสสี่จะกลับมาโดดเด่นใหม่ จากที่เข้าสู่ช่วงหน้าแล้งไม่มีฝนเป็นอุปสรรค  จึงคงประเมินกำไรในปีนี้ 518 ล้านบาท เติบโต 61% และ ปีหน้า 572 ล้านบาท เติบโต 10%

สำหรับโครงการเหมืองแม่เมาะ 9 มูลค่าโครงการประมาณ 4.02 หมื่นล้านบาท  มีบริษัทผ่านคุณสมบัติและเทคนิค สองราย คือ SQ และบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD  คาดจะทราบผลประมาณกลางธ.ค.นี้ ทั้งนี้ SQ ได้เปรียบรายอื่นๆ เนื่องจากมีประสบการณ์ในด้านการทำเหมืองมานาน สามารถส่งมอบงานได้ดี  และทางกฟผ.กำหนดต้องลงทุนเครื่องจักรหนัก ทำให้มูลค่าลงทุนสูงกว่า 7 พันล้านบาท ซึ่ง SQ จะใช้เครื่องจักรเก่าบางส่วน รวมถึงมีเครดิตที่ดีกับบริษัทชัพพลายเครื่องจักร

คำค้น