เกมทึ้งซากแพะ

เกมที่ขึ้นชื่อลือชาเพื่อแสดงความเป็นลูกผู้ชายบนหลังอานม้าของผู้คนในเอเชียกลางและถนนสายไหมทางบกครั้งโบราณ ที่ตกทอดมาถึงสังคมชนเผ่าอัฟกัน “ทึ้งซากแพะตาย” เคยเป็นต้นแบบของคำเรียกขานการที่บุคคลภายนอกสังคมเข้าแทรกแซงกิจการภายในที่ขัดแย้งกัน เป็นเกมที่ไร้ประโยชน์ แต่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นหลักทรัพย์ไทย ก็ยังปรากฏให้เห็นว่ายังมีเกมนี้เกิดขึ้น ท่ามกลางคำถามว่าคนที่มีบทบาทเกี่ยวข้องต้องการอะไรกันแน่


พลวัตปี 2017 : วิษณุ โชลิตกุล

เกมที่ขึ้นชื่อลือชาเพื่อแสดงความเป็นลูกผู้ชายบนหลังอานม้าของผู้คนในเอเชียกลางและถนนสายไหมทางบกครั้งโบราณ ที่ตกทอดมาถึงสังคมชนเผ่าอัฟกัน “ทึ้งซากแพะตาย” เคยเป็นต้นแบบของคำเรียกขานการที่บุคคลภายนอกสังคมเข้าแทรกแซงกิจการภายในที่ขัดแย้งกัน เป็นเกมที่ไร้ประโยชน์ แต่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นหลักทรัพย์ไทย ก็ยังปรากฏให้เห็นว่ายังมีเกมนี้เกิดขึ้น ท่ามกลางคำถามว่าคนที่มีบทบาทเกี่ยวข้องต้องการอะไรกันแน่

หลายปีก่อน มีกรณีศึกษาของการ “ทึ้งซากแพะตาย” เกิดขึ้นโด่งดังกับกรณีของซากบริษัท ปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PICNI ที่ถูกผู้ถือหุ้นใหญ่เดิมทิ้งกองหนี้มหาศาล และซากของธุรกิจ PICNI ที่ถูกผู้ตรวจสอบบัญชีไม่รับรองงบนับตั้งแต่สิ้นสุดปี 2554 เป็นต้น เพื่อขออำนาจการเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการใหม่ และเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อขอปรับโครงสร้างทางการเงินเพื่อกลับมาซื้อขายในตลาดหุ้นรอบใหม่ โดยใช้กลยุทธ์ทั้งบนดินและใต้ดินอย่างเอาเป็นเอาตาย

เหตุผลเบื้องหลังคือ ธุรกิจพลังงาน โดยเฉพาะธุรกิจแก๊ส ยังคงถูกเชื่อว่าเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง แม้จะมีส่วนต่างของผลกำไรไม่มากนักก็ตาม

กรณีดังกล่าวจบลงและรู้ผลใครชนะใครแพ้ไปแล้ว แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้ทำให้ PICNI ที่เปลี่ยนชื่อใหม่แล้ว กลับมาซื้อขายกันอีกครั้งได้

ล่าสุด เกมทึ้งซากแพะในกรณี บริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือ IEC ยังดำเนินต่อไป และไม่รู้ผลแพ้ชนะ แต่ดูเหมือนว่า ความยากง่ายของเกมนี้ จะไม่ยิ่งหย่อนกว่ากรณีของ PICNI เลย

ดังที่ทราบกันดี IEC นับตั้งแต่กลุ่มปูนซิเมนต์ไทย เมื่อกว่า 25 ปีก่อน ขายทิ้งออกมาให้กับ พันธมิตร สนธิ ลิ้มทองกุล – ทักษิณ ชินวัตร แล้วแต่งตัวเข้ามาในตลาดหุ้นไทย ก็เกิดปรากฏการณ์ “ผีพุ่งไต้” ที่สว่างวาบชั่วขณะ แล้วก็หมดอนาคตในเวลาไม่นาน เมื่อเศรษฐกิจฟองสบู่ไทยแตกในวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540

