PACE ติดโรคเลื่อน

นักลงทุนหลายคนตั้งคำถามว่า การที่ผู้บริหารของ บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PACE เกิดมีอาการ "ติดอ่าง" กะทันหัน ขอเลื่อนชี้แจง "ความสมเหตุสมผล" ของการประเมินมูลค่าอนาคตของพื้นที่ "อ็อบฯเด็กส์" นั้น มันคืออะไรกันแน่

แฉทุกวันทันเกมหุ้น

นักลงทุนหลายคนตั้งคำถามว่า การที่ผู้บริหารของ บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PACE เกิดมีอาการ “ติดอ่าง” กะทันหัน ขอเลื่อนชี้แจง “ความสมเหตุสมผล” ของการประเมินมูลค่าอนาคตของพื้นที่ “อ็อบฯเด็กส์” นั้น มันคืออะไรกันแน่

คำตอบคือ “อ็อบฯเด็กส์” ที่ว่านั้น ….ไม่ใช่ “อ็อฟเด็ก” แน่นอน

ผู้บริหารของ PACE ระบุว่า ตามที่ได้รับจดหมายจาก ก.ล.ต. ที่ กลต.กช. 2008/2560 เรื่องขอให้ชี้แจงความสมเหตุสมผลและเปิดเผยสมมติฐานเกี่ยวกับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนภายใน 14 วันนับแต่วันที่ในหนังสือฉบับดังกล่าว ซึ่งครบกำหนดในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 นี้ “….บริษัทอยู่ระหว่างการทบทวน พิจารณา และเตรียมข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อใช้ประกอบการชี้แจงความสมเหตุสมผลและเปิดเผยสมมติฐานเกี่ยวกับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในบริษัท เพซ โปรเจ็ค วัน จำกัด (เพซวัน) และบริษัท เพซ โปรเจ็ค ทรี จำกัด (เพซทรี) ตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. ขอให้บริษัทชี้แจง…”

ก่อนจะลงเอยด้วยคำตอบสำคัญว่า “….บริษัทต้องการความคิดเห็นเพิ่มเติมจากที่ปรึกษาทางการเงินอีกแห่งหนึ่ง…(ไม่ได้ระบุชื่อ)…เพื่อประเมินมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในบริษัทดังกล่าว และเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาในการเตรียมคำชี้แจงความสมเหตุสมผลรวมถึงความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูล…” ที่อาจใช้ระยะเวลาประมาณ 5-10 วัน

แถมพ่วงท้ายว่า “…ที่ปรึกษาทางการเงินรายใหม่จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการศึกษาข้อมูลเพื่อประเมินมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน ทำให้อาจจะต้องใช้ระยะเวลาอีกประมาณ 35-40 วัน….”

คำตอบอย่างนี้มีผลทำให้ในสายตานักลงทุนของ นายสรพจน์ เตชะไกรศรี หรือ เสี่ยยิ่ง มีสภาพเป็น…. สหสมภพ ศรีสมวงศ์ ศิลปิน คนดังวงการมวยในอดีต เจ้าของฉายา “ติดโรคเลื่อน” อันโด่งดัง

คำขอเลื่อน ชี้แจงดังกล่าว มีความหมายต่องบการเงินสิ้นงวด และการเพิ่มทุนครั้งใหญ่ของ PACE ในไตรมาสสี่ปีนี้ มากน้อยแค่ไหน…คำตอบคงไม่ต้องสาธยาย

ดังที่ทราบกันดี ก.ล.ต. ได้มีจดหมายเมื่อต้นเดือนตุลาคมให้ PACE ชี้แจงการทำสัญญาร่วมทุนกับนักลงทุน 3 ราย ในรูป Consent Conditions Undertaking (CCU) ซึ่งอาจส่งผลให้บริษัทมีภาระผูกพันในการซื้อหุ้นบุริมสิทธิคืนจากคู่สัญญา และผลกระทบต่อภาระหนี้สินของบริษัท ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2560

ที่มาของคำถาม ก.ล.ต. เกิดจากกรณีที่ PACE รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ระบุว่ามีกำไรสุทธิมโหฬาร 5,310.48 ล้านบาท จากระยะเดียวกันปีก่อน ที่มีติดลบ 640.54 ล้านบาท ทำให้งวด 6 เดือนแรกของปีนี้ มีกำไรสุทธิรวม 4,734.84 ล้านบาท ตรงข้ามกับขาดทุนสุทธิปีก่อนที่ 572.99 ล้านบาท รอดพ้นจากการที่จะมีส่วนผู้ถือหุ้นติดลบไปได้หวุดหวิด

