3 โบรกฯดังฟันธง! 18 หุ้นตัวท็อปน่าสอยเดือนธ.ค.

เข้าสู่การลงทุนเดือนสุดท้ายของปี 2560 เชื่อว่านักลงทุนยังมองหาหุ้นที่น่าลงทุนต่อเนื่อง ดังนั้น“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” จึงทำการรวบรวมข้อมูลการลงทุนจากบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจเดือนนี้มานำเสนอเพื่อให้เห็นทิศทางและปัจจัยสนับสนุนการลงทุนให้ชัดเจนมากขึ้น

เข้าสู่การลงทุนเดือนสุดท้ายของปี 2560 เชื่อว่านักลงทุนยังมองหาหุ้นที่น่าลงทุนต่อเนื่อง ดังนั้นข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” จึงทำการรวบรวมข้อมูลการลงทุนจากบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจเดือนนี้มานำเสนอเพื่อให้เห็นทิศทางและปัจจัยสนับสนุนการลงทุนให้ชัดเจนมากขึ้น

โดยครั้งนี้ได้รวบรวมกลยุทธ์การลงทุนจากบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำของไทย 3 แห่ง ประกอบด้วย บล.เคจีไอ,บล.ทิสโก้ และ บล.กรุงศรี โดยธีมการลงทุนส่วนใหญ่จะเน้นไปที่หุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะหุ้นเข้าคำนวณ SET50/SET100 รอบใหม่ครึ่งแรกปี 2561 อีกทั้งกลุ่มหุ้นที่คาดว่างบไตรมาส 4/60 จะเติบโตดี และกลุ่มที่มีปัจจัยบวกเลือกกลุ่มท่องเที่ยว เป็นต้น

สำหรับกลุ่มหุ้นเด่นเดือนธันวาคม ซึ่ง 3 โบรกฯได้แนะนำเอาไว้ประกอบด้วย ANAN, BJC, JWD, NYT, ROJNA, TFG, TPIPP, TWPC, AOT, BDMS, CENTEL, CPALL, KBANK, MINT, TICON, IVL, COL และ IHL ซึ่งระบุในบทวิเคราะห์ดังนี้

บล.เคจีไอ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า  SET น่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในเดือนธันวาคม โดยเชื่อว่าหุ้นอาจจะวิ่งได้ในช่วงปลายปีจากกระแสเงินทุนไหลเข้าของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งมองว่าจะเร่งตัวขึ้นจากสองเหตุผลหลัก

ข้อแรกคือความชัดเจนของปัจจัยมหภาคสหรัฐ ทั้งในส่วนของแผนปฏิรูปภาษีและแนวนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ในอนาคตภายใต้การนำของนายเจโรม พาวเวล ประธาน ธ.กลางสหรัฐฯ คนใหม่ ซึ่งจะช่วยหนุนสินทรัพย์เสี่ยงในเอเชียและของไทยด้วย

ข้อสองคือเราเชื่อว่านักลงทุนยังไม่ได้ให้น้ำหนักกับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่แข็งแกร่งขึ้นชัดเจน ซึ่งจะทำให้มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนโดยเฉพาะสำหรับปี 2561 นอกจากนี้ยังคาดว่านักลงทุนสถาบันในประเทศน่าจะกลับมาสะสมหุ้นมากขึ้นเช่นกัน เพราะเดือนธ.ค. เป็นช่วงไฮซีซั่น ของการซื้อกองทุนแอลทีเอฟ ทั้งนี้ยังคงเป้าดัชนี SET สิ้นปี 2560 ไว้ที่ 1,760 จุด (อัพไซด์ 3.2%)

สำหรับภาวะตลาดหุ้นโดยรวมในเดือนธันวาคมเพิ่มหุ้นตัวใหญ่เข้ามาในพอร์ตหุ้นแนะนำโดยเชื่อว่านักลงทุนจะเน้นไปที่หุ้นใหญ่ที่มีแนวโน้มกำไรแข็งแกร่งในปี 2561 ซึ่งน่าจะเป็นเป้าหมายการลงทุนของทั้งนักลงทุนต่างชาติ และนักลงทุนสถาบันในประเทศ

นอกจากธีมหุ้นใหญ่แล้วยังแนะนำให้นักลงทุนเน้นไปที่ธีมระยะสั้นต่อไปนี้ด้วย i) หุ้นที่มีโอกาสจะถูกเพิ่มเข้าไปในรายชื่อ SET50 และ SET100 ในครึ่งแรกของปีหน้า และ ii) หุ้นที่ได้อานิสงส์จากโครงการ “ช้อปช่วยชาติ” สำหรับหุ้นเด่นเดือนนี้ของได้แก่ AOT,BDMS,CENTEL,CPALL,KBANK,MINT และ TICON

 

บล.ทิสโก้ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า  ทิศทางขาขึ้นของตลาดหุ้นไทยเริ่มชะลอตัวในเดือนพ.ย. ที่ผ่านมา โดยปรับตัวลงครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. ยุติการปรับขึ้น 5 เดือนติดต่อกัน หลัก ๆ มาจากการขายล็อกกำไรของต่างชาติตามที่มองไว้ (ต่างชาติขายสุทธิราว 1.9 หมื่นล้านบาทในเดือน พ.ย.) และการเริ่มปรับฐานลงอย่างมีนัยสำคัญของตลาดหุ้นในภูมิภาคนี้