หลังจากนั้น IEC ก็ตกเป็นเหยื่อของเกม “ทึ้งซากแพะตาย” ที่มีผู้ถือหุ้นหน้าใหม่หมุนเวียนเปลี่ยนกันมาสร้างเรื่องให้ดูเหมือนว่าจะพลิกฟื้นซากแพะที่ตายแล้วให้กลับมีชีวิตใหม่ แต่จุดจบมักลงเอยแบบ “ฉายหนังซ้ำ” ด้วยหายนะตามมาเสมอ

นับแต่ปี 2557 บริษัทนี้มีการเพิ่มทุนทุกปี (ยกเว้นปี 2559) เหตุก็เพราะเงินสดในบริษัทมีไม่มากสำหรับทำโครงการลงทุนด้านพลังงานแบบ “เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน” ทั่วประเทศ นอกเหนือจากโครงการลงทุนผลิดอกออกผลไปแค่จิ๊บจ๊อย เช่น โรงงานผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลที่จังหวัดระยอง ที่ใช้เงินลงทุนจำนวน 663 ล้านบาท

การเพิ่มทุนซ้ำซาก โดยที่รายได้และกำไรของบริษัทไม่สอดรับกับวิศวกรรมการเงิน จนทำให้ส่วนผู้ถือหุ้นที่มีมากมายไม่มีประโยชน์…นอกจากนิยายน้ำเน่าเรื่องการสร้าง “วิมานเมฆ” อันเลิศลอย เพื่อเสริมปฏิบัติการสูบเงินจากตลาดหุ้นอีกครั้งหรือหลายครั้ง ก่อนที่บรรดาผีกระสือหุ้น จะจากไปโดยเหลือแต่ซากกิจการ

ปัจจุบัน IEC มีสภาพเป็นบริษัทเกือบเหลือแต่ซาก มีผู้ถือหุ้นกระจายตัวกันอย่างมากชนิด “เบี้ยหัวแตก” มีรายได้-กำไรไม่ชัดเจน เพราะไม่ได้ส่งงบการเงินมาต่อเนื่อง 5 ไตรมาสแล้ว นับตั้งแต่งวดสุดท้ายที่ส่ง คือไตรมาสแรก 2559 ซึ่งเป็นช่วงหลังจากนายภูษณะ สละโลกิยะไปบวชเล็กน้อย

ในขณะที่ เมื่อเร็วๆนี้ นายภูษณะ กับพวกก็ถูก ก.ล.ต.กล่าวโทษในคดียักยอกทรัพย์หลายกรรมหลายวาระ แต่คดียังไม่ถึงที่สุด

เมื่อไม่มีงบการเงินให้ดู ทำให้ IEC ถูกตลาดฯ ออกคำสั่งห้ามซื้อขายนานกว่า 1 ปีแล้ว แต่เร็วๆนี้ กลุ่มที่ต้องการเข้ามีอำนาจใหม่ ก็ต้องการใช้ความพยายามให้หุ้นกลับมาเทรดครั้งใหม่อีก เมื่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2560 ที่มีนายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นประธานกรรมการ มีมติอนุมัติให้เพิ่มทุนจดทะเบียน จำนวน 203,591,502,350 หุ้น พาร์หุ้นละ 0.01 บาท เสนอขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิม (RO) ในอัตราส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ที่ราคาหุ้นใกล้เคียงพาร์ 0.01 บาท หุ้นละ 0.0125 บาท กำหนดวันจองซื้อและชำระค่าหุ้นวันที่ 23-29 พ.ย. 60

การเพิ่มทุนดังกล่าว คาดว่าหากขายหุ้นได้หมดจะได้เงินสดเข้ากิจการ 2,544 ล้านบาท (โดยเป็นการกระทำหลังจากมติลดทุนจดทะเบียนหุ้นส่วนที่ยังไม่ได้จำหน่ายลง)

