ของร้อน

*สาเหตุที่ทำให้ “โมนิก้า” ต้องจั่วหัวออกไปในโทนหนีตายขณะที่ไฟกำลังจะไหม้ ล้วนมาจากตัวเลขผลงานของบริษัทจดทะเบียนขนาดกลางและขนาดเล็กยังไม่เข้าตากรรมการ ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่ต่างทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกระเทียมดอง เลยกลายเป็นตัวแปรที่ทำให้ดัชนีกลิ้งไปกลิ้งมาตลอดทั้งสัปดาห์ เดี๊ยนถึงเชื่อว่า สัปดาห์นี้ก็คงมีรูปแบบการเล่นที่คล้ายกันพะยะค่ะ


เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*สาเหตุที่ทำให้ “โมนิก้า” ต้องจั่วหัวออกไปในโทนหนีตายขณะที่ไฟกำลังจะไหม้ ล้วนมาจากตัวเลขผลงานของบริษัทจดทะเบียนขนาดกลางและขนาดเล็กยังไม่เข้าตากรรมการ ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่ต่างทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกระเทียมดอง เลยกลายเป็นตัวแปรที่ทำให้ดัชนีกลิ้งไปกลิ้งมาตลอดทั้งสัปดาห์ เดี๊ยนถึงเชื่อว่า สัปดาห์นี้ก็คงมีรูปแบบการเล่นที่คล้ายกันพะยะค่ะ

*ด้วยเหตุนี้อย่าได้แปลกใจที่เห็นดัชนีพยายามทะยานขึ้นยืนเหนือ 1,700 จุดอีกรอบ เพราะหุ้นทีเด็ดยังเหลือแก๊ปให้วิ่งอีกเยอะพอสมควร แรงซื้อถึงไหลกลับเข้ามาอีกรอบ ดัชนีถึงขึ้นมายืนปิดที่ 1,709.38 จุด บวกไป 18.13 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.53 หมื่นล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นอีกหนึ่งช็อตที่นักเล่นคงคุ้นเคยเป็นอย่างดี และไม่ต้องบอกเล่าอะไรมากมาย (พูดบ่อยน่าเบื่อ) เพราะทุกคนรู้จังหวะเข้าทำเป็นอย่างดีแล้วนะซี

*วันนี้ถึงขอประเดิมกันที่หุ้นขนาดใหญ่สักนิดหน่อย ต่อจากนั้นขยับไปเม้าท์เรื่องร้อนๆ เพื่อทำให้นักเล่นได้รู้ความเป็นมาเป็นไปของหุ้นบางตัว ผนวกกับต่อมชอบเผือกของอีฉันมันสั่นรัวมากเหลือเกิน จึงขอระบายความใคร่ (อย่าคิดมาก) อยากรู้ ด้วยการถ่ายทอดเป็นตัวอักษร เพราะเวลานี้ทุกคนเคาะขวาเคาะซ้ายกันถนัดอยู่แล้ว แต่ที่ไม่ถนัดคงมีเฉพาะเรื่องชาวบ้านนั่นแหละ..จึงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเดี๊ยนเองนะฮะ

*หุ้นชุดแรกที่ “โมนิก้า” อยากเม้าท์ถึงในตอนนี้กลายเป็น AMATA แรงซื้อไหลเข้ามาไม่ขาดสาย จนหุ้นขึ้นมาปิดที่ 26.25 บาท บวกไป 1.45 บาท หรือขึ้นไป 5.85%  ด้วยมูลค่า 1 พันล้านบาท ล้วนเป็นอานิสงส์จากกำไรดี หุ้นก็เลยดีตามไปด้วย เมื่อบวกกับแรงซื้อของกองทุนที่ไหลเข้ามาไม่ขาดสาย สภาพของหุ้นถึงดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลมากกว่าปกติ บรรดาขาประจำถึงใส่กันแบบสุดซอยไปเลยไงล่ะค่ะ

*เช่นเดียวกับในรายของ TCAP มองจากมุมไหน ด้านไหน ก็ยังเป็นหุ้นที่น่าเล่นเหมือนเดิม โดยเฉพาะในยามที่กองทุนตัวแสบกระโจนเข้าใส่ทุกวัน น่าจะช่วยดันหุ้นวิ่งไปได้อีกไกลเลยทีเดียว คิดดูซิ!..วันนี้หุ้นเทรดบน P/E 9 เท่า ทั้งที่หุ้นตัวอื่นขึ้นไปเทรดบนค่าพี/อีที่สูงกว่าเจ้านี้ถึง 2 เท่า “โมนิก้า” ถึงมองราคาปิดที่ 56.50 บาท บวกไป 2.50 บาท หรือขึ้นไป 4.60% ด้วยมูลค่า 980 ล้านบาท เป็นจังหวะที่ลุยได้เต็มเหนี่ยวนะคะ