มองปัจจัยเสี่ยงต่างประเทศยังคงถ่วงบรรยากาศหุ้นไทยโดยรวมอยู่ในเดือน ธ.ค. นี้ ธนาคารกลางหลายแห่งมีกำหนดการประชุมนโยบายการเงิน โดยการประชุมธนาคารกลนางนนสหรัฐฯ (FED) ในวันที่ 12-13 ธ.ค. น่าจะเป็นที่จับตามากที่สุด เพราะคาดจะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เป็น 1.25-1.50%

อย่างไรก็ดีไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดมากนัก เนื่องจากตลาดได้คาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยไว้ล่วงหน้าแล้ว ส่วนการประชุมธนาคารกลางสหภาพยุโรป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันที่ 14 ธ.ค. และ 20-21 ธ.ค. ตามลำดับ คาดทั้ง 2 ธนาคารกลางจะคงนโยบายการเงินตามเดิม

อย่างไรก็ดีมองปัจจัยเฉพาะตัวในประเทศ ทั้งแนวโน้มการทยอยปรับเป้า GDP ขึ้น (มีการปรับประมาณการ GDP ปี 17-18F ขึ้นจากเดิม +3.6% และ +3.8% เป็น +3.9% และ +4.1% ตามลำดับ), การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากรัฐบาล (คาดในเดือน ธ.ค. รัฐบาลจะออกมาตรการลดหย่อนภาษีการท่องเที่ยวเมืองรอง 3-5 หมื่นล้านบาทเพื่อให้มีผลใช้ตลอดปี 61 และมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เฟส 2) และฤดูกาลเม็ดเงิน LTF & RMF ไหลเข้า (คาดว่าจะมีเม็ดเงิน LTF & RMF ไหลเข้าราว 3 หมื่นล้านบาท และ 1 หมื่นล้านบาทตามลำดับ) จะช่วยรองรับความไม่แน่นอนจากปัจจัยต่างประเทศในเดือนนี้ได้

โดยสรุปมอง SET Index ช่วงนี้มีแนวโน้มหลัก คือ แกว่งสร้างฐานในกรอบ 1680-1730 จุด  สำหรับประเด็นหุ้นที่มองน่าสนใจต่อการลงทุนในเดือนนี้ คือ

(1) หุ้นคาดกำไรไตรมาส 4/60 จะออกมาดีที่สุดของปีนี้และจะโตต่อเนื่องในปีหน้า แนะนำ ANAN, BJC, JWD, NYT

(2) หุ้นที่กำไรผ่านจุดต่ำไปแล้วจะเริ่มฟื้นตัวจากขยายกำลังการผลิต-กิจการในปีหน้า ROJNA, TFG, TWPC

(3) หุ้นคาดเข้า SET50 Index ชอบ TPIPP เ

โดยหุ้นเด่นที่แนะนำในเดือน ธ.ค. คือ ANAN, BJC, JWD, NYT, ROJNA, TFG, TPIPP, TWPC

ด้านแนวรับและแนวต้านสำคัญของ SET Index เดือนนี้อยู่ที่ 1680-90 (เน้น), 1660 และ 1720-30 (เน้น), 1750-60 จุด ตามลำดับ

 

บล.กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า  เดือนธันวาคมปัจจัยที่ต้องติดตามดังนี้

– 12-13 ธ.ค. สหรัฐประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) 14 ธ.ค. ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินยูโรโซน (ECB)

-20 ธ.ค. ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของไทย (กนง.)

-21 ธ.ค. ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของญี่ปุ่น (BoJ)

คงมุมมองเป็นกลางต่อทิศทางการลงทุนในเดือน ธ.ค.คาด SET Index จะยังพักตัวเพื่อสร้างฐานต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าโดยมีกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีที่ 1,650-1,750 จุด

เนื่องจากตลาดยังมีปัจจัยกดดันจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งเราคาดว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในการประชุมที่จะมีขึ้นในวันที่ 12-13 ธ.ค.นี้ แต่คาดดัชนีจะไม่ลดลงแรงเนื่องจากจะมีเม็ดเงินลงทุนจากกองทุน LTF และ RMF มาช่วยประคอง กลุ่มท่องเที่ยวจะยัง Outperform ตลาดเนื่องจากเป็น High season ของธุรกิจ

กลยุทธ์การลงทุนยังเน้น Selective buy เน้นหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว อาทิ กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มที่ผลประกอบการไตรมาส 4/17 เติบโตดี และดีต่อเนื่องในปีหน้า โดย Top Pick เดือนธ.ค. เลือก MINT IVL COL และ IHL ไว้ในพอร์ตตามเดิมแต่ถอด AMATA ที่ Upside จำกัดออก แล้วแทนด้วย ORI ที่ผลประกอบการยังดีและราคาหุ้นได้พักตัวมาแล้ว

คำค้น