แม้จะมีความพยายามตอบคำถามบางส่วน แต่ความคลุมเครือยังคงเกิดขึ้นและเป็นแรงกดดันต่อไปไม่จบสิ้น จนกว่าความชัดเจนจะเกิดขึ้นจนสิ้นสงสัย

แต่…ก่อนที่จะมีคำตอบออกมา PACE ก็ตัดสินใจยอมรับสภาพตามที่ “เจ้าหนี้รายใหญ่ผู้แสนกรุณา” อย่างธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ให้คำชี้แนะเพื่อหาทางออกจากปัญหาหนี้ท่วม ด้วยการเพิ่มทุนมากกว่า 250% เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการ “ผ่าทางตัน” ที่ไม่มีทางเลือกอื่นเหลือให้มากนัก

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท PACE ครั้งที่ 11/2560 เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา อนุมัติแผนการปรับโครงสร้างเงินทุนของบริษัท รวมถึงการจัดหาแหล่งเงินทุนของบริษัท โดยมีมติให้นำเสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 14 ธันวาคม 2560 เพื่อจัดหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติม โดยการลดทุนจดทะเบียนของบริษัทเดิมจากจำนวน 4,078.028 ล้านบาท เป็น 3,758.028 ล้านบาท โดยวิธีการตัดหุ้นที่จำหน่ายไม่ได้ แล้วเพิ่มทุนจดทะเบียนใหม่อีกไม่เกิน 13,024.619 ล้านหุ้น ราคาพาร์หุ้นละ 1 บาท รวมมูลค่าทุนจดทะเบียนใหม่ทั้งสิ้น 13,024,619,803 บาท

ทุนที่เพิ่มใหม่นี้ แบ่งออกเป็น

– จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (RO) จำนวนไม่เกิน 7,516,056,394 หุ้น ในอัตราการจัดสรร 1 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 2 หุ้นสามัญเพิ่มทุน โดยมีราคาเสนอขายหุ้นละ 0.50 บาท

– จัดสรรหุ้นเพิ่มทุนเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (PP) จำนวนไม่เกิน 1,500 ล้านหุ้น ไม่ระบุราคาขาย

– ออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท รุ่นที่ 1 (PACE-W1) จำนวนไม่เกิน 1,503.211 ล้านหน่วย เพื่อจัดสรรให้แก่ผู้ที่จองซื้อและได้รับจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่ ในอัตราส่วน 5 หุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่ ต่อ PACE-W1 จำนวน 1 หน่วย มีอายุ 6 เดือน โดยไม่คิดมูลค่า และมีราคาใช้สิทธิที่ 0.80 บาทต่อหุ้น โดยออกหุ้นเพิ่มทุนรองรับจำนวนเท่ากัน

– ออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท รุ่นที่ 2 (PACE-W2) เพื่อจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทที่จองซื้อและได้รับจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ออกใหม่ จำนวนไม่เกิน 2,505.352 ล้านหน่วย ในอัตราส่วน 3 หุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่ ต่อ PACE-W2 จำนวน 1 หน่วย มีอายุ 2 ปี โดยไม่คิดมูลค่า และมีราคาใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญที่ 2 บาทต่อหุ้น โดยออกหุ้นเพิ่มทุนรองรับจำนวนเท่ากัน

การเพิ่มทุนมหาศาลกว่า 239.91% ในราคาขายแค่ 0.50 บาท ทำให้มีคำถามเกี่ยวกับส่วนต่ำมูลค่าหุ้น และส่วนของผู้ถือหุ้นที่อาจจะลดลง รวมทั้ง…ราคาหุ้นที่จะถดถอยลงเพราะ price dilution ในขณะที่รายได้จากการแปลงสิทธิ PACE-W1 และ PACE-W2 ยังคงเป็นคำถามในอนาคตว่าจะมีคนแปลงสิทธิมากน้อยแค่ไหน เป็นโจทย์ที่ยังไม่มีคนตอบ

ล่าสุดราคาหุ้น PACE อยู่ที่ระดับ 0.49 บาท ….ต่ำกว่าราคาหุ้นเพิ่มทุนใหม่เสียอีก สะท้อนว่าความเชื่อมั่นหดหายไปมากแค่…ก้นเหว เท่านั้นเอง

คำตอบที่ติด “โรคเลื่อน” ของเสี่ยยิ่ง..ไม่ใช่ข่าวดีแน่นอน แม้ราคาหุ้นจะต่ำจนน่าซื้ออย่างมากบนกระดานซื้อขายยามนี้

อิ อิ อิ