*ส่วนคนที่ชอบลุ้นเสียว “โมนิก้า” ขอแนะนำให้ไปดู JMART กระชากขึ้นแบบเนิบๆ จนล่าสุดขึ้นมายืนอยู่ที่ระดับ 20.30 บาท บวกไป 1.40 บาท หรือขึ้นไป 7.40% ด้วยมูลค่า 400 ล้านบาท มันเป็นช็อตที่ทำให้รู้ว่า เมื่อกระแสความเชื่อมาแรง บวกกับกำไรทำได้ค่อนข้างดี อะไรก็เอาไม่อยู่ทั้งนั้น วันนี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งทีเด็ดของบรรดาขาลุย อีกทั้งหุ้นก็เทรดบน P/E 26 เท่า ซึ่งดูไปแล้วก็ไม่สูงจนน่ากลัว จึงมีลุ้น “ร้องเฮ” กับ “ร้องโฮ” นะจ๊ะ

*อีกหนึ่งตัวที่น่ารักน่าลุ้นในเที่ยวนี้กลายเป็น TFG กระชากขึ้นมาปิดที่ 6.85 บาท บวกไป 0.40 บาท หรือขึ้นไป 6.20% ด้วยมูลค่า 280 ล้านบาท ก็เป็นช็อตที่ทำให้เดี๊ยนเห็นว่า ไก่ตื่นมีอาการเป็นอย่างไร และอาการไก่หงอยก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร “โมนิก้า” ถึงต้องถามแฟนคลับว่า กำไร 9 เดือนปี 2560 เท่ากับกำไรของทั้งปี 2559 และหุ้นก็ยังเทรดบนค่า P/E 22 เท่า ถือเป็นหุ้นที่น่าสนใจหรือเปล่า? เดี๊ยนเม้าท์เยอะเดี๋ยวหาว่า ชี้นำมากเกินไปนะคะ

*ส่วนรายที่ไม่น่าสนใจเลย คงต้องยกให้หุ้นฉาวแห่งปี GL ครองตำแหน่งไปครองแบบไร้คู่แข่ง เพราะการออกมาชี้แจงแต่ละครั้งมักเข้าเนื้อตัวเองเป็นประจำ “โมนิก้า” ถึงมองไม่เห็นแวลูของหุ้นตอนสุดท้ายจะเหลือเท่าไหร่? อีกทั้งยังมีเรื่องราวค้างคาใจหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องแบบนี้ บอกได้แค่ว่า การอ่อนตัวของหุ้นลงมาปิดที่ 7.95 บาท ลบไป 0.65 บาท หรือลงไป 7.50% ด้วยมูลค่า 116 ล้านบาท จึงไม่มีความหมายใดๆ ทั้งสิ้นนะจะบอกให้

*รายที่น่ากังวลถัดมากลายเป็น DCORP เพราะหาเรื่องควักเงินในกระเป๋าไปละลายทิ้งในต่างประเทศตลอดเวลา ก่อนหน้านี้ก็เตรียมควักเงินกว่า 200 ล้านไปลงทุนสวนสนุก ล่าสุดก็ควักเงินอีก 30 ล้านบาทไปซื้อหุ้นบริษัทที่ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลในประเทศฟิลิปินส์แบบนี้ “โมนิก้า” มองไม่ออกมันคุ้มค่ากับการลงทุนจริงเหรอ? ขนาดเจ้าพ่อถ่ายทอดสดอย่างทรูวิชั่นยังต้องใช้เงินเป็นพันล้าน เดี๊ยนถึงอยากให้แฟนคลับมองการออกข่าวพรรค์นี้ แล้วหุ้นตอบรับด้วยการวิ่งขึ้นมาปิดที่ 2.72 บาท บวกไป 0.30 บาท หรือขึ้นไป 12.40% มันเป็น “เกมหุ้น” หรือ “เกมธุรกิจ” กันแน่!

*อีกหนึ่งที่กลายเป็นที่เม้าท์ถึงมากในมุมของนักเล่นก็คือ RSP ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับขาใหญ่ทิ้งหุ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน จนถูกบรรดานักเล่นให้นิยาม “หุ้นทางใครทางมัน”  เดี๊ยนมองเป็นเกมที่จบลงเร็วเกินไป และทำให้ภาพของหุ้นดูไม่ดีเอาเสียเลย แถมยังทำให้นักเล่นเกิดอาการแหยงๆ ทั้งที่ตัวธุรกิจยังไปได้สวย และยังมีสตอรี่เด็ดนำออกมาโชว์ได้เรื่อยๆ แบบนี้ บอกได้แค่ว่า รอให้ขาใหญ่หยุด..เราค่อยลุย แม้ราคาปิดที่ 6.85 บาทดูไม่สูง แต่ก็เสียวนะคะ

*เช่นเดียวกับในรายของ ACAP กลายเป็นหุ้นที่มีความขมุกขมัวหลายเรื่อง จนนักเล่นเริ่มเกิดอาการเกร็งกันถ้วนหน้า แถมเจอการขยับตัวของหุ้นเป็นลักษณะ sideway down เป็นเวลาหลายเดือน “โมนิก้า” ถึงไม่แปลกใจที่ไม่มีใครกล้าเข้าไปไล่ซื้อ เพราะตามเข้าไปทีไร โดนสาดใส่เป็นประจำ หุ้นถึงลงมานอนกองอยู่กับพื้นที่ 15.30 บาท ลบไป 0.50 บาท หรือลงไป 3.16%..งานนี้ “น้องเค้ก” ต้องเร่งทำผลงานแล้วล่ะค่ะ

Back to top button