ความพยายามเพิ่มทุนนี้ กลุ่มผู้ถือหุ้นที่นำโดยนายทิศชวน นานาวราทร นักลงทุนขาใหญ่ ออกโรงคัดค้านแผนการเพิ่มทุน อ้างเหตุว่า 1) ทำไมต้องเพิ่มแบบ RO และ 2) ทำไมต้องเพิ่มเพราะส่วนผู้ถือที่มีอยู่ก็เยอะแยะ ซึ่งเสียงค้านดังกล่าว จะทำให้การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นวันที่ 20 ตุลาคมมีปัญญาสองด้านพร้อมกันคือ มีคนเข้าประชุมน้อยกว่าปกติ และในที่ประชุมอาจมีคนโหวตค้านมากกว่าผ่าน หรือทำให้คะแนนสัดส่วนคนโหวตผ่านต่ำกว่าเกณฑ์ที่บริษัทหรือกฎหมายกำหนด

ก่อนการประชุม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่สุด และหนึ่งในเจ้าหนี้รายสำคัญอย่าง นายโกมล จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งเป็นพ่อของประธานกรรมการและแสดงจุดยืนสนับสนุนการเพิ่มทุนด้วย จำต้องเลิกการเก็บตัวเงียบเชียบมาตลอด เข้าข่าย “เสือซุ่ม มังกรเร้นกาย” ได้ทำการออกโรงมาชี้ชวนให้ผู้ถือหุ้นที่เป็น “เสียงเงียบ” มาแสดงตน และรับฟังข้อมูลทั้งฝ่ายสนับสนุน และฝ่ายค้านการเพิ่มทุนรอบนี้

ผลลัพธ์คือ ที่ประชุมวิสามัญวันที่ 20 ตุลา ผ่านมติเพิ่มทุนไปด้วยเสียงข้างมากตามกฎหมาย แต่เรื่องยังไม่สามารถจบ เพราะกลุ่มที่คัดค้านการประชุมดังกล่าว ได้ยื่นเรื่องคัดค้านการรับจดทะเบียนหุ้นเพิ่มทุนใหม่ต่อนายทะเบียนของบริษัทมหาชนที่กระทรวงพาณิชย์ โดยอ้างถึงความไม่ชอบธรรมของการประชุม

ล่าสุด นายทะเบียนบริษัทมหาชน ยังไม่ยอมรับจดทะเบียน และอยู่ระหว่างการพิจารณาการรับจดทะเบียนเพิ่มทุนของ IEC ทำให้ IEC ต้องแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า หากนายทะเบียนบริษัทมหาชน มีคำสั่งไม่รับจดทะเบียน IEC จะคืนเงินค่าจองซื้อหุ้นให้แก่ผู้จองซื้อภายใน 30 วัน นับแต่วันที่นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียน โดย IEC จะนำเงินค่าหุ้นจองเข้าบัญชีเงินฝากของ IEC และจะไม่ใช้เงินดังกล่าว จนกว่านายทะเบียนบริษัทมหาชนจะรับจดทะเบียน

เป็นที่มาของคำประกาศวานนี้ของ ก.ล.ต. ที่กำชับให้คณะกรรมการ IEC ทุกรายให้ทำหน้าที่ด้วยความระมัดระวังและความรับผิดชอบ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถคืนเงินจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นได้ ในกรณีที่ IEC ไม่สามารถจดทะเบียนเพิ่มทุนได้ พร้อมกับย้ำว่า หากเกิดความเสียหายกับผู้ถือหุ้นที่จองซื้อหุ้นเพิ่มทุน ก.ล.ต. จะดำเนินการอย่างเข้มงวด

เรื่องอีนุงตุงนังของ IEC นี้ น่าจะเกิดปรากฏการณ์ “ทึ้งซากแพะ” กันต่ออีกนานหลายเดือน หรือ หลายปี เป็นวิบากกรรมและบทเรียนที่สอนไม่เคยจำของนักลงทุนระดับแมงเม่าที่ชอบถือหุ้นที่ราคาต่ำโดยไม่มีความรู้ว่าหุ้นเน่าและหุ้นดีต่างกันอย่างไร

Back to top button